ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

การพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้ทุนข้ามชาติจีน : ความมั่นคงของชุมชน?

การพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้ทุนข้ามชาติจีน  :  ความมั่นคงของชุมชน?

6 September 2022

1233

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันทุนใหญ่จีนมีเม็ดเงินมหาศาลที่ลงทุนในประเทศไทย

 

หวัง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2564 มูลค่าการลงทุนจีนในไทยอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 27% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดี แม้ว่าจะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และคาดว่าปี 2565 จะยิ่งทำให้การลงทุนจากจีนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อ่านเพิ่มเติมใน https://www.bangkokbiznews.com/business/993216)

 

ส่วนชายแดนภาคใต้นั้นทุนจีนจะลงทุนในโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนโดยเฉพาะจะนะเมืองอุตสาหกรรม ซึ่งยังมีข้อขัดแย้งกับคนในพื้นที่และกำลังเป็นข่าวดังในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลทุนใหญ่จีนจะมาฮุบเศรษฐกิจชุมชน และสามารถยึดแผ่นดินไทยในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเราเริ่มเห็นเชิงประจักษ์จากหลากหลายทั้งบนดินและใต้ดินดั่งที่นักวิชาการและนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยเปิดโปง

 

อีกทั้งบทเรียนสีหนุวิลล์ของกัมพูชาที่เต็มไปด้วยตึกที่หยุดก่อสร้างนับพันแห่งโดยทุนจีนทิ้งไปแล้วไม่กลับมาจนกำลังเกิดวิกฤตฟองสบู่ภาคอสังหาฯ

 

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลตระหนักถึงความมั่นคงของชุมชน ความมั่นคงทางวัฒนธรรม ความมั่นคงทางทรัพยากรของไทยให้มากกว่าความมั่นคงของนายทุนจากต่างประเทศและนายทุนที่ได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน

 

โดยยึดโมเดลคนจีนกับมลายูมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกแบบพัฒนาไปด้วยกันเหมือนบรรพบุรุษตามที่นายชุมศักดิ์ได้สะท้อนและสอดคล้องกับข้อเสนอแนะทางวิชาการ เพื่อการประคับประคองและปฏิรูปเศรษฐกิจชายแดนใต้ นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสันติภาพที่กินได้ในที่สุด

 

จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า ปัญหานโยบายเศรษฐกิจของรัฐที่ผ่านมาคือมุ่งสร้างเขตเศรษฐกิจหลัก เน้นพื้นที่มีศักยภาพ แต่ละเลยพื้นที่ยากจน ถ้าหากข้อตกลงทางเศรษฐกิจ (economic deal) ที่รัฐไทยทํากับคนจีน คือเปิดกว้างให้จีนพัฒนา เศรษฐกิจทุนนิยมโดยรัฐเก็บภาษีและค่าเช่าเศรษฐกิจแล้ว

 

มลายูมุสลิมก็ควรพึงปรับเปลี่ยนเป็นสร้างเศรษฐกิจโดยรวมให้สมดุล โดยเปิดทางให้ชาวบ้านเลือกเข้าสู่เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสอดคล้องกับหลักศาสนาและวิถีชีวิตเดิมของตน

(หมายเหตุส่วนหนึ่งจากบทความผู้เขียนใน https://www.matichonweekly.com/column/article_588002)

Recent posts