7 July 2025
83
ความรักชาติ
ชาติ คำนี้ บางครั้ง ก็ทรงอิทธิพล แต่หลายครั้ง กลับต้องคำสาป ซึ่งทำให้ผมเกลียดและกลัวคำนี้ มาก และก็มีบ้าง ที่มันแอบหอมหวล มีพลัง และเป็นดั่งจุดหมายปลายทางชีวิต ที่เกลียดและกลัว เพราะคนที่มักใช้คำนี้ มักไม่ใช่คน ที่สร้างชาติ รักษาชาติ ทำเพื่อชาติจริงจังนัก แต่กลับตรงกันข้าม คือ ทำลาย หรือ ได้ประโยชน์ ได้ อำนาจ ฐานะ บางอย่าง ที่ตัวเอง อาศัยคำว่า ชาติ เป็นเครื่องมือ บรรลุจุดหมาย
ชาติ มีความหมาย ปลีกย่อย ในตัวมันเอง หรือ มีจินตภาพ ไม่ตรงกันทั้งหมด อยู่ที่ใคร พูดนั้น นั่งหรือยืน อยู่ตรงไหน อาทิ ชาติ ของในมุมมองนายภูมิธรรม รัฐมนตรีกลาโหม ชาติในมุมมอง นายทักษิณ หรือ ชาติ ในมุมมอง แม่ทัพภาคที่สอง ชาติในมุมมอง คนกรุงเทพ หรือ ชาติในมุมมอง เราชาวบ้าน ริมตะเข็บชายแดน แถวพนมดงรัก บ้านผม ที่มีปืนใหญ่ รายรอบตั้งประจัญหน้ากัน
ชาติ ที่หมายถึง ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี บรรดานักการเมืองในรัฐบาลกับผู้นำกัมพูชา ชาติจึง ค่อยพูดค่อยจา ใจเย็นๆ ชาติในมุมมองแม่ทัพภาคที่สอง คือ อธิปไตย และดินแดน ที่ยอมให้ใครรุกล้ำ ไม่ได้ หรือ ชาติในความหมายของชาวบ้านอย่างพวกผม คือ ความสงบสุขของวิถีชีวิต ทำหากินและดินแดนบ้านเกิด ตรงปราสาท ที่กำลังพิพาทกันนี่แหละ ซึ่งชาติที่เรามองและหวงแหนมี เท่านี้ แม้แค่เท่านี้เราก็พร้อม สู้ตาย เพื่อปกป้องมันไว้ให้ลูกหลาน
แท้จริง ชาติ หมายถึง อธิปัตย์ ดินแดน การปกครอง กฎหมาย และประชาชน ดังนั้น ใครก็ตามที่พูดถึงชาติ ในนั้นต้องหมายถึง สิ่งเหล่านี้ ความปกติสุข เสมอภาค และยุติธรรม ในโลกสมัยใหม่ อธิบายว่า ชาติเป็นสิ่งสมมติขึ้น ร่วมกัน ด้วยการมีเจตจำนงร่วม และ ตรงกัน ที่จะคงไว้ซึ่งความผาสุก ถ้วนหน้า ฐานะของชาติในทางกฎหมายคือ รัฐ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิมีหน้าที่ ปกป้อง ดูแล ดินแดน และประชาชน โดยมีทหาร ผู้มีหน้าที่หลัก กระนั้นในยามคับขัน จริงๆ ประชาชนคนไทยทุกคนล้วนมีหน้าทีช่วยกันปกป้อง ดินแดนและอธิปไตย ทั้งสิ้น และ เราทุกคนไม่มีใคร ไม่หวงแหน ไม่โกรธแค้น หากมีผู้ใด หมายปอง รุกล้ำ หรือย่ำยี เกียรติภูมิ ดินแดน ของเรา
เราทุกคน ไม่ว่าชาติใดในโลก มีความรู้สึกนึกคิด มีความรัก ความหวงแหนแผ่นดินตน กันทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน ก็ล้วนแต่รักและผูกพัน กับแผ่นดินบ้านเกิด ที่ฝังรกราก กระดูกเถ้าพ่อแม่ บรรพบุรุษ ดังนั้น ในสถานการณ์ ยามนี้ ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าไป ดูแคลนเหยียดหยามเขา และ ไม่ยอมให้เขา กระทำเช่นกัน
สงครามไม่เคยให้คุณค่าอะไรกับมนุษย์ สงครามมีความสูญเสีย ความตาย ความปวดร้าว และ เกิดบาดแผล หลอกหลอนกันไปอีกนาน ใครก็ตาม ที่พูด ที่ทำ ที่แสดงออก เรื่อง ชาติจึงต้องระวัง และ เราต้องสติให้มาก ทั้งไม่อ่อนแอ และก็ไม่ คุ้มคลั่ง อยู่ในที่มั่นเด็ดเด็ดเดี่ยว นิ่งเงียบและสุขุม พร้อมกระโจนใส่ ถ้ามันถึงเวลา ที่ต้องสิ้นสุดความอดทน เราไม่รู้หรอก ว่า ผล สุดท้ายเราแพ้หรือชนะ แต่เราจะสู้เพื่อแสดงออกให้โลกเห็นว่า เราไม่กลัวใคร และไม่ยอมให้ใครมาเหยียดหยามย่ำยี
เราเป็นเพื่อนบ้านกัน แท้จริง ควรมีสติ ตักเตือน คนของตัวเอง รัฐบาลของตัวเอง ทหารของตัวเอง ให้คิดหาทาง หลบเลี่ยงความสูญเสีย คิดหาทางเตือนประชาชนเด้วยกัน ว่า อย่าโหมกระพือ ไฟ ความแค้น ไฟสงคราม เพราะถ้ามันเริ่มแล้ว มันจบยาก และ แน่นอน มันสูญเสียมหาศาล วันนี้ ถ้าทหาร ถ้ารัฐบาล มันโง่มันบ้า เราก็ต้องส่งเสียง ร้องบอก ตักเตือน ให้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควรทำ แต่... เท่าที่เห็น อีกฝ่าย ประชาชน ( บางกลุ่ม) กำลัง ส่งเสียงเรียกร้องให้ ก่อสงคราม อย่างขาดสติ และฝั่งเรา ก็มี ไม่น้อย
จริงๆ ก่อนจะเกิดสงคราม ควรจะคิดทบทวนกันให้มาก ว่า เศรษฐกิจไทยพึ่งพาแรงงานจากกัมพูชามากมายขนาดไหน และ กัมพูชาก็พึ่งพา สินค้าไทย ตลาดรับซื้อพืชผลการเกษตร เพราะทุกวันนี้ แทบทุกครัวเรือน บริโภคสินค้าจากไทย อย่าไปตามความบ้าคลั่งที่โคตรโง่เขลาของผู้นำทหหาร (กัมพูชา) และ กลุ่มผลประโยชน์ที่ผลักดัน เบื้องหลัง รวมถึง รัฐบาลไทย ที่อ่อนด้อยไร้ประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำชาติในสภาวะคับขันจะก่อสงคราม ทั้งปวกเปียกและขาดมโนทัศน์ที่เฉียบคม
ในนาม ของ ชาติ ทั้งนั้นที่กำลัง โหมกระพือ พร้อมกระโจนใส่ ผมได้แต่ภาวนา ไม่ว่าฝ่ายไหน ก็อย่าได้เริ่มเลย เพราะนี่แหละจะพา ชาติ ย่อยยับอับปาง เลยหละ....