Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เกิดอะไรขึ้นที่ตากใบ : คำถามจากมาเลเซีย ปัญหาและทางออก

เกิดอะไรขึ้นที่ตากใบ : คำถามจากมาเลเซีย ปัญหาและทางออก

26 July 2022

1733

ขอบคุณภาพ จาก : https://www.benarnews.org/thai/news/TH-takbai-justice-10232017140618.html

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และผู้เจริญรอยตามท่าน

 

28 พฤษภาคม 2565 มีเพื่อนผู้เขียนถาม ทางwasapp ว่า “เกิดอะไรขึ้นที่ตากใบ”

นอกจากนี้ยังมีคลิปที่อ้างว่าถ่ายจากฝั่งมาเลเซีย ที่มีผู้คนออกมาจับกลุ่มดูสถานการณ์อีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งอยู่ในฝั่งไทย ภาพนี้ก็ก่อผลในแง่ลบกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนกัน เพราะเป็นการมองผ่านสายตาของคนนอกประเทศ ของประเทศเพื่อนบ้าน (อ้างอิhttp://isranews.org)

อีกทั้งช่องสามมาเลเซียได้รายงานข่าวนี้รวมทั้งบทสัมภาษณ์นายKasturi Mahkota ด้วย

(https://www.facebook.com/100002061778196/posts/5163957707016237/?d=n)

#ระเบิดตากใบ :รัฐยังไม่ตัด การตอบโต้จากกลุ่มภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างยาเสพติด การกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์

 

วันนี้ 26 พ.ค. 65 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมด่านศุลกากรตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พลตรี ปราโมทย์  พรหมอินทร์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ลงพื้นที่ เพื่อร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์ และหารือถึงปัจจัยและสาเหตุของการก่อเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุกรณีคนร้ายจำนวน 20 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหะนะ แบ่งเป็นสองชุด ชุดแรกขว้างระเบิดไปร์ทบอมใส่สถานีตำรวจน้ำตากใบ จากนั้นระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ ในขณะเดียวกัน ชป.พิทักษ์พื้นที่ เตรียมนำกำลังเข้าช่วยเหลือสนับสนุน แต่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุชุดที่สอง ขว้างปาระเบิดและยิงสกัดกั้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะนี้กำลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อาการเบื้องต้นปลอดภัยดี นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุวางระเบิดอีก 3 จุด ได้แก่ จุดวางระเบิดเสาไฟฟ้า 7 ต้น จุดวางระเบิดและโรยตะปูเรือใบ และจุดวางระเบิดข้างถนนบริเวณบ้านศรีพงัน ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุระเบิดอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อ 500 เมตร สร้างความหวาดระแวงให้กับพี่น้องประชาชนในพื่นที่เป็นอย่างมาก

 

ส่วนปัจจัยในการก่อเหตุ ในที่ประชุมระบุว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบจากกลุ่มผู้เห็นต่างที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงยุติความรุนแรง และไม่ได้เข้าร่วมพูดคุยกับคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข หรือเกิดจากการตอบโต้จากกลุ่มภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างยาเสพติด การกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะนำไปสู่บทสรุปของการก่อเหตุในครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV ทั้งหมด เพื่อติดตามเส้นทางจนนำไปสู่การระบุตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด 

 

ทั้งนี้ พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ฯ ได้สั่งการและมอบนโยบายให้กับกำลังพลได้เน้นย้ำให้กำลังพลเพิ่มความละเอียดและเพิ่มความเข้มข้นตรวจตราช่องทางผ่านเข้า-ออก ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบการกระทำผิดกฏหมายขนย้ายสินค้าหนีภาษีและแรงงานต่างด้าว ที่สำคัญคือช่องทางเข้าออกที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในการลักลอบขนย้ายอาวุธและวัตถุระเบิด นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทุกฝ่ายร่วมกันบูรณาการฐานข้อมูลกระจายข่าว ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวเชิงลึกเพื่อนำข้อมูลที่สำคัญมาประกอบการประชุมในแต่ละครั้ง ซึ่งหลังจากนี้สิ่งที่ต้องระมัดระวังนั่นคือการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่อาจจะทำให้เกิดความสบสนในการปฏิบัติงาน พร้อมกันนี้ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาทและพร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป

 

#แม่ทัพให้ทัศนะก่อนระเบิดที่ตากใบ

 

24 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรม ซี.เอส.จังหวัดปัตตานี พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ หน.คณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ได้สะท้อนส่วนหนึ่งจากเวทีนี้ให้กับคณะทำงาน จาก 8 ส่วนงาน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสงขลา(รวมทั้งผู้เขียน)ว่า รัฐกำลังจัดการภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฏหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการกวาดล้างยาเสพติด ซึ่งชาวบ้านก็ทราบดีว่าเป็นใคร และปัจจุบันบางท่านไปทำธุรกิจที่ประเทศลาวด้วย ดังนั้นจึงขอฝากให้ช่วยกันหนุนเสริม และอาจจะมีข่าวดังหลังจากนี้ (ซึ่งก็เกิดเรื่องดังที่ตากใบดังที่กล่าวมา)

#นักวิชาการสะท้อนปัญหายาเสพติด

 

ผศ.ดร.อลิสา หะสาเม๊าะ สะท้อนต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่ตากใบว่า 

 

ข้าพเจ้ายังไม่มีข้อมูลความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากนัก แต่พอมีข้อมูล ความเจ็บปวดข้ามรุ่นของเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ และปรากฏอาการบาดแผลทางใจ อาการนี้ยังสามารถส่งต่อและผลิตซ้ำ สร้างผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องในชั้นลูกและหลาน 

 

ลองจินตนาว่า ท่านอยู่ในครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทุกวันพ่อแม่ของท่านต้องเดินทางไปทำสวน ทำไร่ ตั้งแต่ตี 3 ท่านมีพี่น้องหลายคน ชีวิตมีความเป็นอยู่เรียบง่าย สงบสุขดี 

 

แต่จู่ ๆ วันดีคืนดีพ่อแม่ของท่าน ถูกฆ่าตาย เพียงเสี้ยววินาทีท่านกลายเป็นกำพร้า เคว้งคว้าง อ้างว้าง เดียวดาย โลกของท่านล่มจม และแหลกสลาย ไร้ที่พึ่งทางกายและจิตใจโดยฉับพลัน ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับท่าน ชีวิตของท่านหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

 

หากชีวิตเหมือนเรือ แต่เมื่อเรือไร้เข็มทิศ ก็ล่องลอยเดินทางอย่างไร้จุดหมาย หากมีที่พึ่งที่พอไขว้ขว้าได้ เป็นแค่เศษฟางเลว ๆ ก็ต้องเอื้อมมือฉวยเอาให้สุดกำลัง และในกรณีแบบนี้ส่วนหนึ่งหยิบจับเอาสารเสพติด ที่หาได้ง่ายและราคาถูกเหมือนซื้อลูกอมในเซเว่น

 

คนที่มีบาดแผลทางใจจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อเสพยาเสพติดเป็นประจำ จะมีอาการโหยยา และสามารถทำร้ายคนรอบข้างได้ แม้แต่สมาชิกในครอบครัว 

 

ความขัดแย้งทางอาวุธ หรือ สถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ คือ สงคราม ที่นอกจากทำลายสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิต เช่น โรงเรียน การดูแล ชีวิต และทรัพย์สิน นอกจากจะทำให้ชุมชนยากที่จะทำให้เด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาความรู้ความเข้าใจและสั่งคมที่ดีแล้ว ยังเป็นภัยพิบัติที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมถูกขัดจังหวะ 

 

ยาเสพติดเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ภายใต้สถานการณ์สงคราม ที่สถาปนาให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ที่เคยถูกทารุณกรรม ก้าวล่วงละเมิดบุคคลอื่น เนื่องจากต้องการปกปิดบาดแผลในใจ จึงทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และอาจแก้ปัญหาได้ยาก เพราะนอกจากผลของยาเสพติดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักคือ กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะเด็กและสตรีที่น่าเศร้าคือ ความรุนแรงเหล่านี้ สามารถส่งต่อให้กับลูกหลานได้มากกว่า 4 รุ่นชั่วอายุคน”

 

#ข้อเสนอผู้นำศาสนาจัดการหากภัยแทรกซ้อนนั้นจริง ส่วนแม่ทัพหนุนภาพรวมการแสดงอัตลักษณ์มลายูปาตานี/ชายแดนภาคใต้ เสนอเลิกสนใจธงBRNแค่หนึ่งผืน

 

       ข้อเสนอแนะประชุมทุกภาคส่วนรวมทั้งผู้นำศาสนาหากเป็นเรื่องนี้จะจัดการอย่างเด็ดขาดแต่อยู่ในกรอบหลักกฎหมายอย่างไร เพราะเรื่องนี้ผิดทั้งหลักศาสนาและผิดกฎหมายบ้านเมือง แต่หากเจอคนของรัฐต้องจัดการเด็ดขาดทั้งอาญาและวินัยเมื่อรวมทั้งการทำงานเกี่ยวกับการบำบัดรักษาคนในชุมชนที่ติดยาเสพติดควบคู่ไปผ่ามัสยิดสานใจก็ได้และหนุนศูนย์บำบัดยาเสพติดของชุมชนเมื่อ(24 พ.ค.65) เวลา 10.30 -12.00น. ณ โรงแรม ซี.เอส.จังหวัดปัตตานี และมทภ.4 หารือร่วม กรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลฯ และผู้นำชุมชนรวมทั้งผู้นำศาสนาเพื่อ

แก้ปัญหายาเสพติด โดยชุมชนมีส่วนร่วมผ่านสภาประชาธิปไตยตำบล และหลักศาสนาวิถีอิสลาม เมื่อ 3 มิถุนายน 2565ที่ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี (อ่านเพิ่มเติมในhttp://www.chaidantai.com/?p=46840&fbclid=IwAR27_m0oNBjIuvXN-0eNBkwtzOSMRWl5eM7ido2rGzMDAbNkgz5sm_es2Hw

 

พล.ท.เกรียงไกร กล่าวถึงมุมมองของฝ่ายความมั่นคงสนับสนุนการชุมนุมอย่างสงบไม่ผิดกฎหมายที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของคนในพื้นที่ และได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดรวมถึงการชุมนุมที่ชายหาดอ.สายบุรี ปัตตานี มีการติดต่อประสานจนท.ในการจัดงานและได้มีการพูดคุยชี้แจงกับแกนนำที่จัดงานชุมนุมดังกล่าว  เชื่อผู้จัดไม่ได้มีเจตนานำธงBRN เข้ามาเคลื่อนไหวปลุกระดม  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำธง BRN มาร่วมในการชุมนุม  

แม่ทัพภาคสี่เห็นว่ามีความพยายามจากคนบางกลุ่มและนักการเมืองบางคนในพื้นที่ฉกฉวยประโยชน์สร้างสถานการณ์ที่อาศัยการเคลื่อนไหวของเยาวชนมุสลิมที่เป็นไปด้วยความสงบและสันติให้เกิดความเข้าใจผิด และได้มีการนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาบิดเบือนโจมตี รวมถึงให้ร้ายจนท.เตรียมดำเนินการเอาผิดผู้จัดในฐานความผิดปลุกปั่นยุยง  ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่เป็นการปั้นข่าวในสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะจาก"เพจข่าวความจริงสามจังหวัดภาคใต้"  ที่บิดเบือนปล่อยข่าวป่วนตลอดช่วงที่ผ่านมา 

 

คลิปคำถามจาก"ตูแว"หนึ่งในผู้ร่วมประชุม จาก สำนักปัตตานีรายาเพื่อสันติภาพฯ คำชี้แจงของพล.ท.เกรียงไกร และความเห็นจากผู้ร่วมสังเกตการณ์ประชุม

(มาร่วมสังเกตการณ์ประชุมด้วยที่ CS Pattani)

ส่วนทัศนะผู้เขียน  “ในกิจกรรมนี้ภาพรวมมีประโยชน์มากกว่า ส่วนธงBRN มีเพียงหนึ่งผืนเท่านั้นจากเป็นร้อยๆผืน ไม่ควรไปโฟกัสมากจนเกินไป เหมือนกับพี่น้องจะนะร่วมเรียกร้องหน้าทำเนียบรัฐบาลมีเรื่องที่ดีมากมายในกลุ่มผู้ชุมนุม มีคนสองคนในนั้นชูสามนิ้ว ปรากฎว่านักการเมืองฝั่งรัฐบาลท่านหนึ่งคนจะนะ กลับไปเห็นคนชูสามนิ้ว และพยายามเหมารวมในกิจกรรมทั้งหมด”

(หมายเหตุ

 

1.ฟังและชมย้อนหลังใน Sermsuk Kasitipradit

 

  

Sermsuk Kasitipradit

 

2.อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/100000662582889/posts/5631151833583514/?d=n

รูปภาพในข้อความ)

 

#FakeNews และ IO เรื่องตากใบ ยิ่งเพิ่มปัญหาชายแดนภาคใต้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังข่าวระเบิดที่ตากใบมีทั้งFakenesที่IO แต่ละฝ่ายพยายามปั่นวข่าวนี้อย่างมาก

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนนั้นคือการการรับรู้ที่เท่าทันของเยาวชนคนรุ่นใหม่

 

นายมะรูฟ เจะบือราเฮง ประธานมูลนิธิดิจิทัลเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า “

 

ในเมื่อปัจจุบันทุกคนสามารถเป็นนักข่าวได้และตรวจสอบความจริงได้…

#EveryoneIsAFactChecker

#เราทุกคนเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง”

 

ท่านกล่าวในพิธีเปิด

 

โครงการ Deep South Collaborative Fact Checking Network Conference

 

???????? โดยทาง Deep South COFACT จัดโครงการขึ้นที่จังหวัดปัตตานี ในวันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน 2565 ณ ห้องประชุมน้ำพราว โรงแรมซีเอสปัตตานี  เวลา 09.30น.(ซึ่งผู้เขียนไดเข้าร่วม)

สำหรับโครงการครั้งนี้ท่านได้อธิบายว่า เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดปฏิญญาปัตตานีในการสื่อสารเพื่อสันติภาพ”เมื่อปี 62

.

 

สำหรับปฏิญญาปัตตานี : เพื่อต่อต้านเฟคนิวส์ หนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

และอ่านปฏิญญาดังกล่าวซึ่งมีใจความว่า

 

ภายใต้สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาข่าวลวงในโซเชียลมีเดีย พวกเราทุกคนจะรวมพลังกัน เพื่อลดปัญหาข่าวลวงข่าวปลอมที่เกิดขึ้น อย่างเต็มกำลังและศักยภาพ ดังนี้

.

1 ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน ในภาคีเครือข่ายทั้งภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาควิชาการ สื่อท้องถิ่น และสถาบันศาสนา เพื่อสร้างความตื่นตัว สนใจในข้อมูลข่าวสาร ทั้งที่ใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน และข่าวที่เกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะร่วมกันทำงานเพื่อรับมือ ติดตาม ตรวจสอบ รายงาน เผยแพร่ข้อเท็จจริงในด้านต่าง ๆ และรวมพลังต่อต้านข่าวลวงในทุกระดับของสังคม

.

2 ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจในการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร สื่อสารสนเทศและดิจิทัล เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อปัญหาข่าวลวง เพื่อลดอคติและความเกลียดชัง พัฒนาประชาชนไปสู่ความเป็นพลเมืองดิจิทัล อันนำไปสู่การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพ

.

3 พัฒนากระบวนการ รูปแบบการทำงานและนวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมข่าวลวงอย่างมีส่วนร่วม

.

4 เพิ่มพื้นที่กลางเพื่อการสื่อสารความจริงอย่างสร้างสรรค์และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้คนในสังคม

.

5 สนับสนุนการรวมพลังเพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีมาตรการในการลดการเกิดขึ้นของข่าวลวง ร่วมสกัดกั้นการแพร่กระจายของข่าวลวงอย่างรวดเร็ว

 

ด้วยความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในการร่วมสร้างสื่อ และการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน(อ้างอิงจาก http://spmcnews.com/?p=20232)

 

หมายเหตุชมย้อนหลังได้ใน https://www.facebook.com/DeepSouthCofact/videos/1238612430010479/


 

Recent posts