30 September 2022
955
กัญชาเสรีที่ภาคใต้:จากการเมืองสู่ทางออกจากภาคพลเมือง
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและผู้อ่านทุกท่าน
ตามที่ วันที่ 14 กันยายน 2565 สภาผู้แทนราษฏรมีมติเสียงข้างมาก โหวตถอน ร่างกม.กัญชา ออกจากวาระประชุม ทำให้การเมืองระหว่างพรรคการเมืองร้อนแรง ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ภาคใต้และภูมิใจไทยกับเพื่อไทยที่อีสาน
#กัญชาเสรีพ่นพิษ พรรคร่วมรัฐบาล “ไม่ใช่ภูมิใจกับประชาธิปัตย์แต่ยังรวมถึงพลังประชารัฐ”
ไฟต์ปะทะในสภาเดิมสื่อว่า “ภูมิใจไทย–ประชาธิปัตย์” กำลังซัดกันดุเดือด
ศึกความขัดแย้งพรรคร่วมรัฐบาลปะทุขึ้นมาใหม่ หลังจากพรรคประชาธิปัตย์จับมือพรรคเพื่อไทย ร่วมลงมติตีกลับร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของพรรคภูมิใจไทย ให้นำกลับไปทบทวนใหม่
ยกเหตุผลการแก้ไขเนื้อหาในชั้น กมธ.เหาะเหินเกินลงกา เลยเถิดไปมากกว่าการใช้ประโยชน์กัญชาเพื่อการแพทย์เพียงอย่างเดียว สุ่มเสี่ยงนำไปสู่กัญชาเพื่อสันทนาการ นำประเทศไทยเข้าสู่สยามเมืองยิ้ม
https://www.thairath.co.th/news/politic/2502421
แต่ถ้าดูคะแนนเสียงลงมติของพรรคพลังประชารัฐกับบทสัมภาษณ์ล่าสุดของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค บอกได้คำเดียวว่า “พรรคร่วมรัฐบาลเเตกแล้ว”
โดยนายสมศักดิ์ สะท้อนว่า “รมว.สาธารณสุข คงต้องทำงานหนักมากขึ้นในการออกกฎหมายควบคุมกัญชา”(อ้างอิงจาก https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/180732)
สำหรับคะแนนเสียงคว่ำพรบ.กัญชานั้น
#พรรคพลังประชารัฐ มาลงมติ 54 คน โดยลงมติให้ถอนมากถึง 47 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง คือ พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี และมีงดออกเสียง 4 เสียง ได้แก่ มานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก วันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ และสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคประชาธิปัตย์ มาลงมติ 34 คน เห็นด้วยให้ถอน 30 เสียง ขณะที่อีก 2 เสียงไม่เห็นด้วย คือ มนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคิรีขันธ์ และพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชือ ส่วนอีก 2 คน คือภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี งดออกเสียง
พรรคเศรษฐกิจไทย มาลงมติ 11 คน โดย 7 เสียงเห็นด้วย ขณะที่ 3 เสียงไม่เห็นด้วย ประกอบด้วย ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ขณะที่ พล.ต.อ. ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ งดออกเสียง
พรรคเสรีรวมไทย มีส.ส.ที่ร่วมประชุม 9 คน โหวตเห็นด้วยทั้งหมด พรรคพลังปวงชนไทย ที่มี นิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นั้นโหวตเห็นด้วยเช่นกัน พรรคประชาชาติ มี ส.ส. 6 คนร่วมประชุม ล้วนโหวตเห็นด้วยทั้งหมด พรรคเพื่อชาติ ลงมติ 3 คน โดย 2 ส.ส.ที่เห็นด้วย คือ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ผู้ที่ไม่เห็นด้วย คือ อารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)สะท้อนว่า “ พ.ร.บ.กัญชาฯ ถูก 3 พรรคสกัด โวยจากนี้มีอะไรเกี่ยวกับกัญชา อย่ามาที่ภูมิใจไทย อย่ามาที่ สธ.ให้ไปที่ 3 พรรคที่เตะถ่วง เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ในจังหวัดยะลาพรรคภูมิใจไทยติดป้าย ผลงานหนี้กยศ.ปลอดดอกเบี้ยแข่งกับประชาชาติ
และเน้นจัดกีฬาเอาใจเยาวชน ในรายการ “มาจูจายา โบลา ฟุตบอล ยูธลีก 2022” (MAJUJAYA BOLA FOOTBALL YOUTH LEAGUE) ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรีกรฬาของพรรค อย่างไรก็แล้วแต่พรรคการเมืองอื่นแห่จัดฟาดแข้ง! ดึงเยาวชน-สร้างกระแสรับเลือกตั้งเช่นกัน ไม่ว่าประชาชาติคัพและประชาธิปัตย์คัพ ส่วนพลังประชารัฐลุยหาเสียงโดยใช้อำนาจ บิ๊กป้อม” ลุยนราธิวาส 19 ก.ย. 2565 นั่งหัวโต๊ะประชุม กพต.เคาะผลักดัน 9 หัวเมืองชายแดนเป็นพื้นที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
#“กัญชาเสรี : ขอบคุณสำหรับเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ประชาชาติที่ค้านตั้งแต่แรก เพื่อไทย และทุกพรรค ทุกคนที่ค้าน พรบ.กัญชา”
“ปัญหาสังคมที่ชัดเจนที่สุดคือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวันนี้เต็มไปด้วยสิ่งเสพติด หันไปทางซ้ายเจอ "กัญชา" หันไปทางขวาเจอ "น้ำกระท่อม" และรอบๆ ตัวคือ “ยาบ้า” ที่ขายกันอย่างเสรี 4 เม็ด 100 บาท วันนี้ ประชาชนวัยทำงานและเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียน ต่างอยู่ในวังวนของยาเสพติด ที่รัฐบาลเองก็ล้มเหลวในการแก้ปัญหามาโดยตลอด การปลดล็อกทั้งพืชกระท่อมและพืชกัญชา ที่ไม่รอบคอบ เป็นการหาคะแนนนิยมทางการเมือง โดยละเลยข้อเท็จจริงของสังคมไทย จึงกลายเป็น ”ดาบสองคม” ที่กลับมาทำร้ายสังคมไทยอย่างไม่ควรจะเป็น ถ้าพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลมีความรอบคอบ รู้จักฟังเสียงของผู้คัดค้าน และไม่มองว่าผู้ที่เห็นต่างเป็นเรื่องการเมือง วันนี้ปัญหาของยาเสพติดอาจจะไม่ร้ายแรงอย่างที่เป็น”(อ้างอิงจาก https://www.allaboutnewsth.com/2022/09/blog-post_17.html?fbclid=IwAR2m0VJRyDvp7dqOQ-ZgGtMNalLSquy49wJpGqNbjNODpWUkrJc7_YgEX0E&m=1)
35 องค์กรมุสลิมในนามองค์กรเครือข่ายคัดค้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่ขัดกับหลักศีลธรรม(อคศ.) ออกแถลงการณ์
“ขอบคุณสำหรับเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ประชาชาติที่ค้านตั้งแต่แรก เพื่อไทย และทุกพรรค ทุกคนที่ค้าน พรบ.กัญชา นี้นี่คือผลของการเคลื่อนไหวของภาคพลเมืองที่นักการเมืองได้ฟัง การคว่ำครั้งนี้ คงมาจากทั้งสองปัจจัย ทั้งเป็นเกมส์การเมืองใกล้เลือกตั้งหรือไม่? อย่างไรก็แล้วแต่ประชาชนได้ประโยชน์ในที่สุด และเนื้อหาในร่าง พรบ.กัญชากัญชงที่ดูจะไม่เข้าข่ายกัญชาทางการแพทย์เอาเสียเลยต้องขอปรบมือดังๆขอขอบคุณ ผู้บริหารและบุคลากรโรงเรียนเอกชน ที่คอยเป็นกำลังใจและร่วมคัดค้านนโยบายกัญชาเสรี จากที่สมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาและสมาคมการศึกษาเอกชนและ35 องค์กรมุสลิม และองค์กรภาคีต่างๆ ได้เป็นตัวแทน ในการยื่นคัดค้านในทุกวิถีทาง จนถึงหน้ารัฐสภา วันนี้อาจยังไม่สำเร็จเต็มร้อย แต่ภารกิจได้ถูกตอบรับส่วนหนึ่ง เพื่อปกป้องเยาวชนจากภัยยาเสพติด และรักษาระบบการศึกษาบนวิถีคุณธรรม คือหน้าที่ของพวกเราทุกคน “
อิหม่ามดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ประธานอคศ.
สะท้อนว่า “ทำดีมา 1 อย่าง ก็ต้องชื่นชมไป 1 อย่างประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ถอน พ.ร.บ.กัญชาเสรี และให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเหมือนเดิมอย่าพลิกเปลี่ยนเสียอีกหละต่อต้านกัญชาเสรี คือต่อต้านสิ่งมุงกัร(สิ่งโสมม)
#ข้อเสนอแนะรมว.สาธารณสุข ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติด”
15 กันยายนท2565 35 องค์กรมุสลิมในนาม
องค์กรเครือข่ายคัดค้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่ขัดกับหลักศีลธรรม(อคศ.)เสนอทางออกต่อเรื่องนี้คือเรียกร้อง รมว.สาธารณสุข ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติดหรือต่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณใช้อำนาจ(เต็ม)ในการออกพระราชกำหนดกำหนดให้กัญชายังเป็นยาเสพติด จนกว่าจะมีกฎหมายกัญชาออกมาบังคับใช้รวมทั้งปรึกษาหารือหาทางออกร่วมกันเพื่อสร้างชุมชนแห่งศาสนธรรมโดย จัดให้มีกระบวนการรับฟังผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อร่วมกันออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิมหรือศาสนธรรมเช่นประกาศเป็นเขตปลอดกัญชา ยาเสพติด และอบายมุขทุกชนิด ซึ่งอคศ.ยินดีร่วมปรึกษาหารือในการหาทางออกร่วมกันเพื่ออกแบบชุมชนแห่งศาสนธรรมสู่สันติภาพ/สันติสุขอย่างยั่งยืนเพราะ ประเด็นสำคัญคือ บัดนี้สุญญากาศช่องว่างทางกฏหมายว่าด้วยกัญชากัญชงได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ดังนั้นนี่คือทางออกทางเดียวที่ดีที่สุด”ข้อเสนอแนะของอคศ.สอดคล้องกับจดหมายเปิดผนึกของเครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชนต้านยาเสพติดรวมทั้งชมรมแพทย์ชนบท
ด้วยเหตุผล คือ (1) ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯฉบับนี้มุ่งเน้นกัญชาเพื่อนันทนาการ ไม่ใช่กัญชาทางการแพทย์อย่างที่กล่าวอ้างไว้ จะทำให้เกิดเศรษฐกิจกัญชาเพื่อนันทนาการทั่วประเทศไทย
(2)การอนุญาตให้ปลูกกัญชาในครัวเรือนโดยไม่มีมาตรการป้องกันการรั่วไหลที่เพียงพอจะทำให้เยาวชนนำดอกกัญชาไปสูบ ให้กัน และจำหน่ายอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และจะมีการนำกัญชาไปใส่อาหารขายทั่วไปโดยไม่บอกผู้บริโภค
(3)มาตรการควบคุมการขายและโฆษณากัญชามุ่งควบคุมเฉพาะช่อดอกและยางกัญชา จะเกิดการโฆษณาและส่งเสริมการขายดอกกัญชาโดยใช้กลยุทธ์โฆษณาและส่งเสริมการขายใบกัญชาแทน ในทุกสื่อตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เหมือนกับที่เราได้เห็นการโฆษณาน้ำแร่หรือโซดาแทนการโฆษณาเบียร์อยู่ทั่วไป
(4) ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯฉบับนี้บังคับให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการกัญชา แทนที่จะทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค อันเป็นการบิดเบือนภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างร้ายแรง ประชาชนจะไม่มีหน่วยงานใดช่วยคุ้มครอง
(5) ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯนี้จะนำประเทศไทยไปกระทำผิดต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยยาเสพติด จะส่งผลให้ประเทศไทยอาจถูกลงโทษห้ามนำยาที่จำเป็นบางชนิดเข้ามาใช้ในประเทศไทย (เช่น มอร์ฟีน) เป็นต้น การมีมติให้ถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นี้เพื่อให้มีการทบทวนให้รอบคอบจึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการได้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพจะก่อปัญหามากกว่าแก้ปัญหา
ความเป็นจริงปัญหาผลกระทบของกัญชาเสรีไม่ได้อยู่ที่ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ (ที่ไร้ประสิทธิภาพ) ต้องตกไปแล้วทำให้เกิดสภาวะสุญญากาศ แต่ปัญหาสภาวะสุญญากาศอยู่ที่การคงอยู่ของประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติด ดังนั้นในขณะที่กำลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นี้ ให้รอบคอบซึ่งต้องใช้เวลา เพราะต้องผ่านกระบวนการทั้งสองสภา หรือ อาจมีการยุบสภาก่อน ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นต้อง “ปิดกัญชาเสรีในสภาวะสุญญากาศก่อน” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศและอนาคตของเยาวชน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กล่าวไว้หลายครั้งต่อสาธารณะว่า พร้อมที่จะชะลอการปลดกัญชาเสรี เพียงรอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเรียกประชุมเท่านั้น
เครือข่ายฯ จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติด เพื่อ “ปิดสภาวะสุญญากาศทันที” ในขณะที่กำลังพัฒนาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับนี้ให้รอบคอบ ประเทศไทยจะกลับไปเป็น “กัญชาทางการแพทย์” อย่างเดิม ซึ่งจะสามารถพัฒนาให้ผู้ป่วยเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้นได้ต่อไป หากทำเช่นนี้จะเรียกได้ว่าเป็นนโยบายกัญชาที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม