Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ความหวังท่ามกลางม่านหมอกมลพิษ จุดเปลี่ยนจากถ่านหินสู่พลังงานหมุนเวียนของจีน

ความหวังท่ามกลางม่านหมอกมลพิษ จุดเปลี่ยนจากถ่านหินสู่พลังงานหมุนเวียนของจีน

25 February 2015

3652

นอกจากพลังงานถ่านหินจะมอบบาดแผลให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชนผู้อยู่อาศัยโดยรอบแล้ว ยังมอบบทเรียนเล่มใหญ่ให้เป็นที่ระลึก ถึงแม้จะเป็นบทเรียนที่ไม่น่าเรียนรู้สักเท่าไรนักเพราะแลกมาด้วยน้ำตา ถิ่นที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือแม้แต่ชีวิตของคนในชุมชน ขณะที่ชาวแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ได้รับชัยชนะบนความสูญเสียหลังจากสู้คดีมายาวนานกว่าสิบปี และชาวไทยกำลังได้เรียนรู้ถึงบทเรียนราคาแสนแพงของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่จีนเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาหมอกควันพิษในกรุงปักกิ่งที่มีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก แต่หลังจากที่จีนลดการใช้ถ่านหินลงในปี 2557 ที่ผ่านมา สภาพอากาศของปักกิ่งก็ดีขึ้น เล็กน้อย และความหวังในการกู้วิกฤตโลกร้อนของโลกก็ดูจะสดใสขึ้น

เมื่อปี2554 ปริมาณมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเทศจีนนั้นอาจเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชาชนกว่า 257,000 คน โดยองค์การอนามัยโลกระบุไว้ว่า มลพิษทางอากาศนั้นส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งประเทศจีนมีโรงไฟฟ้าถ่านหินมากกว่า 2,300 โรง ที่ผ่านมานั้นประเทศจีนพึ่งพาถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักถึงเกือบร้อยละ 80 ของประเทศเมื่อปี 2555  และมีอัตราการเติบโตของโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างรวดเร็ว มหานครใหญ่อย่างปักกิ่งก็ตกอยู่ในม่านหมอกของมลพิษ ขณะที่ประชาชนก็ยังคงต้องดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปอย่างไร้ทางเลือก

“สิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งและทำให้ผมประหลาดใจมาก คือ ผู้คนยังคงใช้ชีวิตตามปกติแม้แต่ในวันที่เต็มไปด้วยหมอกมลพิษ” Jia Zhangke ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีนกล่าว “แม้ในวันที่คุณภาพอากาศวัดดัชนีได้ว่ามีหนาแน่นเฉลี่ย 200-300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอากาศกลายเป็นสีเทา ผมก็ยังคงเห็นผู้คนเต้นอยู่กลางจตุรัส หนุ่มสาวก็ยังคงเที่ยวเล่นกัน ทุกคนต่างทำสิ่งต่างๆ ที่ทำปกติในชีวิตประจำวัน”


ผู้กำกับชาวจีนชื่อดังได้ร่วมมือกับกรีนพีซเอเชียตะวันออกถ่ายทอดเรื่องราวของสังคมจีนผ่านทางภาพยนตร์สั้น “Smog Journeys” โดยถ่ายทำในกรุงปักกิ่งและมณฑลเหอเป่ย ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมถ่านหินที่อยู่รายล้อมกรุงปักกิ่ง และภาพยนตร์นี้ก็ได้สื่อถึงสิ่งที่เด็กได้พบเห็นในแต่ละวันที่เต็มไปด้วยหมอกพิษ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใด รวยหรือจน ทุกคนล้วนต่างต้องอาศัยอากาศที่บริสุทธิ์ในการหายใจ แม้แต่กลุ่มคนที่รวยที่สุดในกรุงปักกิ่งที่เก็บตัวอยู่ในบ้านพร้อมเครื่องกรองอากาศและหน้ากากชั้นดี ก็ไม่สามารถหลีกหนีวิกฤตมลพิษทางอากาศนี้ได้พ้น

“ปัญหาหมอกควันมลพิษเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวจีนทุกคนต้องเผชิญ ทำความเข้าใจ และแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน” Jia Zhangkeกล่าว

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเทศบาลปักกิ่งแจ้งว่าปี 2557 ที่ผ่านมา ปริมาณฝุ่นละอองขนาด 2.5 พีเอ็มที่เล็กพอจะแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปอดลดลงร้อยละ 4 จากปีก่อนหน้านั้น โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 85.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่จำกัดไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อีกทั้งยังระบุว่า 22 วันที่คุณภาพอากาศดีกว่าปี 2556 และ 45 วันที่มลภาวะทางอากาศสูงมาก ซึ่งลดลง 13 วันจากปี 2556

เมื่อวิกฤตมลพิษทางอากาศของปักกิ่งเริ่มเกินเยียวยา รัฐบาลจีนได้ประกาศทำสงครามกับมลภาวะ และฟื้นฟูคุณภาพอากาศของจีนภายในปลายปี 2556 โดยหันเหทิศทางของเศรษฐกิจออกจากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมหาศาลตั้งแต่ปี 2555 ล่าสุดตามรายงานการประเมินล่าสุดของสมาคมอุตสาหกรรมถ่านหินแห่งจีน ปี 2557 จึงเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษที่จีนมีการใช้ถ่านหินลดลง

“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดสำคัญสำหรับประเทศจีนในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นไปสู่จุดอิ่มตัวของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกอีกด้วย” ฟาง หยวน เจ้าหน้าที่กรีนพีซ เอเชียตะวันออกกล่าว

ปัจจัยที่มีส่วนในการช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหินเมื่อปีที่แล้วมีหลายประการ ซึ่งประการสำคัญได้แก่ การผลิตพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนแปลงของทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมหนักไปสู่ภาคส่วนเศรษฐกิจใหม่  ซึ่งจีนประสบความสำเร็จในการเพิ่มสถิติของกำลังการผลิตไฟฟ้าผ่านสายส่งจากพลังงานลม (20 กิกะวัตต์) และ พลังงานแสงอาทิตย์ (11 กิกะวัตต์) การพัฒนาในแง่บวกที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อไม่นานมานี้จีนได้กำหนดให้ 4 มณฑลที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจสำคัญ จัดทำเป้าหมายในการลดการใช้ถ่านหิน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวไปแล้วในมณฑลอื่นอีก 4 มณฑล ซึ่งมณฑลเหล่านี้ใช้ถ่านหินมากกว่า 6 ร้อยล้านเมตริกตันต่อปี ซึ่งเกือบจะเท่ากับปริมาณการใช้ถ่านหินในอินเดียทั้งประเทศ 

ถึงแม้จะตกอยู่ในม่านหมอกของควันพิษมาแสนนาน แต่เมื่อลดและเลิกเสพติดตัวการก่อมลพิษและวิกฤตโลกร้อนอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินลงได้ ท้องฟ้าจะคืนความสดใสมาสู่กรุงปักกิ่งอย่างแน่นอน แต่บทเรียนราคาแสนแพงและเต็มไปด้วยมลพิษเช่นนี้ ประเทศไทยคงไม่ต้องการเดินซ้ำรอยความผิดพลาดเช่นนี้ อากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิพื้นฐานในการดำรงชีวิตอยู่ของทุกคน คงจะไม่มีท้องฟ้าแห่งในใต้เมืองไทยที่จะคุ้มค่ากับการแลกมาซึ่งมลพิษจากถ่านหินอย่างแน่นอน

 

Blogpost โดย รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ -- กุมภาพันธ์ 24, 2558 ที่ 17:17

 
ที่มา : http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/52179/

edit @ 25 Feb 2015 23:03:19 by กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Recent posts