29 April 2015
3339
22 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก ซึ่งวันนี้คงจะเป็นเพียงแค่วันวันหนึ่งที่มนุษย์ตั้งไว้เพื่อย้ำเตือนว่าเราควรหันมาใส่ใจดูแลโลกของเราอย่างไร ให้ทรัพยากรบนโลกยังคงมีให้กินและใช้อย่างยั่งยืน ในวันคุ้มครองโลกปีนี้ ลองมาเซ็คชีพจรสีน้ำเงินของโลก กับอีกวิกฤตที่ถูกซุกซ่อนลึกลงไปใต้มหาสมุทรที่แสนกว้างใหญ่สีคราม คุณรู้หรือไม่ว่าแหล่งโปรตีนสำคัญของโลกกำลังถูกทำลาย ปลากำลังหมดไปจากท้องทะเล และต้นเหตุของปัญหาเกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาดของอุตสาหกรรมการประมงที่ใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง และทำให้ผู้บริโภคกลายเป็นหนึ่งในผู้ทำร้ายท้องทะเลโดยไม่รู้ตัว
ในวันคุ้มครองโลกปีนี้ กรีนพีซได้จัดแสดงงานนิทรรศการงานศิลปะและภาพถ่าย "Art for the Ocean"
เพื่อสะท้อนถึงหลากหลายวิกฤตปัญหาทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการประมงเกินขนาด ปัญหาแรงงานทาส และปัญหาขยะ ภายใต้ความสวยงามของผืนมหาสมุทร ภายในการจัดแสดงภาพถ่ายเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นใต้ท้องทะเลราวกับเป็นมุมมืดที่อุตสาหกรรมการประมงไม่อยากให้ใครรับรู้ สิ่งเหล่านี้กำลังรอให้คุณมาลองค้นหาว่าวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นนั้นคืออะไร รวมถึงภาพความสวยงาม และทางออกที่ยั่งยืนของท้องทะเล ด้วยการทำประมงแบบยั่งยืนและอนุรักษ์ที่ไม่ทำร้ายมหาสมุทร เพื่อรักษาความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรไว้เพื่อทุกสรรพชีวิตบนโลก
อยู่ใต้เกลียวคลื่นของมหาสมุทร ช่วยสร้างออกซิเจนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณออกซิเจนทั้งหมด เป็นตัวขับเคลื่อนปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ รักษาสมดุลของชีวิตบนโลก หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตทั้งใต้ท้องทะเลและบนผืนโลก แต่ในทางกลับกันมหาสมุทรก็ยังเป็นที่รองรับมลพิษต่างๆ ที่มนุษย์ก่อขึ้น รวมถึงก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล และภัยคุกคามจากการประมงแบบทำลายล้างที่กำลังทำให้ปลาหายไปจากทะเลของเรา ทุกสิ่งที่เราทำบนผืนดินนั้นสะเทือนถึงผืนทะเลได้มากกว่าที่เราคิด และมีแต่เราเท่านั้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ในวันคุ้มครองโลกปีนี้คุณเองก็สามารถหันมาลงมือปกป้องมหาสมุทรอย่างจริงจังได้ หากยังนึกไม่ออกว่าเราทำอะไรเพื่อทะเลได้บ้าง 9 ไอเดียต่อไปนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทุกคนสามารถทำได้ เพื่อปกป้องมหาสมุทรของเรา
ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหนก็ตาม ใกล้หรือไกลจากทะเล ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจำวันนั้นจะตกลงสู่ทะเลในที่สุด คุณสามารถช่วยรักษาท้องทะเลและแหล่งน้ำอื่นๆ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่วนใหญ่แล้วการทำความสะอาดในครัวเรือสามารถใช้สารง่ายๆ ที่ไม่ใช่สารเคมีอันตราย เช่น น้ำส้มสายชู โซดาไฟ หรือน้ำมะนาว เพราะท่อระบายน้ำทุกท่อท้ายที่สุดแล้วจะไหลลงสู่ท้องทะเลในที่สุด
ขณะนี้ปลากำลังหมดไปจากท้องทะเล ระบบนิเวศทางทะเลกำลังใกล้ล่มสลาย และอาหารทะเลจานโปรดของเรากำลังหมดไป องค์การอนามัยโลก (FAO) ระบุว่าสามในสี่ของปริมาณสัตว์น้ำทะเลของโลกกำลังใกล้หมดไป และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้จากการคุกคามของอุตสาหกรรมประมงที่ใช้เครื่องมือแบบทำลายล้าง ผู้บริโภคอย่างเราสามารถเลือกกินปลาที่ไม่ทำร้ายท้องทะเลได้ ด้วยการสอบถามถึงที่มาของปลา และไม่เลือกซื้ออาหารทะเลที่ยังเป็นสัตว์น้ำ รวมถึงส่งเสริมการประมงพื้นบ้านที่ประมงที่ประมงอย่างอนุรักษ์และฟื้นฟู
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิลนั้นทำให้น้ำทะเลเป็นกรด ซึ่งผลกระทบนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจน คือ ปรากฎการณ์ปะการังฟองขาว อันเนื่องมาจากค่าความเป็นกรดของน้ำทะเลทำให้สัตว์น้ำที่มีแคลเซียมหินปูนไม่สามารถเติบโตได้ รวมถึงสัตว์อย่างแพลงก์ตอนพีชซึ่งเป็นอาหารสำคัญของปลาทะเล มีหลากหลายวิธีที่ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ เช่น การขี่จักรยาน เดิน ใช้รถสาธารณะ ประหยัดพลังงาน สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน และเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้พลังงานถ่านหิน
แพขยะส่วนใหญ่แล้วมีที่มามาจากขยะบนดิน ไม่ว่าคุณจะอยู่ห่างไกลทะเลสักแค่ไหน ขยะในละแวกบ้านของคุณก็สามารถตกสู่ท้องทะเลได้ด้วยการไหลไปตามแม่น้ำ ขยะในท้องทะเลเป็นสิ่งที่คร่าชีวิตของสัตว์ทะเลและถิ่นฐานของสัตว์น้ำจำนวนมหาศาล เนื่องจากพลาสติกที่ลอยน้ำมีลักษณะคล้ายอาหารสำหรับนก เต่า และสัตว์ทะเล พวกมันจะกินเศษพลาสติกข้าไปแล้วติดคอจนตาย เพราะพลาสติกเข้าไปขวางระบบย่อยอาหาร คุณสามารถช่วยชีวิตสัตว์พวกนี้ได้ เพียงแค่ลดการใช้พลาสติก อย่างน้อยก็ลองคิดว่าลดการใช้พลาสติกหนึ่งครั้งอาจช่วยชีวิตสัตว์ได้หนึ่งตัว
สารเคมีอันตรายทั้งจากอุตสาหกรรมและจากครัวเรือนมักถูกกำจัดชะล้างลงสู่ทะเลเนื่องจากไม่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี รวมถึงปุ๋ยเคมีที่ใช้ในสวนและเกษตรกรรมอีกด้วย สารพิษเหล่านี้เป็นภัยคุกคามทำลายความอุดมสมบูรณ์ และออกซิเจนในท้องทะเล เราสามารถทำได้ด้วยการเลือกใช้สารเคมีน้อยที่สุด และไม่มีสารพิษ รวมถึงไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารเคมีอันตรายลงสู่สายน้ำ ซึ่งสารเคมีอันตรายเหล่านี้ ท้ายที่สุดแล้วจะไม่ได้ทำร้ายแต่สัตว์น้ำเท่านั้น แต่เมื่อสัตว์น้ำได้รับสารเคมีและเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร เมื่อสัตว์น้ำถูกจับขึ้นมาเป็นอาหารและเรารับประทานเข้าไป เราก็อาจได้รับสารพิษมีผลต่อสุขภาพของเราเช่นกัน
ขยะในทะเลส่วนใหญ่แล้วมีจุดเริ่มต้นจากชายหาด เมื่อมีนักท่องเที่ยวตามชายหาดมากขึ้น ขยะก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังมากขึ้น เมื่อไปเที่ยวทะเลครั้งหน้า หากคุณช่วยเก็บขยะกันคนละชิ้นสองชิ้นจากชายหาด หรือไม่ผลั้งเผลอทิ้งขยะใดไว้ ทะเลของเราก็น่าจะสะอาดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับที่ผลิตจากกระดองเต่า หางปลากระเบน กระดูกวาฬ ไข่เต่า ปะการัง และอื่นๆ รวมถึงไม่บริโภคหูฉลามซึ่งไม่ได้มีโปรตีนมากไปกว่าไข่ไก่ทั่วไป เพราะสิ่งเหล่านี้ได้มาจากการประมงแบบทำลายล้างโดยตรง และยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งหมด
ครั้งหน้าหากคุณไปเที่ยวทะเล ไปดำน้ำ เล่นเซิร์ฟโต้คลื่น พายเรือ หรือกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ พยายามอย่าสัมผัสปะการัง ให้อาหารสัตว์น้ำ หรือนำสัตว์น้ำเคลื่อนย้ายจากถิ่นฐานที่อยู่ เคารพท้องทะเล และความสง่างามของมัน โดยที่ไม่พยายามทำร้ายและครอบครอง
การเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องมหาสมุทรกำลังเติบโตขึ้น และอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ คือ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับทะเล อาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล แนวคิดในการปกป้องทะเล และแลกเปลี่ยนความรู้กับกลุ่มคนที่รักทะเลเหมือนกับคุณ พลังเล็กๆ ของเรา หากรวมกลุ่มกันจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถปกป้องสิ่งที่เรารักได้