Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

คงไม่มีใครอยากให้มหาสมุทรกลายเป็น “แพขยะ”

คงไม่มีใครอยากให้มหาสมุทรกลายเป็น “แพขยะ”

20 February 2015

4132

 

ลองจินตาการถึงถุงช้อปปิ้งของเราที่เต็มไปด้วยขวดน้ำ กระป๋องน้ำอัดลม แปรงสีฟัน สบู่ แชมพู และกล่องอาหารสำเร็จรูป ทีนี้ลองจินตาการว่าของทุกสิ่งที่เราซื้อมาเพื่อบริโภคนั้นหลังจากเราใช้แล้วจะถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทร และหากเราบอกคุณว่าประเทศไทยติดอันดับที่ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดในโลก คุณจะเชื่อไหม?

เมื่อปี พ.ศ.2553 ข้อมูลเผยออกมาว่า ประเทศต่างๆ ที่ติดชายฝั่งทะเลได้ทิ้งขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากถึง 8 ล้านตัน ขยะพลาสติกเหล่านี้ลอยไปเกาะกลุ่มรวมตัวกันเป็น “แพขยะ” ในมหาสมุทร

 

 

นักชีววิทยาทางทะเลทราบดีว่า ขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลที่ลอยอยู่บนผิวทะเลนั้นเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรอย่างใหญ่หลวง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือแพขยะขนาดยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งกินเนื้อที่อย่างน้อยก็สองเท่าของพื้นที่รัฐเท็กซัส  หรือใกล้เคียงกับพื้นที่ของประเทศไทย มลพิษนี้เป็นภัยต่อสัตว์ทุกชนิด ตั้งแต่แพลงก์ตอนตัวเล็ก ๆ ไปจนถึงสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอย่างวาฬ และไม่ใช่แค่สัตว์ทะเลเท่านั้น นกก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เสี่ยงอันตรายด้วย

หากคิดว่า โลกของเรามีแพขยะขนาดเกือบเท่าประเทศประเทศหนึ่งนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงแล้ว ยังมีเรื่องร้ายแรงกว่านี้อีก เพราะขยะพลาสติกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ในอีก 100 ปีข้างหน้า หมายความว่า ถ้าเราไม่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค แพขยะก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีก เว้นแต่ว่า เราจะพบวิธีการจัดการขยะที่ดีกว่าเดิม

แล้วขยะพลาสติกเหล่านี้มีจำนวนมหาศาลขนาดไหน?

ผลวิจัยล่าสุดที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาแนวใหม่ ที่เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Science  นั้น เป็นครั้งแรกที่งานวิจัยเผยให้เห็นถึงความพยายามในการคำนวณจำนวนขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในทุก ๆ ปี

 

อันดับในภาพสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณขยะพลาสติกทั้งหมดที่ไหลลงสู่มหาสมุทรเป็นประจำทุกปี
 

เพื่ออธิบายถึงปริมาณขยะกว่า 8 ล้านตันให้เข้าใจง่ายนั้น ผู้นำการศึกษา เจนน่า แจมเบ็ค วิศวกรสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจีย หัวหน้าทีมวิจัยได้เปรียบเปรยว่า ขยะพลาสติกทั้งหมดมีปริมาณมากเท่ากับเวลาที่เราเดินเท้ารอบโลกแล้วทิ้งถุงพลาสติกไว้ 5 ถุง ในแต่ละก้าว

“และในปี พ.ศ.2568 ถุงพลาสติกที่ถูกทิ้ง 5 ใบในแต่ละก้าวนั้น จะเพิ่มเป็น 10 ถุง” ซึ่งก็หมายถึง ถุงขยะพลาสติกจะเพิ่มจาก 8ล้านตันต่อปี เป็น 155 ล้านตันต่อปี หากแต่ละประเทศยังมีการจัดการขยะในแบบเดิม

การใช้พลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภคนั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น  มีการผลิตเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่มีการนำพลาสติกเข้ามาใช้ครั้งแรกและถูกใช้อย่างกว้างขวางตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว ยกตัวอย่างในปี พ.ศ.2555 อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกใช้พลาสติกไปถึง 288 ล้านตัน

เพื่อการแก้ปัญหาขยะล้นทะเลได้อย่างถูกจุด ผลวิจัยล่าสุดนี้ยังได้กล่าวถึงประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่มหาสมุทรอีกด้วย ซึ่งทำการสำรวจจาก 192 ประเทศติดชายฝั่งทะเล โดยสาธารณรัฐประชาชนจีน คือประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดในโลก ในขณะที่สหรัฐอเมริกาปล่อยขยะลงสู่ทะเลเป็นอันดับที่ 20 ของโลก ทั้งที่สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีประชากรตามชายฝั่งทะเลหนาแน่น นอกจากนี้ยังเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ จึงทำให้สหรัฐฯมีผู้บริโภคผลิตภัณฑ์กลุ่มใหญ่ (ดูได้จากวิดีโอ  Are You Eating Plastic for Dinner ? )ทั้งนี้ยังมี 11 ประเทศจากทวีปเอเชีย ประเทศตุรกี  บราซิล และอีก 5 ประเทศจากทวีปแอฟริกา รวมอยู่ด้วย

แต่เป็นที่น่าตกใจสำหรับประเทศที่มีประชากรเพียง 65 ล้านคนอย่างประเทศไทยกลับติดอันดับที่ 6 ของประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทร แซงหน้าประเทศที่มีประชากรหนาแน่นกว่า 1,000 ล้านคนอย่างอินเดีย (อินเดียอยู่ในอันดับ 12)

 

กราฟจากทีมวิจัยของ เจนน่า เจมแบ็ค แสดงอันดับประเทศติดชายฝั่งทะเลที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเล 20 อันดับแรก
ขอบคุณภาพจาก http://www.motherjones.com/ 
 

เราควรทำอย่างไรเพื่อช่วยท้องทะเล?

ริชาร์ด ทอมป์สัน นักชีววิทยาใต้ทะเล มหาวิทยาลัยพลีมัธ แห่งสหราชอาณาจักรกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้คือ อุดช่องโหว่ของปัญหา”

ถูกต้อง! เราควรอุดช่องโหว่ของปัญหานี้เสีย เพราะหากเราไม่เริ่มช่วยกันแก้ไขปัญหาในเร็ววัน ต่อไปเราจะพบพลาสติกอยู่ในทุก ๆ ที่ แม้ในทะเลลึก กระทั่งถูกฝังอยู่ในธารน้ำแข็งของทวีปอาร์กติกเลยก็มี แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือสัตว์ที่อยู่ใกล้บริเวณแพขยะ (ไม่ว่าจะเป็นแพขยะที่ใดก็ตาม) มักจะเข้าใจว่าพลาสติกนี้เป็นอาหารและเผลอกินเข้าไป ขณะนี้มีสัตว์ทะเลกว่า 700 ชนิดที่ตกอยู่ในอันตรายเพราะการกินพลาสติก และคงจะมีสัตว์ที่ตกอยู่ในอันตรายมากกว่า 700 ชนิดแน่นอนหากเราเพิกเฉยและปล่อยให้ขยะพลาสติกล้นโลก

นอกจากนี้ หากสัตว์น้ำบริโภคชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กที่อาจมีสารพิษเข้าไป สารพิษนั้นก็จะตกค้างและอยู่ในตัวของห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำ ในไม่ช้า หากสัตว์น้ำนั้นถูกจับขึ้นมาเป็นอาหารของเรา อาจจะเรียกได้ว่าเราเป็นผู้กินขยะที่เราทิ้งลงไปเองก็ไม่ผิดนัก

 
แมวน้ำติดอยู่ในเศษขยะส่วนหนึ่งของแพขยะในทะเลแปซิฟิก ขอบคุณภาพจาก http://www.rurbanlife.net/
 
หากประเทศไทยมุ่งหวังจะแก้ไขปัญหาโดยการจัดการขยะทั้งประเทศโดยไม่ปล่อยปละละเลยอย่างที่ผ่านมา เราอาจจะต้องศึกษาจากการจัดการขยะของประเทศญี่ปุ่นที่มีระบบจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการศึกษาในที่นี้ก็มิใช่ศึกษาแต่เพียงระบบการจัดการขยะเท่านั้น แต่ต้องศึกษาลึกลงไปถึงกฎหมายเกี่ยวกับขยะ รวมไปถึงศึกษาพฤติกรรมการทิ้งขยะของชาวญี่ปุ่น  

อย่างไรก็ดี ฟากประชาชนร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องยาก แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ในการลดขยะที่จะถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทร แต่ตัวเราเองก็สามารถช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในชีวิตประจำวัน  ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนตัวเองด้วยการใช้ถุงผ้า  ปฏิเสธการใช้โฟม และถุงพลาสติกที่ไม่จำเป็น หรือการนำกระป๋อง ขวดพลาสติกมาประยุกต์ใช้ เพื่อนำมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเดิม หากเราทำได้ ประเทศไทยก็คงจะลดปัญหาปริมาณขยะล้นเมืองได้ด้วย และช่วยให้มหาสมุทรสวยงามขึ้นอีกมาก

มาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มจากตัวคุณ ช่วยกันลดการสร้างขยะคนละชิ้น ล้านคนก็เท่ากับล้านชิ้น เพียงเท่านี้เพื่อรักษาความสวยงามของท้องทะเลสีน้ำเงิน และสัตว์นานาชนิด ก่อนที่แพขยะจะดูดกลืนระบบนิเวศของมหาสมุทรไป

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.nationalgeographic.com

 

Blogpost โดย Supang Chatuchinda แปลและเรียบเรียง -- กุมภาพันธ์ 19, 2558 ที่ 15:43

 

ที่มา : http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/52153/

Recent posts