18 August 2025
140
สภาประชาชนภาคใต้ ยื่น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตรวจสอบเวที ค.3 ท่าเรือน้ำลึก ‘แลนด์บริดจ์’
วันที่ 13 สิงหาคม 2568 สภาประชาชนภาคใต้ โดยนายสมบูรณ์ คำแหง คณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ เข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ วุฒิสภา เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) โครงการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 6 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ประกาศจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) เพื่อทบทวนร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการที่มีผลกระทบรุนแรง (EHIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง - ชุมพร เมื่อวันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2568 ซึ่งสภาประชาชนภาคใต้ได้ติดตามการดำเนินงานโครงการนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และพบข้อบกพร่องหลายประการที่บริษัทที่ปรึกษาละเลยมาตั้งแต่ต้น แม้ภาคประชาชนได้พยายามทักท้วงแล้วก็ตาม
ข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมามีดังนี้
1. กระบวนการศึกษาโครงการหรือการจัดทำรายงาน EHIA ของโครงการท่าเรือน้ำลึกฯ ทั้ง 2 พื้นที่ ถือว่าด้อยมาตรฐานทางวิชาการและไม่เคารพการมีส่วนร่วมของประชาชน
2. ไม่มีการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA : Strategic Envire Assessment) ทั้งที่โครงการแลนด์บริดจ์เป็นเมกะโปรเจกต์ แต่กลับศึกษาแยกย่อยรายโครงการ ทำให้ไม่เห็นภาพรวม ไม่สามารถประเมินผลกระทบเชื่อมโยงได้อย่างครบถ้วน อาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและไม่ครบถ้วน
3. ไม่รับฟังข้อเสนอจากสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความไม่คุ้มทุน ความเสี่ยงด้านงบประมาณ ผลกระทบต่อวิถีชีวิต สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และการสูญเสียอาชีพกับแหล่งท่องเที่ยว
4. รายงาน EHIA มีข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง บางส่วนถูกตัดแปะมาจากแหล่งอื่น โดยมีนักวิชาการอิสระจัดเวทีวิพากษ์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 และพบปัญหาทั้งข้อมูลด้านทรัพยากรสัตว์น้ำทะเล ข้อมูลที่อาจจะมีการตัดแปะมาจากแหล่งอื่น และรวมถึงกระบวนการในการศึกษาที่ยังมีการตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ สภาประชาชนภาคใต้ยังชี้ถึงปัญหาการจัดเวที ค.3 ว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ควรจะเป็น อาทิ
1. ผู้เข้าร่วมเวทีไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เช่น ชาวประมงพื้นบ้าน ชาวเลมอแกน ผู้ประกอบการ ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา ฯลฯ ทั้งที่ควรเชิญทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่จำกัดเฉพาะรัศมี 5 กิโลเมตรจากพื้นที่โครงการ
2. มีการทักท้วงล่วงหน้าเรื่องความไม่เหมาะสมของรายงานที่นำมาใช้ในเวที เพราะพบการนำข้อมูลจากพื้นที่อื่นมาตัดแปะ แต่ สนข. และบริษัทที่ปรึกษาเพิกเฉย
3. เวที ค.3 จังหวัดระนอง วันที่ 5 สิงหาคม 2568 จัดที่โรงแรมเฮอริเทจ มีประชาชนหลายกลุ่มคัดค้านและยื่นหนังสือคัดค้านการจัดเวทีจนไม่สามารถประชุมได้ แต่ต่อมา สนข. และบริษัทที่ปรึกษากลับประกาศว่าเวทีดังกล่าวเสร็จสิ้นเรียบร้อย ทั้งที่ยังไม่ทันได้มีการนำเสนอรายงานหรือรับฟังความคิดเห็น ถือเป็นเวทีที่ไม่ครบองค์ประกอบและเข้าลักษณะเป็นโมฆะ
4. เวที ค.3 จังหวัดชุมพร วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมอวยชัย มีการเชิญกลุ่มเป้าหมายเพียง 3 ตำบลในอำเภอหลังสวนเท่านั้น ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ซึ่งควรเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียจากทุกอำเภอชายฝั่งเข้าร่วม
สภาประชาชนภาคใต้เห็นว่า การจัดเวที ค.3 ของ สนข. และบริษัทที่ปรึกษาครั้งนี้ “ไม่ชอบด้วยประการทั้งปวง” และควรต้องตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ที่ควรได้รับการคุ้มครองตามสิทธิของชุมชนที่จะได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิ เสรีภาพ สิทธิชุมชนและการคุ้มครองผู้บริโภค ของวุฒิสภา เข้าตรวจสอบความไม่ถูกต้องในการดำเนินเวที ค.3 ของโครงการท่าเรือน้ำลึกภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ดังกล่าวโดยเร่งด่วน
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ