Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เมื่อเชลล์ยืนยันเดินหน้าทำลายอาร์กติก เราทุกคนต้องเป็นผู้หยุด ก่อนจะสายเกินแก้

เมื่อเชลล์ยืนยันเดินหน้าทำลายอาร์กติก เราทุกคนต้องเป็นผู้หยุด ก่อนจะสายเกินแก้

10 April 2015

3901

ขณะนี้ อาสาสมัครกรีนพีซ 6 คนกำลังปักหลักอยู่บนแท่นขุดเจาะน้ำมันโพลาร์ ไพโอเนียร์ ของเชลล์ กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่กำลังมุ่งหน้าไปอาร์กติก บริเวณอลาสก้า แรกเริ่มของการติดตามแท่นขุดเจาะน้ำมันของเชลล์ ตั้งแต่ประมาณกว่าสองสัปดาห์ที่แล้ว ได้เริ่มต้นขึ้นไม่ไกลจากประเทศไทยเท่าไรนัก และได้เดินทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดตามแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดมหึมานี้พุ่งตรงสู่อาร์กติก เพื่อหยุดยั้งแผนการขุดเจาะน้ำมันของเชลล์ ด้วยทั้งทักษะความสามารถที่มี พวกเขาไม่ได้ออกเดินทางเพียงลำพัง แต่ยังมีแรงสนับสนุนจากเกือบ 7 ล้านพลังเสียงจากทั่วโลก ที่ต้องการปกป้องอาร์กติก

การเดินทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่แปซิฟิก

กว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซได้แล่นเรือออกจากประเทศไทย มุ่งไปทางตะวันออกเพื่อค้นหาและติดตามเรือโนเบิล ดิสคอฟเวอร์เรอร์ ที่กำลังขนแท่นขุดเจาะน้ำมัน โพลาร์ ไพโอเนียร์  ซึ่งออกเดินทางจากท่าเรือบรูไน ประเทศมาเลเชีย แท่นขุดเจาะน้ำมันโพลาร์ ไพโอเนียร์ นั้น มีขนาดใหญ่ถึง 38,000 ตัน (40x30 เมตร) ทำให้อาสาสมัครของเรารู้สึกตัวเล็กมากเมื่อมองจากเรือเอสเพอรันซาขณะติดตามแท่นขุดเจาะ ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก

 

 

“เราไม่รู้ว่าเจ้าแท่นขุดเจาะโพลาร์ ไพโอเนียร์ ของเชลล์รู้หรือไม่ว่าทำไมเราจึงแล่นตาม แต่ที่แน่ๆ เชลล์ตระหนักดีว่า ทั่วโลกกำลังต่อต้านแผนขุดเจาะแถบอาร์กติกของเชลล์อยู่ เชลล์ล้มเหลวในการขุดเจาะที่นั่นในปี 2557 เพราะกลุ่มชุมชนพื้นเมืองอลาสก้าและกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฟ้องร้องต่อศาล แผนการที่จะขุดเจาะในซีแอตเติลก็เป็นประเด็นร้อนอยู่เพราะคนท้องถิ่นที่นั่นคัดค้าน จากการคัดค้านที่เกิดขึ้น ทำให้เมื่อไม่นานมานี้ นายเบน แวน เบอร์เด็น ซีอีโอของเชลล์ เรียกกลุ่มคนที่คัดค้านเชื้อเพลิงฟอสซิลว่า เป็นพวก “ไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่อง” แต่สิ่งที่ดูจะไร้เดียงสาไม่รู้เรื่อง คิดว่าน่าจะเป็นเชลล์ที่กำลังทำลายโอกาสของเราที่จะรอดพ้นจากผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนโดยไม่มีทางออกให้มากกว่า การเดินทางของเราต้องการยุติแผนการที่อันตรายของเชลล์นี้ และเราต้องอาศัยผู้กล้าจำนวนมากที่จะมาร่วมเรียกร้องให้ยุติแผนขุดเจาะนี้กับเรา” หนึ่งในอาสาสมัครกล่าว 

ภัยจากการขุดเจาะน้ำมันของเชลล์ กับอาร์กติกที่เราต้องปกป้อง

เชลล์ได้ลงทุนมูลค่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปกับการขุดเจาะน้ำมันที่อาร์กติก ทั้งที่กำลังเป็นยุคที่โลกก้าวสู่ยุคพลังงานหมุนเวียน เพื่อการแก้วิกฤตโลกร้อนอย่างยั่งยืน เหตุการณ์น้ำมันรั่วที่อาร์กติกนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เนื่องจากสภาพอากาศที่ยากแก่การคาดเดาและภูมิภาคที่เป็นน้ำแข็ง หากมีน้ำมันรั่วเกิดขึ้นจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่เชลล์ยังไม่มีมาตรการใดออกมายืนยันว่าสามารถจัดการแก้ไขได้ ถือเป็นการกอบโกยผลประโยชน์จากน้ำมันด้วยความละโมบ แต่ในครั้งนี้เราจะไม่ยอมให้เชลล์ทำตามอำเภอใจมุ่งทำลายอาร์กติก ภูมิภาคที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนกับเครื่องปรับอากาศรักษาระดับสมดุลของสภาพภูมิอากาศของโลก

 

 

รัฐบาลสหรัฐฯยอมรับว่ามีโอกาสร้อยละ 75 ที่การขุดเจาะน้ำมันที่ทะเลชุกชีจะเกิดอุบัติเหตุน้ำมันรั่วโดยอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มอัตราเสี่ยง คือ เชลล์กำลังใช้บริการบริษัท Transocean ซึ่งเป็นบริษัทที่ BP ว่าจ้างให้เข้าไปดำเนินการขุดเจาะที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์หายนะน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก เมื่อ 20 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นน้ำมั่นรั่วลงสู่ทะเลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่มีเหตุผลอะไรดีพอที่จะยอมให้เชลล์เดินหน้าขุดเจาะน้ำมันในทะเลน้ำแข็งอาร์กติก และฉกฉวยโอกาสขณะที่น้ำแข็งอาร์กติกกำลังละลาย มองข้ามสัญญาณเตือนภัยแห่งหายนะครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติและสรรพชีวิต เร่งให้วิกฤตโลกร้อนรุนแรงยิ่งขึ้น

เชลล์ไม่ยอมยุติแผนการทำลายอาร์กติกอย่างแน่นอน มีแต่เราเท่านั้นที่สามารถหยุดยั้งเชลล์ได้ ด้วยเสียงที่ออกมาเรียกร้องปกป้องอาร์กติกจากทุกคน และล่าสุด เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา อาสาสมัครกรีนพีซทั้ง 6 คน ได้ปีนขึ้นไปปักหลักบนแท่นขุดเจาะน้ำมันโพลาร์ ไพโอเนียร์ ได้สำเร็จ พร้อมนำแรงสนับสนุนจากเกือบ 7 ล้านคนทั่วโลกเป็นกำลังใจสำคัญ

"มาร์กาเร็ท มีด กล่าวว่า ‘อย่าหยุดเชื่อว่าคนที่ใส่ใจต่อปัญหากลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คน สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เพราะนั่นคือคนกลุ่มเดียวที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้’ สิ่งที่ผลักดันให้ฉันปีนแท่นขุดเจาะของเชลล์ คือ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นมาร่วมลงมือต่อกรกับบริษัทและรัฐบาลที่มุ่งมั่นเดินหน้าทำลายสิ่งแวดล้อม ขุดเจาะน้ำมัน เผาผลาญพลังงานจากฟอสซิล โดยที่ไม่ใส่ใจกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น ฉันคิดว่าความล้มเหลวของรัฐบาลและบริษัทนั้นเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวขึ้นมาลงมือ และตอนนี้เรามีโอกาสที่จะร่วมมือกันสร้างอนาคตที่เราต้องการ แต่เราต้องรีบสักหน่อยเพราะเหลือเวลาไม่มากแล้ว การปีนขึ้นไปสูง 40 เมตร ลอยอยู่กลางอากาศบนแท่นขุดเจาะโพลาร์ ไพโอเนียร์ของเชลล์นั้นไม่น่าสนุกสักเท่าไหร่ ฉันรู้สึกเมาเรือ กลัวความสูง เสี่ยงว่าจะถูกจับกุม และพยายามแชร์เรื่องราวออกไป แต่ทุกอย่างจะไม่เสียเปล่า หากเราสามารถร่วมกันเปล่งเสียงให้ดังยิ่งขึ้น เราจะยืนหยัดปกป้องอาร์กติก ซึ่งเชลล์และบริษัทน้ำมันจะต้องรับรู้ว่าการขุดเจาะน้ำมันไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน อีกทั้งจะเป็นการทำลายอาร์กติกและโลกของเรา” Zoe Buckley Lennox หนึ่งในอาสาสมัครหกคนที่ขณะนี้ปักหลักอยู่บนแท่นขุดเจาะน้ำมันของเชลล์กล่าว

 

 

ถึงแม้จะอยู่ห่างออกไปอีกซีกโลก ผลกระทบของสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการละลายของน้ำแข็งที่อาร์กติกไม่ได้ส่งผลแต่ในเฉพาะภูมิภาคอาร์กติก แต่ทุกชีวิตบนโลกล้วนได้รับผลกระทบไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน หากปราศจากน้ำแข็งที่อาร์กติกแล้ว ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเลวร้ายจนไม่สามารถหยุดยั้งได้

ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาสาสมัคร 6 คน และเรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซที่กำลังติดตามแท่นขุดเจาะน้ำมันของเชลล์ได้ที่ www.savethearctic.org/th/live

 
Blogpost โดย รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ -- เมษายน 9, 2558 ที่ 16:11
 
 
ที่มา : http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/52553/
 

Recent posts