19 August 2025
147
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย ไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษา กสม. พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่วัดสระขี้ตุ่น ตำบลหนองบัวตะเกียด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามตรวจสอบปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากโครงการเหมืองแร่โปแตชของบริษัท ไทยคาลิ จำกัด และรับฟังข้อกังวลจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด
กสม. ระบุว่า จะเร่งทำหนังสือแสดงความห่วงกังวลไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อ ยับยั้งการอนุญาตให้ใช้วัตถุระเบิดในเหมือง รวมถึงส่งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ หยุดหรือชะลอโครงการ พร้อมตรวจสอบประเด็นการถือหุ้นอำพรางและความเชื่อมโยงของบริษัทที่เข้ามาร่วมลงทุนในกิจการเหมืองโปแตช
ด้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ นำโดย จงดี มินขุนทด นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ย้ำว่า การตรวจสอบต้องไม่ผลักภาระการพิสูจน์ไปให้ประชาชน เพราะพื้นที่ไม่มีอุตสาหกรรมอื่นใดนอกจากเหมืองโปแตช และชุมชนที่อยู่อาศัยทำกินมาหลายชั่วอายุคนกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแล้ว
ขณะที่ เดือนรุ่ง มูลขุนทด นักปกป้องสิทธิมนุษยชนฯ แสดงความกังวลต่อผลกระทบจากการใช้ระเบิด ทั้งต่อที่ดินทำกินและแหล่งน้ำสาธารณะซึ่งเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วน แต่ง ฝอดสูงเนิน นักปกป้องสิทธิฯ เล่าถึงบ้านและที่นาที่เสียหายจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ และห่วงผลกระทบจากการเชื่อมโยงของน้ำใต้ดินที่ยากต่อการประเมิน
จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ นักปกป้องสิทธิฯและที่ปรึกษากลุ่มฯ ตั้งข้อสังเกตว่า รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปี 2556 ไม่ได้ระบุการใช้วัตถุระเบิด แต่ในปี 2559 หน่วยงานรัฐกลับอนุญาตให้ใช้ได้ และต่อมาในปี 2565 บริษัทได้ยื่นขอเปลี่ยนผังโครงการเป็นอุโมงค์แนวดิ่ง ซึ่งต้องใช้วัตถุระเบิด โดยปี 2568 อยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่จากกระทรวงมหาดไทย เธอจึงเรียกร้องให้ต้องทำ EIA ฉบับใหม่และเปิดให้ประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ในส่วนของ สุธีรา เปงอิน จากองค์กรโพรเคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ กสม. ตรวจสอบว่า บริษัท ไทยคาลิ จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท The China Coal Mine Construction Group Co., Ltd. (CCMC) ได้ปฏิบัติตามหลักการชี้แนะสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส และความถูกต้องในการทำเหมืองและการใช้วัตถุระเบิด รวมทั้งการเคารพสิทธิชุมชนและผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ ตลอดจนการรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของกรรมการ CEDAW ที่เรียกร้องให้ประเทศไทยเสริมสร้างกลไกในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงบ่าย กสม. ลงพื้นที่กว่า 2 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งที่นาที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ บ่อน้ำจืดที่เคยอุปโภค-บริโภคที่เค็มจนใช้ไม่ได้ แหล่งน้ำสาธารณะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ บ้านเรือนและวัดที่ถูกกัดกร่อนจากความเค็ม ซึ่งเป็นปัญหาที่ชุมชนเผชิญมาตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา
ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ย้ำกับตัวแทน กสม. ว่าหากไม่หยุดยั้งการทำเหมืองแร่ในพื้นที่นั้นจะทำให้ผลกระทบแพร่กระจายในวงกว้างทั้งบนดินและใต้ดิน จะทำให้ยากต่อการแก้ไขในอนาคต
กสม. ให้คำมั่นว่าจะเร่งออกหนังสือแสดงความห่วงกังวลอย่างเร่งด่วนในการยับยั้งการอนุมัติอนุญาตการใช้ระเบิดในการทำเหมืองโปแตชถึงกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการชะลอหรือหยุดโครงการ และติดตามคดีที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาเคยแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทไทยคาลิ จำกัด ตั้งแต่ปี 2562 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมตรวจสอบประเด็นการถือหุ้นอำพราง
ทั้งนี้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ย้ำชัดว่า ความรับผิดชอบต้องไปถึงหน่วยงานผู้ถือหุ้นใหญ่ของโครงการเหมืองโปแตชดังกล่าว
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เหมืองแร่โปแตชแอ่งโคราช