Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แถลงการณ์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุดของประเทศไทย

แถลงการณ์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุดของประเทศไทย

29 April 2015

19709

กรุงเทพฯ, 28 เมษายน 2558 – กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 2558-2579 (PDP 2015) (1) ที่นำเสนอโดยกระทรวงพลังงานเป็นแผนที่ล้มเหลวอย่างน่าผิดหวัง เนื่องจากแผนดังกล่าวยังผูกติดอยู่กับเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและอันตรายอย่างถ่านหินและนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ร่างแผน PDP2015 (2) ได้บรรจุการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงต่างๆ รวมถึง:
  • การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่จำนวน  9 โรง มีกำลังการผลิตรวม 7,365 เมกะวัตต์
  • โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จำนวน 2 โรง มีกำลังการผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์
  • การรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและเขื่อนขนาดใหญ่ผลิตไฟฟ้าจากประเทศเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและกัมพูชา ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 11,016 เมกะวัตต์

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า

“ผู้นำไทยรวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจงใจหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะลงทุนในด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำหรือไม่สร้างผลกระทบ อย่างเช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ แต่ยังเลือกใช้ถ่านหินและนิวเคลียร์ที่มีต้นทุนสูง เสี่ยงภัยและสกปรก"

“ในยุคปัจจุบัน มันดูไม่น่าเชื่อที่ผู้นำทางการเมืองของเรายังคงเชื่อในข้ออ้างที่บิดเบือนเรื่อง “ถ่านหินสะอาด” ในขณะที่พลังงานนิวเคลียร์บีบบังคับผู้คนในประเทศและในภูมิภาคต้องแบกรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็น"

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องเน้นให้ความสำคัญในการลงทุนด้านการจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่มีผลกระทบ และรวมถึงเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดอย่างขนานใหญ่ แผน PDP2015 ยังเป็นแผนที่นำไปสู่การการทำลายสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรงจากมลพิษ เช่น ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก และปรอท (Hg)”

แผน PDP2015 ยังขัดกับนโยบายพลังงานของประเทศไทย (3) และยังขัดกับผลประโยชน์ของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศและภูมิภาคอีกด้วย

การลดการปล่อยคาร์บอนเป็นข้อมูลเพียงด้านเดียว

หนึ่งในวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในแผน คือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจการไฟฟ้า รัฐบาลมักอ้างว่า แผน PDP2015 จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้(ลดลงร้อยละ 36.9 ตลอดระยะเวลา 22 ปีของแผนซึ่งนั่นเป็นเพียงข้อมูลแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น  เพราะการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดไม่ได้ลดลงแต่ในความเป็นจริงแล้วมันจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.98 ในปี 2579 (เปรียบเทียบกับปี 2556)

“รัฐบาลไทยกำลังละเลยแผนการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (Nationally Appropriate Mitigation Actions หรือNAMAs) ที่ได้ยื่นต่อเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  (UNFCCC) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หากดำเนินการตามแผน PDP2015 ประเทศไทยจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายการลดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยจากภาคพลังงานและภาคการขนส่งร้อยละ 7-20 ภายในปี 2563 (4) ตามที่ตกลงไว้” นายธารากล่าวเสริม

ข้อเรียกร้องของกรีนพีซ

1) ถอดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดรวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดออกจากแผน PDP2015 เพราะไม่มีความจำเป็นจากการที่กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในแผน PDP2015 สูงเกินความจำเป็นถึงร้อยละ 40 และแทนการพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าโดยใช้วิธีแบบบนลงล่าง(5)ด้วยการพยากรณ์จากล่างขึ้นบนซึ่งสามารถประเมินการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าตามความเป็นจริงในแต่ละภาคเศรษฐกิจ กิจการอุตสาหกรรมและผู้ใช้ในระดับครัวเรือน

2) จัดทําและพิจารณาเปรียบเทียบภาพฉาย(scenario)ในกรณีต่างๆที่มีความเป็นไปได้ในกระบวนการทําแผนพีดีพีเพื่อให้สะท้อนถึงสมมติฐานต่างๆ เกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่เป็นตัวแปร หรือปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจ แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง ราคาคาร์บอน (ก๊าซเรือนกระจก) จากนั้นนําเอาแผนกรณีต่างๆ มาเปรียบเทียบความเสี่ยงและต้นทุนรวม จากนั้นมีกระบวนการสาธารณะเพื่อให้สังคมเลือกแผนที่มีต้นทุนต่ำสุดภายใต้ระดับความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่พอยอมรับได้จากภาพอนาคตหลากหลายที่อาจเกิดขึ้นได้

3) ประเมินผลกระทบของโครงการโรงไฟฟ้าในกรณีที่โครงการตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีแผนที่จะนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเขื่อนพลังน้ำที่ตั้งอยู่ในชายแดนของสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมาร์ และ กัมพูชา ซึ่งเป็นการหลบเลี่ยงต่อกฏระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบจากสาธารณะชน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านมลพิษจากโรงไฟฟ้าในแต่ละประเทศโดยมีสิทธิที่จะแสดงความเห็น ซึ่งโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคนไทยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศเป็นผลกระทบที่ไม่จำกัดขอบเขต โครงการเหล่านี้ควรจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบจากภาคประชาสังคมในประเทศไทย 

หมายเหตุ

(1)  แผนพัฒนากําลังการผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan-พีดีพี) ของประเทศไทย เป็นแผนที่จัดทําข้ึนเป็นประจําโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แผนดังกล่าวเป็นแผนแม่บทสําหรับการลงทุนพัฒนากําลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศ ตัวแผนฯ จะกําหนดว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าแบบใดขึ้นบ้าง เป็นจํานวนเท่าไร ที่ไหน และเมื่อไร แผนพีดีพีมีนัยยะที่ค่อนข้างกว้างขวางโดยไม่เพียงแต่กําาหนดอนาคตของภาคพลังงาน ภูมิทัศน์ทางสังคมและส่ิงแวดล้อมของประเทศเท่าน้ัน หากยังส่งผลต่อประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ อีกด้วย

(2)  http://www.eppo.go.th/PDP_hearing/index.html

(3)  พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมเรื่องพลังงานในประเทศไทย ตามพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว รัฐบาลไทยชุดต่างๆ ได้กําาหนดเป้าหมายเชิงนโยบายของกิจการพลังงานไว้ดังนี้

  • ความมั่นคงทางพลังงาน: จัดหาพลังงานให้เพียงพอกับความต้องการ
  • การพึ่งพาพลังงาน: ลดการพึ่งพาพลังงานนําาเข้าจากต่างประเทศ
  • ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน: เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน
  • ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ: ลดความเข้มข้นของการใช้พลังงาน
  • กระจายแหล่งและชนิดของเชื้อเพลิง
  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • ลดผลกระทบจากการจัดหาพลังงาน
  • อัตราค่าบริการพลังงานที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผลสําาหรับผู้บริโภค

(4)  http://newsroom.unfccc.int/unfccc-newsroom/thailand-submits-nama/

(5)  การพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าแบบบนลงล่างอยู่บนสมมติฐานการพยากรณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ระยะสั้นและระยะยาวเป็นหลัก การพยากรณ์จากล่างขึ้นบนจะติดตามแนวโน้มในการบริโภคพลังงานตามกลุ่มผู้บริโภคตามแต่ละวิธีการใช้ไฟฟ้าโดยคํานึงถึงทางเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ประชากรและโครงสร้างทางเศรษฐกิจด้วย 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร 089 476 9977 อีเมล tara.buakamsri@greenpeace.org

สมฤดี ปานะศุทธะ  ผู้ประสานงานสื่อมวลชน  กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร 081 929 5747 อีเมล spanasud@greenpeace.org


ข่าวประชาสัมพันธ์ - เมษายน 28, 2558

ที่มา : http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/releases/Greenpeace-SEA-statement-on-Thailand-new-energy-plan/

Recent posts