ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

สัมมนา: ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

สัมมนา: ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

14 February 2015

3630

ชื่อโครงการสัมมนา: ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

หลักสูตรสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

ที่มาและความสำคัญ

สภาพปัญหาปัจจุบันเรื่องของการข่มขืนในไทยเป็นเรื่องที่ระบาดหนักมากและเพิ่มทวีความรุนแรงเนื่องด้วยสิ่งล่อยุหลายๆอย่างที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดการข่มขืนมากขึ้น และเมื่อมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืนมากขึ้น คนในสังคมก็ต่างออกมาร้องเรียกให้แก้ไขกฎหมายให้ ข่มขืน=ประหาร ทางกลุ่มจึงอยากจัดสัมมนาเรื่องข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทยจากสภาพปัญหาในสังคมปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มการก่อเหตุมากขึ้นทุกวันอย่างเห็นได้ชัดจากการนำเสนอของสื่อต่างๆมากมายทั้งจากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือสื่อทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งปัญหาอาชญากรรมที่พบมากในประเทศไทย คือ ปัญหาการข่มขืนไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือ ผู้สูงอายุ ต่างก็ตกเป็นเป้าที่จะถูกข่มขืนได้ทั้งนั้นปัญหาอาชญากรรมเป็นสิ่งที่ทำลายความสงบสุขของประชาชนและสังคมโดยรวมเนื่องจากก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินทำให้ประชาชนเกิดความกลัวและหวาดระแวง มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยการกระทำผิดทางอาญานั้น ได้กระทำขึ้นโดย“อาชญากร” เช่น คดีฆ่าผู้อื่น ทำร้ายร่างกาย ข่มขืนกระทำชำเรา ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ เป็นต้น

ดังนั้นรัฐจึงจำเป็นที่ จะต้องมีมาตรการป้องกันสังคมให้ สงบสุขโดยมี การตรากฎหมายกำหนดบทลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดแต่การลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นจะลงโทษหนักหรือเบานั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมก่อเหตุและสภาพความผิดที่หนักหรือเบาโดยเชื่อว่าการลงโทษผู้กระทำผิดนั้นจะก่อให้เกิดผลดีต่อความสงบของสังคมอันจะทำให้อาชญากรรมลดลงการลงโทษผู้ กระทำความผิดหรือ อาชญากรนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีซึ่งโทษตามประมวลกฎหมายอาญานั้นมีอยู่ 5 ประเภทคือประหารชีวิตจำคุกกักขังปรับริบทรัพย์สินแต่การลงโทษที่ถือว่าเป็นการกำจัดผู้กระทำความผิดหรืออาชญากรออกไปจากสังคมที่รุนแรงที่สุดคือ “โทษประหารชีวิต” ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ยังคงมีการลงโทษประหารชีวิตแม้ว่าการลงโทษประหารชีวิตจะขัดต่อศีลธรรมหลักศาสนาก็ตามแต่ในขณะเดียวกันนั้นโทษนี้ก็มีข้อดีอยู่หลายประการการลงโทษประหารชีวิตนั้นเป็นเป็นหน้าที่ของรัฐในการปกป้องและคุ้มครองประชาชนและยังมีอำนาจบังคับทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันโทษประหารไม่ได้มีผลในลักษณะที่ทำให้คนยับยั้งชั่งใจได้ นอกจากนั้น ผู้ที่วางแผนล่วงหน้าที่จะก่ออาชญากรรมร้ายแรง ก็ยังเลือกที่จะกระทำความผิดนั้นต่อไปแม้จะมีความเสี่ยงจากโทษประหาร เพราะเขาเชื่อว่าจะสามารถหนีรอดจากการถูกจับกุมตัวได้การไม่มีหลักฐานอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าโทษประหารมีผลในเชิงป้องกันอาชญากรรม ชี้ให้เห็นถึงความไร้ประโยชน์และอันตรายจากการเชื่อในสมมติฐานเรื่องผลในเชิงป้องกัน และนำข้อมูลนั้นมากำหนดนโยบายใช้โทษประหารของรัฐ มิหนำซ้ำยังจะเป็นผลทางตรงข้ามดังข้อคิดเห็นของนักโทษประหารชีวิตดังนั้นโทษประหารจึงเป็นการลงโทษที่รุนแรงต่อชีวิต แต่ไม่มีผลรุนแรงต่อการลดจำนวนของอาชญากรรม

วัตถุประสงค์ของโครงการ 

1. เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนโทษประหารและการข่มขืน(ยกเลิกโทษประหาร)

2.เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชนโทษประหารและการข่มขืน

กำหนดการ โครงการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  อาคาร 30

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

 

วันที่ 18 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558

กิจกรรมส่วนที่ 1    ณ ลานกิจกรรมใต้อาคาร

เวลา 09.00น.-15.00น.                            นิทรรศการ เรื่องสิทธิมนุษยชน โดย องค์การนิรโทษกรรมสากล(Amnesty International Thailand)

กิจกรรมส่วนที่ 2 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  อาคาร 30

เวลา 12.30น.- 13.00น.                           ลงทะเบียน ณ ห้องประชุม1 ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาคาร 30

เวลา 13.00น. – 13.30น.                         พิธีเปิด โครงการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีเปิดโดย นายธนพล งอกโพธิ์ประธานโครงการ

กล่าวเปิดโครงการ โดย ผศ.ถนอม  เลขาพันธ์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

อ่านบทกวี เพื่อสิทธิมนุษยชน โดย อาจารย์สุธาทิพย์ โมราลายหลักสูตรไทยศึกษาบูรณาการ สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เวลา 13.30น. – 15.00น.                         รับฟังการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

โดย  อาจารย์อันธิฌา แสงชัย ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีและ อาจารย์วิทยา  อาภรณ์  สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เวลา 15.00น. – 15.10น.                         รับประทานอาหารว่าง

เวลา 15.10น. – 15.40น.                         วิทยากรและผู้เข้าร่วมโครงการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

เวลา 15.40น. – 16.00น.                         กล่าวปิดโครงการสัมมนา เรื่อง ข่มขืน = ประหาร สิทธิมนุษยชนกับค่านิยมของคนไทย

โดย อาจารย์มานะ  ขุนวีช่วย

*หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

 

 

Recent posts