ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

13 สัตว์ ที่เราอาจต้องบอกลาตลอดกาลในปี 2558

13 สัตว์ ที่เราอาจต้องบอกลาตลอดกาลในปี 2558

18 February 2015

4193

ครั้งหนึ่ง เซอร์เดวิด แอทเดนเบอโรว์ นักข่าวและนักอนุรักษ์เคยตั้งคำถามเอาไว้ว่า “เราจะมีความสุขหรือ ถ้าหลาน ๆ ของเรารู้จักช้างเพียงแค่รูปในหนังสือ ?”

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 100 ปี การจากไปของ มาร์ธา นกพิราบนักเดินทาง พันธุ์เก่าแก่ของทวีปอเมริกา มาร์ธา มีชีวิตอยู่ในสวนสัตว์ได้เพียง 14 ปี  หลังจากพี่น้องของมันที่อาศัยอยู่ในป่าเริ่มสูญพันธุ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ แรดสีขาวอายุ 44 ปีก็เพิ่งตายในสวนสัตว์ที่ซานดิเอโก  โลกของเราจึงเหลือแรดสีขาวจำนวนเพียง 5 ตัวเท่านั้น และแน่นอน ทั้งหมดไม่ได้อาศัยอยู่ในป่า มีโอกาสสูงที่ลูกหลานของเราจะไม่มีโอกาสได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งนี้อีก

ความจริงแล้ว โลกของเรากำลังจะสูญเสียพันธุ์สัตว์ จำนวนมากไปจากโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็น การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่รอบที่ 6 ในประวัติศาสตร์ ร้อยละ 30-50 ของสัตว์ทุกชนิด มีแนวโน้มที่จะลดลงเรื่อย ๆ และอาจสูญพันธ์ภายในอีก 50 ปี หากถามว่าเป็นความผิดใคร ก็ต้องโทษพวกเราเอง

“การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย การปล่อยมลพิษ หรือการทำประมงเกินขนาด เป็นการฆ่าสัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของมัน หรือไม่ก็เป็นการทำให้พวกมันใกล้ตาย” ดีเร็ก ทิตเทนเซอร์ นักนิเวศวิทยาทางทะเลประจำศูนย์อนุรักษ์และตรวจสอบสิ่งแวดล้อมโลก มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์  กล่าว “ปัญหาดังกล่าวกำลังจะเป็นเรื่องใหญ่ของยุค เพราะสภาวะโลกร้อนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นและเป็นสาเหตุบ่อนทำลายสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้”

ในเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2557 องค์การสหประชาชาติได้จัดการประชุมเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนขึ้นโดยมี 190 ประเทศเข้าร่วม ณ เมืองลิมา ประเทศเปรู เพื่อหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีต่อไปให้มากที่สุด การประชุมจบลงด้วยข้อตกลงประเด็นการลดการปล่อยคาร์บอน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยต่อสู้กับสภาวะโลกร้อนได้เท่าไหร่นัก

นอกจากนี้การคอร์รัปชั่นและการค้าออนไลน์แบบผิดกฎหมายยังเป็นภัยคุกคามต่อความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์อีกด้วย  มีการประมาณมูลค่าจากอุตสาหกรรมการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านดอลล่าสหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งเป็นการค้าแบบผิดกฎหมายที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 รองจากการค้ายาเสพติด เหตุเพราะความต้องการนำสัตว์ป่าไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ของที่ระลึก ส่วนผสมในยา หรือแม้กระทั่งอาหารและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

ไม่ต้องสงสัยว่าเรากำลังต่อกรกับความโลภของมนุษย์ที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่การปกป้องและอนุรักษ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ก็เป็นการต่อสู้ที่เรายอมแพ้ไม่ได้

และสัตว์ป่าต่อไปนี้คือสัตว์ป่าที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปในปี พ.ศ.2558

เสือดาวอามัวร์

(SEBASTIEN BOZON/AFP/Getty Images)

เสือดาวอามัวร์ถูกล่าเพราะรูปร่างที่สวยงาม ขนด่าง ซึ่งในตระกูลแมวป่านั้น เสือดาวอามัวร์เป็นสัตว์หายากมากที่สุดและใกล้สูญพันธุ์ไปจากโลกเต็มที พวกมันอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ระหว่างฝั่งตะวันออกที่ไกลในรัสเซียกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ปัจจุบัน มีเสือดาวอามัวร์ประมาณ 30 ตัวหลงเหลืออยู่ในป่าแถบนั้น เพราะสัตว์ชนิดนี้กำลังเผชิญกับการรุกล้ำและถูกทำลายที่อยู่อาศัย อีกทั้งยังไม่มีอาหารมากพอ

ช้างสุมาตรา

(Wikimedia Commons)

ช้างสุมาตราคือช้างที่มีขนาดเล็กที่สุดในเอเชีย ปัจจุบันมีช้างสุมาตราอาศัยอยู่ในป่าอยู่ประมาณ  2,400 ถึง 2,800 ตัว แต่สิ่งที่น่าตกใจคือจำนวนประชากรของช้างชนิดนี้ลดลงกว่าร้อยละ 80 ในเวลาไม่ถึง 25 ปีเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า ไม่มีแหล่งที่อยู่อาศัย และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับช้างบนเกาะสุมาตรา

อีกปัจจัยหนึ่งก็คืองาช้าง แม้ว่าช้างสุมาตราตัวผู้มีขนาดงาที่ค่อนข้างเล็ก แต่เหล่านักบุรุกยังคงลอบฆ่าสัตว์ชนิดนี้เพื่อนำงาช้างไปขายในตลาดมืด ทำการบิดเบือนอัตราส่วนเพศของช้างป่าและทำให้ในอนาคตช้างชนิดนี้ก็จะสูญพันธุ์ไป

กอริลลาตะวันตก

(GREG WOOD/AFP/Getty Images)

ถึงแม้ว่าการล่าและฆ่าสัตว์ชนิดนี้จะผิดกฎหมาย แต่เนื้อกอริลลาตะวันตกก็ยังเป็นที่ต้องการเพื่อนำไปเป็นอาหาร ดังนั้น พวกมันจึงถูกไล่ล่าต่อไปเรื่อย ๆ  ในขณะที่ลูกกอริลลาไร้แม่ก็จะถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กอริลลาตะวันตกใกล้สูญพันธุ์นั่นก็คือเชื้อไวรัสมรณะอีโบลาที่คร่าชีวิตประชากรลิงป่าเฉพาะในอุทยาน Gabon's Minkébé ก็มีกอริลลาและชิมแปนซีตายไปมากกว่า ร้อยละ90 แล้ว

เสือไซบีเรียน 

(Justin Sullivan/AFP/Getty Images)

เสือไซบีเรียนก็เป็นสัตว์ชนิดเดียวกับเสืออามัวร์ แต่พวกมันมีขนาดใหญ่และเป็นสัตว์ตระกูลแมวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งถูกล่าไปขายเพื่อเป็นยาแผนโบราณในประเทศจีน หรือแม้กระทั่งเป็นกีฬาการฆ่าเพื่อความสนุกสนานของมนุษย์

ส่วนการล่าสัตว์ การทำเหมืองแร่ การเผาป่า การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ได้คุณภาพและการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ก็เป็นภัยคุกคามต่อเสือไซบีเรียนอยู่ ซึ่งในปัจจุบันมีประชากรเสือไซบีเรียนอยู่ในป่าประมาณ 400-500 ตัว

กอริลลาภูเขา

(Brent Stirton/AFP/Getty Images)

กอริลลาชนิดนี้พบได้ในเทือกเขาวีรูงกา แถบชายแดนประเทศยูกันดา รวันดา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและในเขตหวงห้ามของอุทยานแห่งชาติ บวินดี ปัจจุบันเหลือกอริลลาภูเขาประมาณ 880 ตัวที่ต้องดิ้นรนสู้ชีวิตและเผชิญกับภัยคุกคาม เช่น การถูกล่าโดยพราน โรคร้าย และเหมืองถ่านหิน ก็ได้ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของกอริลลา 

ลิงอุรังอุตังสุมาตรา

(Sutanta Aditya/AFP/Getty Images)

ในช่วงที่มีการเผาป่าเพื่อนำพื้นที่ไปพัฒนาเป็นสวนปาล์ม ทำให้อุรังอุตังถูกรุกล้ำแหล่งที่อยู่อาศัยอยู่บนเกาะสุมาตราและมีอัตราลดลงเป็นที่น่าตกใจ ซึ่งการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและการนำพื้นที่ป่าไปพัฒนาเป็นพื้นที่เกษตรนั้น ทำให้สัตว์สายพันธุ์นี้อยู่ในสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในขั้นวิกฤติ

นอกจากนี้ลิงอุรังอุตังยังถูกล่าเพื่อกินเนื้อ และถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อแสดงฐานะทางสังคม อุรังอุตังกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอัตราการลดจำนวนลงของประชากรอย่างต่อเนื่อง เพราะการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ได้ผล และการลักลอบค้าสัตว์ผิดกฎหมายที่มีมากขึ้น ขณะนี้จึงเหลือลิงอุรุงอุตังเพียง 7,300 ตัวในป่า

แต่เราสามารถร่วมกันปกป้องพวกสัตว์ป่าบนเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของทั้งช้างสุมาตรา อุรังอุตัง เสือและสัตว์ป่าอีกหลากหลายพันธุ์ที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ จากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และการบุกรุกผืนป่าเพื่อทำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มได้

แรดชวา

ขอบคุณภาพจาก wikipedia.org

สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามมากที่สุดในแรดทั้ง 5 ชนิด ตลอดเวลาที่อินโดนีเซียตกเป็นอาณานิคม แรดชวาถูกฆ่าตายโดยนักล่ารางวัล และการล่าก็มีเพิ่มขึ้นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอแรดนั้นมีราคาสูง เนื่องจากในสมัยนั้นนอแรดถูกเชื่อว่าเป็นวัตถุในการปรุงยารักษาตามแบบโบราณ ปัจจุบันแรดชวาเหลือเพียง 35 ตัวในอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลน ชวา ประเทศอินโดนิเซีย

แรดสายพันธุ์นี้มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์เนื่องจากภัยธรรมชาติ ถูกพรานไล่ล่า โรคร้าย และความไม่หลากหลายทางพันธุกรรม 

เต่ามะเฟือง

(Cameron Spencer/AFP/Getty Images)

เต่ามะเฟืองเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นสายพันธุ์ที่มีการอพยพมากที่สุด ประชากรของเต่ามะเฟืองลดลงจนน่าเป็นห่วงในหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากการประมงแบบทำลายล้าง การกินขยะพลาสติก การขโมยไข่ และการสูญเสียที่อยู่อาศัยเนื่องจากการขยายตัวของชายฝั่งทะเลเพื่อพัฒนาประเทศ ซึ่งนั่นรบกวนและทำลายสถานที่วางไข่ของเต่า

ซาวลา หรือ วัวหวูกว่าง

(World Wildlife Fund/Courtesy)

ซาวลาเป็นที่รู้จักในอีกชื่อคือ ยูนิคอร์นแห่งเอเชีย ปัจจุบันไม่มีค่อยมีใครพบมันในป่าแล้ว และก็ไม่มีสัตว์ชนิดนี้อาศัยในสวนสัตว์อีกด้วย (ภาพถ่ายซาวลาในภาพนี้นั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่ช่างภาพพบซาวลาและสามารถจับภาพมันได้) ประชากรซาวลาปัจจุบันน่าจะอยู่ระหว่าง 10-100 ตัว เจ้ายูนิคอร์นแห่งเอเชียนี้ถูกล่าเพื่อนำไปทำเป็นยาแผนโบราณในประเทศจีน ส่วนประเทศเวียดนามและลาวก็ชอบบริโภคซาวลาเป็นอาหาร

นอกจากนี้ มันยังสูญเสียแหล่งอยู่อาศัยและความไม่หลากหลายทางพันธุกรรม ทั้งสองสิ่งนี้ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการลดลงของประชากรซาวลาด้วย

วากีตา

(Wikimedia Commons)

ในฐานะที่เป็นสัตว์ทะเลที่หายากที่สุดในโลก วากีตาใกล้จะสูญพันธุ์แล้วด้วยจำนวนประชากรที่มีไม่ถึง 100 ตัวทั่วโลก

วากีตาพบได้ในบริเวณอ่าวแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ  น่าเศร้าที่วากีต้าทุก ๆ 5 ตัวจะมี 1 ตัวที่   จมน้ำตายเพราะตัวของมันพันกับอวน เพราะการใช้อวนล่าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกชนิดหนึ่งซึ่งก็คือ ปลาจวดเม็กซิกัน ปลาชนิดนี้ถูกล่าอย่างผิดกฎหมายเพียงเพื่อเอากระเพาะของมันไปทำเป็นอาหารที่ขายได้ราคาสูงมาก

ตราบใดที่การค้าปลาจวดเม็กซิกันอย่างผิดกฏหมายนี้ยังดำเนินต่อไป จำนวนประชากรของวากีตาก็คงลดลงไปอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการกระทำต่อปลาจวดเม็กซิกันจะผิดต่อกฎหมายการค้าอย่างยั่งยืนของสากลก็ตาม แต่ประชากรของวากีตาก็ยังคงลดลง

ร่วมกับเราเพื่ออนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์นี้ได้ ด้วยการยุติการประมงแบบทำลายล้างและผิดกฏหมาย เพื่อปกป้องวากีตาที่ใกล้สูญพันธุ์จากภัยคุกคาม

ลีเมอร์ไม้ไผ่ 

เราพบลีเมอร์ไม้ไผ่ได้ในป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของมาดากัสการ์ ลีเมอร์ไม้ไผ่เป็นสายพันธุ์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่สุดในบรรดาพันธุ์ลีเมอร์บนมาดากัสการ์ ขณะนี้เชื่อว่ามีลีเมอร์ไม้ไผ่หลงเหลืออยู่ในป่าเพียง 60 ตัวเท่านั้น และกระจายอยู่ตามสวนสัตว์ไม่เกิน 150 ตัว

และสาเหตุที่ทำให้เจ้าลีเมอรืไม้ไผ่มีแนวโน้มที่จะหายไปจากโลกก็เพราะสภาวะโลกร้อน การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียไม้ไผ่นั้นหมายถึงความตายของสัตว์ชนิดนี้

แรดดำ 

(Horst Ossinger/Getty Images)

ในยุคแห่งการล่าอาณานิคมนั้น แรดดำถูกฆ่าทุก ๆ วัน เพื่อราคาของนอ หรือถูกฆ่าเป็นอาหาร แม้กระทั่งการฆ่าเป็นกีฬาเพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งแรดสายพันธุ์นี้ได้รับการพิจารณาให้เป็นสัตว์สำคัญต่อการท่องเที่ยวของประเทศในทวีปแอฟริกาเพื่ออนุรักษ์พวกมันไว้

แต่น่าเศร้าที่แม้ว่าจะมีความพยายามอย่างยิ่งในการอนุรักษ์แรดชนิดนี้เอาไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะยังมีการรุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัย เนื่องจากความต้องการนอแรดเพิ่มขึ้นในตลาดมืด และการและการเปลี่ยนแปลงแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เนื่องจากปัญหาความยากจน โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ปัจจุบันแรดดำมีประชากรอยู่เพียง 4,848 ตัวในโลก

โลมาหัวบาตรหลังเรียบ แม่น้ำแยงซีเกียง 

 (Wikimedia Commons)

โลมาชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ แพนด้ายักษ์แห่งลุ่มน้ำ เจ้าสิ่งมีชีวิตสุดแสนฉลาดนี้พบมากที่สุดในแม่น้ำแยงซีเกียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชีย

แพราะการทำประมงเกินขนาด แหล่งอาหารที่ลดลง มลพิษและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเนื่องจากการสร้างเขื่อน  ทำให้ปัจจุบันเหลือโลมาหัวบาตรหลังเรียบอยู่เพียง 1,000-1,800 ตัว และมีแนวโน้มจะสูญพันธุ์เหมือนกับ เรื่องราวน่าเศร้าของโลมาไป๋จี้ ญาติสนิทของโลมาหัวบาตรหลังเรียบ ซึ่งถูกประกาศให้สูญพันธุ์เนื่องจากการกระทำของมนุษย์

นอกจากการล่าอย่างไม่ใส่ใจกับกฎหมายและศีลธรรมแล้ว อีกสาเหตุสำคัญที่เร่งให้สัตว์เหล่านี้สูญพันธุ์ คือ พฤติกรรมของมนุษย์ที่สร้างรอยเท้าคาร์บอนให้กับโลกของเรา นำไปสู่ความต้องการใช้ทรัพยากรของโลกอย่างเกินความจำเป็น เป็นต้นตอของการทำประมงเกินขนาด การบุกรุกผืนป่าเพื่อผลิตปาล์มน้ำมัน การสร้างมลพิษและขยะ และท้ายที่สุดคือการเสพติดพลังงานฟอสซิลที่สร้างภาวะเรือนกระจก ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศของทั่วโลก ผู้ที่ได้รับเคราะห์กรรมมากที่สุดและเห็นผลที่ชัดเจนมากที่สุดคือ สัตว์ที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลง ยากแก่การปรับตัว ทำให้สัตว์ที่แสนมหัศจรรย์จะต้องสูญพันธุ์ไป

“ในความคิดผม เสือที่เด็ก ๆ อยากเห็น คือเสือซึ่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่ แต่ทุกวันนี้เรากลับปล่อยให้สัตว์เหล่านี้ตายไปด้วยเหตุผลที่ว่าเรากำลังยุ่งอยู่กับงานและไม่ว่างพอที่จะปกป้องพวกมัน ต่อไปลูกหลานของเราคงจะไม่เห็นมันในป่าอีกแล้ว และการอธิบายเรื่องเสือคงแย่พอ ๆ กับการที่จะต้องอธิบายเรื่องผู้พิทักษ์ฟันน้ำนมให้เด็ก ๆ ฟัง เพราะเสือได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง” –ไซมอน อีวานส์ นักแสดงตลกชาวอังกฤษ

ขอขอบคุณบทความโดย Hyacinth Mascarenhas จาก GlobalPost.com

Blogpost โดย Supang Chatuchinda แปลและเรียบเรียง -- กุมภาพันธ์ 9, 2558 ที่ 15:28

ที่มา : http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/13-2558/blog/52065/

Recent posts