Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

การพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้ทุนข้ามชาติจีน : ความมั่นคงของชุมชน?

การพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้ทุนข้ามชาติจีน  :  ความมั่นคงของชุมชน?

6 September 2022

1852

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันทุนใหญ่จีนมีเม็ดเงินมหาศาลที่ลงทุนในประเทศไทย

 

หวัง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2564 มูลค่าการลงทุนจีนในไทยอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 27% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดี แม้ว่าจะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และคาดว่าปี 2565 จะยิ่งทำให้การลงทุนจากจีนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อ่านเพิ่มเติมใน https://www.bangkokbiznews.com/business/993216)

 

ส่วนชายแดนภาคใต้นั้นทุนจีนจะลงทุนในโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนโดยเฉพาะจะนะเมืองอุตสาหกรรม ซึ่งยังมีข้อขัดแย้งกับคนในพื้นที่และกำลังเป็นข่าวดังในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลทุนใหญ่จีนจะมาฮุบเศรษฐกิจชุมชน และสามารถยึดแผ่นดินไทยในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเราเริ่มเห็นเชิงประจักษ์จากหลากหลายทั้งบนดินและใต้ดินดั่งที่นักวิชาการและนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยเปิดโปง

 

อีกทั้งบทเรียนสีหนุวิลล์ของกัมพูชาที่เต็มไปด้วยตึกที่หยุดก่อสร้างนับพันแห่งโดยทุนจีนทิ้งไปแล้วไม่กลับมาจนกำลังเกิดวิกฤตฟองสบู่ภาคอสังหาฯ

 

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลตระหนักถึงความมั่นคงของชุมชน ความมั่นคงทางวัฒนธรรม ความมั่นคงทางทรัพยากรของไทยให้มากกว่าความมั่นคงของนายทุนจากต่างประเทศและนายทุนที่ได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน

 

โดยยึดโมเดลคนจีนกับมลายูมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกแบบพัฒนาไปด้วยกันเหมือนบรรพบุรุษตามที่นายชุมศักดิ์ได้สะท้อนและสอดคล้องกับข้อเสนอแนะทางวิชาการ เพื่อการประคับประคองและปฏิรูปเศรษฐกิจชายแดนใต้ นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสันติภาพที่กินได้ในที่สุด

 

จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า ปัญหานโยบายเศรษฐกิจของรัฐที่ผ่านมาคือมุ่งสร้างเขตเศรษฐกิจหลัก เน้นพื้นที่มีศักยภาพ แต่ละเลยพื้นที่ยากจน ถ้าหากข้อตกลงทางเศรษฐกิจ (economic deal) ที่รัฐไทยทํากับคนจีน คือเปิดกว้างให้จีนพัฒนา เศรษฐกิจทุนนิยมโดยรัฐเก็บภาษีและค่าเช่าเศรษฐกิจแล้ว

 

มลายูมุสลิมก็ควรพึงปรับเปลี่ยนเป็นสร้างเศรษฐกิจโดยรวมให้สมดุล โดยเปิดทางให้ชาวบ้านเลือกเข้าสู่เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสอดคล้องกับหลักศาสนาและวิถีชีวิตเดิมของตน

(หมายเหตุส่วนหนึ่งจากบทความผู้เขียนใน https://www.matichonweekly.com/column/article_588002)

Recent posts