ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เว็บ thaingo.org จะปรับค่าบริการจากเดิม 300 บาทเป็น 500 บาท

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

ชีวิตเอ็นจีโอ “ส่งแรงใจถึง เอกชัย อิสระทะ”

 

ข่าวคราวนักพัฒนาล้มป่วย ทีละคนๆ และมีบั้นปลายชีวิตค่อนข้างยากลำบาก ผมทราบข่าวเป็นระยะๆ เพราะแต่หลายคนที่ผมคุ้นเคยรู้จัก ล้วนเคยผ่านการทำงานมีบทบาทสูงมาก่อน แต่กว่าจะถึงจุดนั้น จุดที่ประสบการณ์ มุมมอง แนวคิด วิเคราะห์ ต่างๆ คมชัด แหลมลึกและถูกยอมรับจากสังคม ล้วนผ่านงานคลุกคลีกับปัญหา กับชุมชน และคร่ำหวอดกับการเคลื่อนไหว เจรจา และจัดขบวน รวมถึงให้สัมภาษณ์ สื่อสารกับสังคมได้อย่างคมและชัด

งานเอ็นจีโอ หรือองค์พัฒนาเอกชน เป็นงานที่ต้องแลกด้วยผลงาน
2 ด้าน อย่างน้อย 1 ด้านการทำงานกับพื้นที่ปัญหา จริงจัง จนถูกยอมรับจาก ชาวบ้าน ชุมชน หรือ กลุ่มเป้าหมายที่ทำงาน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน 2 ด้านผลงานกับแหล่งทุน คนส่วนมากไม่เข้าใจ ว่า แท้จริง NGOs อย่างเราก็ต้องทำงาน ตามแผน ตามโครงการที่ขอจากแหล่งทุน ทำนอกแผนไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ ไม่ดี ซึ่งนั่นหมายถึง เราชื่อเรา องค์กรเรา จะถูกหมายหัว หมดอนาคตที่จะได้ในภาคหน้า ดังนั้น คนทำงาน NGOs จะต้องมุ่งมั่นให้ได้อย่างน้อย  2 อย่าง นี้ แต่ถ้าให้ดี รู้จักสื่อสารกับสังคม ให้สังคม ยอมรับ รู้จักออกงาน ประสานเครือข่าย เป็นข่าว ออกสื่อ ซึ่งอันหลังนี้ NGOs ปรารถนาที่สุด

พื้นที่เดิมช้ำ หรือทำซ้ำมากๆ ก็เบื่อ หมดไอเดีย ก็พยายามขยับไปประเด็นใหม่ๆ พื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพื่อเสนอขายไอเดียกับแหล่งทุน ในขณะที่ พื้นที่เก่าก็ทิ้งขว้างไม่ได้ เดี๋ยวชาวบ้าน ครหา ว่า ได้ใหม่แล้วลืมเก่า ไม่รักษาสัจจะวาจา ไม่ร่วมเคียงข้างต่อสู้ ยืนหยัด ทำให้เอ็นจีโอ มีภาระทับซ้อนเยอะ งานเดิมก็ต้องทำ งานใหม่ (โครงการใหม่ๆ) ก็ต้องหา เพราะต้องกินต้องใช้ คนส่วนมาก รีดอุดมการณ์จากคนทำบานพัฒนาเยอะมาก ทั้งๆที่ จริงๆ แล้วคนทำงานพัฒนาก็เป็นคนแบบ คุณๆท่านๆ คือต้องกินต้องใช้ ต้องหาเงินมาเลี้ยงลูกเมีย พ่อแม่ หรือมีภาษีสังคม นี่ไม่นับรวม งานเคลื่อนไหวคนอื่น การประท้วง ปะทะ ต้อสู้ ในที่ต่างๆ รวมถึง เวทีอื่นๆ ที่เชิญกันไป เชิญกันมา เพื่อเน้นย้ำ แนวร่วมจุดยืน

ทำให้คนทำงาน ยิ่งโด่งดัง มีบทบาท ก็ยิ่งมีงานงอกเงย มีภาระแบบทำเปล่า ทำเยอะ ทำไม่หยุดไม่พัก พอนานวัน นานปี สังขารก็ฟ้อง ก็พังเร็วกว่ามนุษย์คนอื่นๆ จากความเครียด จากการพักผ่อนที่น้อย หรือจากความฝ่าฝืน เกินสถานะ สภาพสังขาร กรณีพี่เอก ( เอกชัย อิสระทะ ) ก็น่าจะมาจากเหตุผลหลัง

ผมจำไม่ได้ ว่ารู้จักพี่เอกชัย ปีไหน ตอนไหน นานมาก แต่ที่ชัดๆ จำได้แน่นอน คือ ราวปี
2550-2551 ตอนนั้นทำโครงการเหมืองแร่ พี่เอกชัย ทำงานพื้นที่ ต่อสู้เรื่องเขาคูหา ผมได้ไปนอน ไปเห็นชีวิตคนทำงานที่มีฐานะแทบจะเป็นระดับบน หมายถึง ผู้หลักผู้ใหญ่ กับประสบการณ์สะสมมาเกือบ 20 ปี ความคม ความแหลม ในการมองประเด็นปัญหา และการถูกรู้จักยอมรับ มากระดับหนึ่ง รวมถึง การถูกเกรงขามจากคู่ขัดแย้ง ทั้งกลุ่มทุน อิทธิพล แจะจากภาครัฐ ทำให้ตอนนั้น ชีวิตพี่เอกชัย มีความระมัดระวังสูงมาก

เราคนทำงานพัฒนา เพื่อปกป้องชาวบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติ ( ดิน น้ำ ป่า แร่ธาตุ) เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปขัดขวางผลประโยชน์คนอื่น ชีวิตพวกเราจึง เป็นชีวิตที่ลี้หลบ เชื่อใจใครซี้ซั้วไม่ได้ หลายคนคัดกรองจนแทบไม่มีเพื่อน จนมีชีวิตที่อ้างว้าง พูดคุยกับใครไม่ได้หมด ไม่ได้มาก ระแวดระวัง ตัวตลอดเวลา ซึ่งเหนื่อยและเครียดมาก ที่ผมต้องหันมาเดินทางใหม่ ทำเกษตร ทำแปรรูปค้าขาย เพราะทำงานตรงนี้มาครึ่งชีวิตแล้ว เป็นงานที่ไม่มีหลักประกันและยิ่งเรามีบทบาทสูงก็ยิ่งมีพันธะ สัญญา มีความต้องร่วม ต้องช่วยคนอื่นมากขึ้น หนักขึ้น งานมากก็หนึ่ง ความเครียด การพักผ่อนที่น้อยลงก็หนึ่ง และ ชีวิตไม่มีหลักประกันอะไรเลย ซึ่งเรา ยังไงๆ ก็เป็นชีวิตแบบสังคมไทย คือ ทำหน้าที่ลูก ดูแลคนแก่ในยามชรา ฉะนั้น เอ็นจีโอ จึงเป็นอาชีพที่ยาก ที่จะยึดไว้ได้ยาวนาน หรือได้สวัสดิการในยามชรา พี่เอก ( เอกชัย อิสระทะ) ในวันที่ล้มป่วยก็ต้องพึ่งบัตรทองเหมือนชาวบ้านทั่วๆไป

วานก่อนผมได้คุยกับน้องๆ โซนอีสานว่า อยากจัดงานหาทุน มาช่วยพี่ต๋อม ( จักรพงษ์ ธนวรพงษ์)  ซึ่งป่วยจากเส้นเลือดสมอง มาหลายปี และมีชีวิตลำบาก ในปัจจุบัน ความคืบหน้าเรื่องานยังไม่ได้คืบ มาเกิดกรณีพี่เอก อีก นี่เป็นโจทก์ที่ท้าทาย พอสมควรสำหรับ ทิศทางหลักประกันหรือสวัสดิการคนทำงานพัฒนาที่วันหนึ่งก็ต้องการ การดูแล เยียวยา

ผมอาจจะห่างจากการปฏิสัมพันธ์กับขบวนมาสักระยะ จากกรณีจุดยืนทางการเมือง แต่ ในฐานะคนทำงานพัฒนา คนที่ยืนข้างชาวบ้านที่เดือดร้อน ทุกข์ยาก ผมยังนับถือเป็นพี่เป็นน้องกันเสมอ หลายคนผมยังติดตามการทำงาน บทบาท คอยเฝ้ามองให้กำลังใจ และผมว่า พี่เอกชัย เป็นคนจริงคนหนึ่ง ที่ใจเกินร้อยมาตลอด ที่ยังมุ่งมั่นยึดมั่นในปณิธานเพื่อสังคม ไม่เคยหยุดพัก จนวันนี้ ร่างกายต้องส่งสัญญาณเตือน
!!

ถ้าอำนาจแห่งคุณงามความดีมีจริง ขอภาวนาให้สิ่งที่พี่เอกสะสมมานั้น เกิดพลังบารมีช่วยพลิกฟื้น สติ สังขาร ให้พี่เอกกลับคืนสภาวะเดิม เพราะเชื่อว่า พี่ๆน้องๆ เอ็นจีโอ เยอะมากเฝ้าภาวนารอคอย ครับ...