25 July 2022
748
ขอบคุณภาพ จาก : https://mgronline.com/daily/detail/9610000034522
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และผู้เจริญรอยต
วันที่ 22 พ.ค. 2565 คนกรุงเทพมหานครได้มีโอกาสเลือกผู้นำของตนเองคือเลือก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครอิสระ เบอร์ 8 เป็นว่าที่ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ทำให้กระแสคนชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะในโลกโซเชี่ยล ติด# ประมาณว่าคนชายแดนใต้ก็อยากเลือกตั้ง “ผู้นำ “เหมือนคนกทม.
#ปรากฏการณ์คนชายแดนใต้
ปรากฏการณ์คนชายแดนใต้ในโลกโซเชี่ยลที่อยากเลือกผู้นำตนเองเช่นไม่ว่าจะเลือกผู้ว่าราชการแบบสามจังหวัด(ท้องถิ่นพิเศษ)รายจังหวัด(แบบจังหวัดจัดการตนเอง)หรือเลือกเลขาธิการศอ.บต.
อาจารย์รอมฎอน ปันจอร์โพสต์Facebook ว่า “
เมื่อสิบปีที่แล้ว (2555) วงพูดคุยที่เปิดให้เถียงกันถึงหน้าตาของ #รูปแบบการปกครอง ที่ควรจะเป็นใน #จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยตัวแบบ 6 แนวทางเป็นเครื่องมือให้คนถกกัน แต่ก็เปิดช่องให้มีการนำเสนอทางเลือกใหม่ ๆ (ทางเลือกที่ 7) หนึ่งในนั้นมีคนเสนอให้ #เลือกตั้งเลขาธิการ #ศอบต. ด้วยนะครับ
ตอนนั้น ศอ.บต.เพิ่งปรับโฉมใหม่ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ในปี 2553 การทำงานนของเลขาธิการในตอนนั้น (ทวี สอดส่อง) ก็พีคมาก คนตอบรับกันอย่างกว้างขวาง และแกก็ดุลกับอำนาจของฝ่ายความมั่นคงอย่างถึงน้ำถึงเนื้อ แต่ก็ยังมีคนเสนอวัดใจให้คืนอำนาจในการเลือกผู้นำองค์กรบริหารพิเศษเฉพาะพื้นที่นี้เอาไว้ในมือของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
ถ้าคนในพื้นที่เลือกตั้งมา เขาคนนั้นก็ไม่ต้องรับผิดชอบกับนายที่ไหน แต่กับประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ นั่นแหละครับ ทำอะไรไม่เข้าตา ก็ไม่ต้องเลือก ไม่จำเป็นต้องจำใจอยู่กับคนที่คนอื่นจิ้มเลือกให้มาดูแลชีวิตเราที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือมีเสนอให้เลือกตั้ง #สมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนา จชต. โดยตรงด้วย ข้อเสนอน่าจะคล้าย ส.ก. ของ กทม.นั่นแหละ เดิมทีสภาที่ว่านี้เป็นของใหม่ใน พ.ร.บ.บริหารราชการ จชต. (2553) แต่สรรหากันภายในกลุ่มอาชีพ มีอำนาจหลัก ๆ คือให้คำแนะนำเลขาฯ และอื่น ๆ แต่หลังรัฐประหารเมื่อ 8 ปีที่แล้ว โดนทำหมันและตัดตอนจนไม่ค่อยเหลือเค้าอะไรให้นึกถึง ทหารไม่ค่อยวางใจในประชาชนเท่าไหร่
(อ่านรายงานสรุปสองร้อยเวทีชายแดนใต้จัดการตนเองที่นี่ครับ https://deepsouthwatch.org/node/6436)
#กระเเสมีมาก่อนโลกโซเชียล
การแสคนชายแดนใต้อยากเลือกผู้นำของตนเองมิได้มีเฉพาะโลกโซเชี่ยลแต่ได้ถูกสะท้อนในเวทีเวทีสัญจร “พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน”ครั้งที่ 4 “สันติภาพชายแดนใต้” วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2565 ณ ห้องประชุมศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีซึ่งผู้เขียนและคนทำงานภาคประชาชนหลากหลายองค์กรที่ชายแดนใต้ประมาณ 200 คนได้เข้าร่วมและ
ผศ. ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ นักวิชาการได้สรุปข้อเสนอแนะซึ่งท้ายสุดคือแก้หรือเขียนให้
“ลดอำนาจรัฐ เพราะรัฐธรรมนูญนี้ลดทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนลิดรอนสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน ลิดรอนสิทธิชุมชน รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ยากที่จะกระจายอำนาจซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนในภาพรวมและปัญหาชายแดนใต้โดยเฉพาะ
ในการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมปัญหาและความคิดเห็นจากประชาชนที่มาร่วมเวทีสัญจร “พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน” ครั้งที่ 4 หัวข้อ “สันติภาพชายแดนใต้” ในวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2565 ณ ห้องประชุมศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พบว่ามีประเด็นสำคัญ ดังนี้
- ด้านทรัพยากรธรรมชาติ: รัฐมีอำนาจรวมศูนย์ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่การมีส่วนร่วมของชุมชน สิทธิของชุมชน ถูกลิดรอน และ ละเลย
- ด้านเศรษฐกิจ: รัฐล้มเหลวในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของพื้นที่ นำมาสู่ความยากจน การไม่มีอาชีพในท้องถิ่น และการอพยพแรงงาน ทั้งนี้ รัฐควรทำหน้าที่ในการช่วยเหลือ เยียวยา และคุ้มครองแรงงานที่รวมถึงแรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน
- ด้านวัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา: รัฐบริหารจัดการการศึกษาและศาสนาในพื้นที่จนสถาบันทั้งสองอ่อนแอ รัฐควรส่งเสริมการศึกษาและศาสนาให้สอดคล้องวิถีชีวิต วัฒนธรรมของพื้นที่ ลดการกลืนกลาย การเน้นควบคุม แทรกแซง และควรส่งเสริมให้คนพื้นที่บริหารจัดการกันเอง
- ด้านการเมือง การกระจายอำนาจ และกระบวนสันติภาพ : การกระจายอำนาจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ตลอดจนการมีรูปแบบการเมืองการปกครองที่เหมาะสม และการเจรจาสันติภาพที่ยึดโยงกับกลไกประชาธิปไตย (รัฐสภา) แทนที่จะให้กองทัพมีบทบาทหลักดังเช่นที่เป็นอยู่
- ด้านกฎหมาย ความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน: มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้กฎหมายพิเศษ ประชาชนเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือและการคุ้มครองทางกฎหมาย ขณะที่อำนาจของทหารมีมากจนอยู่เหนือทุกหน่วยงาน
มุมมองต่อรัฐธรรมนูญในบริบทชายแดนภาคใต้
ประเด็นปัญหาที่พี่น้องชายแดนใต้ประสบมีความเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญอย่างแนบแน่น เพราะการจะแก้ปัญหาจำต้องมีรัฐธรรมนูญที่ดี เพราะรัฐธรรมนูญคือกติกาที่กำหนดการจัดสรรอำนาจและความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างสถาบันต่างๆ ในประเทศ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมีเนื้อหาที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาเหล่านี้ เช่น การยืนยันว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การเพิ่มเติมสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิเกษตรกร สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชน รัฐสวัสดิการ
ในปัจจุบันมุมมองต่อรัฐธรรมนูญในบริบทปัญหาชายแดนภาคใต้มีสองแนวทาง แนวทางแรก มองว่าแม้รัฐธรรมนูญปี 60 จะมีปัญหา แต่ก็ยังมีส่วนที่ดีหรือมีการเปิดช่องที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ได้ เช่น รัฐธรรมนูญปี 60 เปิดช่องเรื่องการกระจายอำนาจและระบุเรื่องการปฎิรูปกฎหมายเอาไว้ สิ่งที่ยังขาดคือการผลักดันอย่างจริงจังให้เกิดผลในทางปฏิบัติ แนวทางนี้มักถูกนำเสนอโดยนักการเมืองในพรรคฝ่ายรัฐบาล
ส่วน แนวทางที่สอง เน้นถึงปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เนื่องจากมีที่มาจากระบอบรัฐประหาร มีกระบวนการลงประชามติที่คุกคามผู้เห็นต่าง และมีเนื้อหาที่ลดทอนอำนาจของประชาชน แนวทางนี้มองว่ารัฐธรรมนูญที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาชายแดนใต้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมใหม่ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง
เครือข่ายองค์กรภาคีคนจน มีเป้าหมายในผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (หรือเป็นแนวทางที่สอง) ซึ่งนอกเหนือจากการจัดทำร่างเนื้อหาของรัฐธรรมนูญแล้ว จะต้องมีการผลักดันกระบวนการที่จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเกิดขึ้นมาได้จริง ผ่านการทำประชามติเพื่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจาการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริง อนึ่ง การทำประชามติจะเกิดขึ้นจริงได้ ทุกฝ่ายทั้งภาคประชาชนและพรรคการเมืองก็ต้องช่วยกันผลักดันในเรื่องนี้
#ปัญหาชายแดนภาคใต้ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
ประเด็นปัญหาชายแดนภาคใต้สามารถมีพื้นที่ในร่างรัฐธรรมนูญคนจนหรือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้ใน 2 ลักษณะ คือ
1) การผสานอยู่ในหมวดหรือในมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ หมายความว่า หลายๆ ปัญหาที่ผู้คนชายแดนภาคใต้ประสบนั้นเป็นปัญหาร่วมกันกับปัญหาของพี่น้องประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย เช่น การไม่มีรัฐสวัสดิการ ปัญหาจากกระบวนการยุติธรรม การถูกจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง การประกาศเขตอนุรักษ์ทับที่ทำกินของชาวบ้าน ฯลฯ ถ้าหากเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขหรือร่างใหม่ให้เอื้อต่อการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศและของคนชายแดนใต้ก็จะได้รับการแก้ไขไปด้วยกัน
2) การมีบทเฉพาะกาลเพื่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเฉพาะ เนื่องด้วยปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเรื้อรังยาวนานและส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องกำหนดให้เป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ โดยมีองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการดำเนินการ และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน #
ข้อควรคำนึงต่อกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่ชายแดนใต้
ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในบริบทของการแก้ปัญหาชายแดนใต้หรือการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ มีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่ 2 ประการ คือ ประการแรก ในพื้นที่ชายแดนใต้มีความหลากหลายของผู้คน ซึ่งมีสถานะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คนละกลุ่มก็จะมีจุดยืนและมีความคิด มุมมอง ต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้ที่แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญจึงต้องรวบรวมความเห็นจากกลุ่มคนที่หลากหลายให้ได้ในน้ำหนักที่เท่ากัน ความเห็นจากทุกกลุ่มจะต้องได้รับความสำคัญเท่าๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นใคร ผู้ชาย ผู้หญิง ผู้มีความหลากหลายทางเพศ คนพุทธ คนมุสลิม คนที่ไม่นับถือศาสนา ผู้ใหญ่ เยาวชน นักการศาสนา ชาวบ้าน นักการเมือง ฯลฯ
ประการที่สอง ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในบริบทชายแดนใต้ จะต้องทำให้เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้าง เป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการที่ผู้คนจะสามารถพูดถึงความใฝ่ฝัน ความปรารถนาของตนในด้านต่างๆ ได้ ต้องไม่มีคำต้องห้าม จะปฏิรูปสถาบันใดก็ต้องพูดได้ จะเสนอรูปแบบรัฐแบบไหน ก็ต้องสามารถหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ ต้องไม่มีมาตราใด หมวดใดที่แตะต้องไม่ได้หรือเสนอแก้ไขไม่ได้ ส่วนการที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับข้อเสนอนั้นๆ ก็ขอให้ตัดสินกันด้วยกระบวนการประชาธิปไตยผ่านทางการโหวตหรือการลงประชามติ และผ่านทางกระบวนการทางรัฐสภา
#
ข้อเสนอบทเฉพาะกาล สันติภาพชายแดนใต้
เนื่องด้วยปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเรื้อรังยาวนานและส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมากนั้น จึงให้กำหนดเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการโดยมีองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการดำเนิน ในมาตรการต่างๆ ดังนี้
1) ต้องทำให้การแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้กลไกและอำนาจทางการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนที่ผ่านระบบการเลือกตั้ง (รัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ถูกต้อง) มิใช่อยู่การควบคุมและกำกับดูแลของกองทัพ/ทหารดังในปัจจุบัน และห้ามมิให้ทหารขยายอำนาจและบทบาทการดำเนินงานไปยังปริมณฑลอื่นๆ เช่น สังคม การศึกษา วัฒนธรรม
2)ต้องส่งเสริมให้เกิดสันติภาพที่แท้จริงในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้ใช้การเจรจาอย่างสันติเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ การให้หน่วยงานรัฐยุติการติดอาวุธให้พลเรือน (ประชาชน) อันจะทำให้เกิดการต่อสู้กันด้วยความรุนแรงที่ไม่รู้จบ
3)ห้ามมิให้มีการใช้กฎหมายที่ว่าด้วยความมั่นคงของรัฐในลักษณะที่เหนือกว่าหรือในลักษณะที่ขัดต่อหลักการของรัฐธรรมนูญว่าด้วยความมั่นคงของประชาชน
4)ต้องให้ความสำคัญการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในทุกด้าน ด้วยการจำกัดการใช้กฎหมายพิเศษ ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจของทหารและกฎหมายพิเศษด้วยกระบวนการยุติธรรม
5)ต้องรับรองสิทธิและเสรีภาพในการสื่อสาร การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกถึงเจตจำนงค์ทางการเมืองและจินตนาการต่อรูปแบบทางการเมืองการปกครองที่เปิดกว้าง และการแสดงตัวตน/อัตลักษณ์ในทางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมของแต่ละคนแต่ละกลุ่ม
6)มีการกระจายอำนาจ ในการบริหาร การปกครอง และการจัดการตนเองในระดับต่างๆ บนฐานของแนวคิดเรื่องอำนาจอธิปไตยและรูปแบบของรัฐที่มีความแยกย่อยและยืดหยุ่นเพียงพอ ที่จะโอบรับความแตกต่างหลากหลายทางศาสนาและชาติพันธุ์และความเห็นต่างทางการเมืองได้ โดยผ่านทางการกำหนดและการมีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม (อาทิ ระบบชูรอ) ของประชาชน
7)คุ้มครองดูแลให้คนทุกกลุ่มได้รับการดูแลจากรัฐในด้านศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และสวัสดิการต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้เห็นต่างจากรัฐและสมาชิกในครอบครัวของพวกเขา
8)ต้องรับรองสิทธิของชุมชนและประชาชนในการปกป้องและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติโดยประชาชนต้องไม่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเป็นการต่อต้านรัฐ
การดำเนินการ
- ตั้งองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการดำเนินการ
- ที่มาของคณะกรรมการองค์กรอิสระ อำนาจหน้าที่ และโครงสร้างในการทำงาน ต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
- กำหนดเป็นวาระ