Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

อาจารย์รอฮีม  นิยมเดชา :ครูศาสนาในมหาวิทยาลัยที่เป็นแรงบันดาลใจผู้นำการศึกษาและชุมชนมุสลิมยุคใหม่

อาจารย์รอฮีม  นิยมเดชา :ครูศาสนาในมหาวิทยาลัยที่เป็นแรงบันดาลใจผู้นำการศึกษาและชุมชนมุสลิมยุคใหม่

30 September 2022

3492

 

ประวัติส่วนตัว​

อาจารย์รอฮีม นิยมเดชา หรือฮัจญีรอฮีม บินเจะละ เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2486 (10 รอมฎอน ฮ.ศ. 1362) ณ บ้านแพรกเมือง ตำบลหน้าสตน  อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายเจะละ นิยมเดชา และนางก้อทิยะ นิยมเดชา ครอบครัวของท่านประกอบอาชีพทำนาและประมง ท่านมีพี่น้อง 11 คน เป็นชาย 5 หญิง 6 คน ท่านเป็นลูกคนที่ 7 ท่านสมรสกับนางสะอาดะ หวันละเบ๊ะ (สะอาดะ บินตี อับดุลฮามีด) เป็นบุตรตรีของโต๊ะครูหมีดปอเนาะเกาะหมีนอก (โรงเรียนส่งเสริมศาสนาวิทยามูลนิธิ) และนางดัมเราะฮ์ ยายา ภรรยาคนที่สองของท่าน มีบุตร 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน ท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 ที อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ในวัย 73 ปี

 

ประวัติการศึกษา

อาจารย์รอฮีม นิยมเดชาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนใกล้บ้านท่านที่หัวไทร ที่โรงเรียนวัดฉิมหลา ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจบจากจบชั้นประถมท่านได้เดินทางไปเรียนต่อทางศาสนาที่ปอเนาะเกาะหมี ท่านใช้เวลาเรียนที่นี่ 4 ปี ต่อมาท่านได้เดินทางไปเรียนต่อที่จังหวัดปัตตานีตามพี่ชายของท่านที่ปอเนาะเมาะโง อำเภอมายอ ท่านใช้เวลาศึกษาที่นี่ประมาณ 3-4 ปีก่อนเข้าไปศึกษาที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ที่นี่ท่านจบการศึกษาปริญญาตรีสาขา Jurisprudence and Laws จาก Islamic Center for Higher Studies ประเทศมาเลเซียเมื่อปี 2514 ต่อมาท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอียิปต์ ที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮาร์ ท่านสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีที่นี่อีกใบในสาขา Islamic Law and Jurisprudence ในปี 2517 และจบปริญญาโทสาขา Comparative Jurisprudence ในปี 2520 และทำการศึกษาในระดับปริญญาเอกในสาขาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮาร์ ท่านใช้เวลาศึกษาอยู่จนใกล้สำเร็จการศึกษา แต่ด้วยประสงค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะอาลา อาจารย์ที่ดูแลวิทยานิพนธ์จของท่านเสียชีวิตก่อนที่ท่านจะจบ

 

 

 

ความเชี่ยวชาญ/ความสามารถที่โดดเด่น

ท่านเป็นผู้บุกเบิกการสอนกฎหมายอิสลาม กฎหมายเปรียบเทียบ และเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอิสลาม

 

ประวัติการทำงาน

เมื่อท่านกลับมาจากประเทศอียิปต์เพื่อนของท่านอาจารย์หะสัน หมัดหมาน จึงชวนท่านมาสอนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมขับเคลื่อนการศึกษาในแนวทางอิสลามในระดับอุดมศึกษา ท่านบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกโดยเป็นอาจารย์ในภาควิชาปรัชญาและศาสนา ในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานาครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2527 และเข้าร่วมพลักดันศูนย์อิสลามศึกษากับทางอาจารย์หะสัน หมัดหมาน และทีมงาน

ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นอกจากงานสอนแล้วท่านยังรับงานบริหารในฐานะหัวหน้าแผนกวิชาอิสลามศึกษา ภาควิชาปรัชญาศึกษา ท่านเป็นคนหัวหน้าแผนกคนสุดท้ายก่อนที่จะยุบสาขาและย้ายสังกัดไปยังวิทยาลัยอิสลามศึกษาในปี 2532 ท่านดำรงตำแหน่งนี้ 3 ปี ในระหว่างปี 2529 -2532

ในขณะเดียวกันนอกจากงานในคณะแล้วท่านยังรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งวิทยาลัยอิสลามศึกษาเมื่อช่วงปี 2530-2532 จนมหาวิทยาลัยอนุมัติเปิดวิทยาลัยอิสลามศึกษาขึ้นมาเมื่อปลาย ปี 2532 และเริ่มดำเนินการในปี 2533 ท่านทำหน้าหน้ารักษาการผู้อำนวยการของวิทยาลัยเป็นท่านแรกเป็นเวลา 3 เดือน คือระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2533- 31 มีนาคม 2533 ท่านจึงลงจากตำแหน่ง

ในช่วงปี 2537-2541 ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชาอิสลามศึกษา ต่อมาเมื่ออาจารย์หะสัน หมัดหมาน ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยอิสลามศึกษา ท่านได้เชิญอาจารย์รอฮีมมาช่วยงานบริหารอีกครั้งหนึ่ง อาจารย์รอฮีมดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัยระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2541 ถึง 31 กรกฎาคม 2545 และท่านได้เกษียณอายุราชการไปในเดือนกันยายน 2546 แต่ก็ยังคงช่วยสอนที่วิทยาลัยไปอีกระยะหนึ่ง รวมระยะเวลาที่ท่านสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วม ๆ 19 ปี

หลังจากเกษียณเพื่อนของท่าน อาจารย์หะสัน หมัดหมาน ที่กำลังขับเคลื่อนการเปิดสถาบันการศึกษาด้านอิสลามแห่งใหม่ที่จังหวัดนราธิวาสได้มาเชิญท่านมาช่วยเป็นกำลังสำคัญในการบุกเบิกสถาบันแห่งใหม่นี้อีกครั้ง ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อองค์กรใหม่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอาจารย์รอฮีมรับหน้าที่เป็นรองผู้อำนวยการสถาบันอิสลามและภาษาอาหรับ ที่นี่ท่านและอาจารย์หะสันได้ร่วมงานกันอีกครั้งเพื่อกรุยทางและวางรากฐานการศึกษาแบบอิสลามในสถาบันอุดมศึกษาเหมือนสมัยพวกท่านเริ่มก่อร่างสร้างศูนย์อิสลามศึกษาที่ปัตตานีเมื่อสมัยพวกท่านยังหนุ่ม

แม้อาจารย์หะสันได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์หลังก่อตั้งสถาบันขึ้นได้ไม่นาน อาจารย์รอฮีมก็ยังคงสอนและเป็นอาจารย์อาวุโสที่คอยเป็นที่ปรึกษาของอาจารย์รุ่นใหม่และนักศึกษาต่อจนสถาบันเติบโตและครบรอบการก่อตั้งสิบปี ท่านประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางไปสอนที่นราธิวาสก่อนที่สถาบันจะจัดงานครบรอบสิบปีไม่กี่วัน ซึ่งในงานวันนั้น ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้มาเป็นประธานในงานของสถาบัน ท่านได้กล่าวถึงคุณงามความดีของอาจารย์รอฮีมและรู้สึกเสียใจที่ผู้เชิญท่านมาร่วมงานนี้ไม่ได้มาร่วมงานและร่วมปิติยินดีในความเติบโตและก้าวหน้าของสถาบันด้านอิสลามที่จะเป็นเสาหลักด้านวิชาการอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจารย์รอฮีม อาจารย์หะสัน และทีมงานได้ร่วมกันทุ่มเทกำลังความสามารถแม้พวกท่านจะอยู่ในวัยชราแล้วก็ตาม  ท่านได้อุทิศตนตามแนวทางแห่งอิสลามจนวาระสุดท้ายของท่าน

 

สิ่งที่ส่งต่อมายังชนรุ่นหลังโดยเฉพาะเป็นแรงบันดาลใจผู้นำการศึกษาและชุมชนมุสลิมยุคใหม่

 

​อาจารย์รอฮีมเป็นผู้บุกเบิกการเรียนการสอนด้านอิสลามศึกษา การสอนกฎหมายอิสลาม กฏหมายอิสลามเปรียบเทียบในสถาบันอุดมศึกษาเมืองไทย แม้ว่าท่านจะได้บรรจุอาจารย์ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีแล้ว แต่ช่วงที่ท่านกลับมาเยี่ยมบ้านภรรยาของท่านที่โรงเรียนส่งเสริมศาสนาวิทยามูลนิธิ (ปอเนาะเกาะหมีนอก) ท่านมักจะหาเวลาเข้าไปพูดคุยกับนักเรียนหรือให้คำแนะนำพวกเขาในด้านการศึกษาอยู่บ่อย ๆ

ตลอดเวลาร่วม ๆ 30 ปีในการสอนของท่าน ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมายซึ่งได้รับความรู้จากท่านโดยเฉพาะในด้านกฎหมายอิสลาม ทั้งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ลูกศิษย์เหล่านี้ชื่นชมในความเป็นกันเองและแบบอย่างของท่านในฐานะครูที่ดี ในด้านการสอนท่านจะสอนให้นักศึกษานำความรู้ไปใช้และปฏิบัติจริง ในวิชา ๆ หนึ่งของท่านท่านจะสอนให้นักเรียนชายทุกคนฝึกอ่านคุฏบะฮ์ให้เป็นจนบางคนสามารถอ่านคุฏบะฮ์ได้อย่างคล่องแคล่วในเวลาต่อมา ลูกศิษย์ลูกหาของท่านบางส่วนเป็นครูในโรงเรียนต่าง ๆ จนกระทั่งผู้บริหารโรงเรียน หน่วยงานการศึกษาของรัฐและผู้นำชุมชนโดยได้นำความรู้ที่ได้รับจากท่านไปเผยแพร่ให้กับนักเรียนของพวกเขา และชุมชน แม้อาจารย์รอฮีมจะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาแล้ว แต่ความรู้ที่ท่านถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ของท่านจะยังคงอยู่ต่อไป (อินชาอัลลอฮ์)

หลายๆท่านก็เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในสาขาต่างๆและมหาวิทยาลัยทั้งภาคใต้ กลาง เหนือและอีสานหรือแม้กระทั่งมาเลเซียและอินโดนีเซีย ยิ่งโลกออนไลน์ก็สามารถสอนและบรรยายได้ทุกทีของโลก

 

รวบรวมและเรียบเรียงโดย นัจมีย์ หมัดหมาน



 

Recent posts