25 June 2015
581
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 7/2557 เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมือง และใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงกำหนดให้การชุมนุมทางการเมืองเป็นความผิดต้องถูกดำเนินคดีในศาลทหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันใช้อำนาจในการควบคุมตัว บุคคลโดยพลการ ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีการจับกุมและตั้งข้อกล่าวหากับนักศึกษาและประชาชนที่จัดกิจกรรม ครบรอบหนึ่งปีการรัฐประหารบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครและบริเวณ หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่นที่ผ่านมา
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวนั้นเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ อันเป็นสิทธิเสรีภาพที่บรรดาชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปครองของไทย และเป็นไปตามในข้อ 19 และข้อ 21ของกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีและได้รับรองว่า “บุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง” และ “สิทธิการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง” แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะอ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย แต่กฎหมายซึ่งออกมาจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้นต้องเป็นกฎหมายที่จำกัด สิทธิเพียงเท่าที่จำเป็นในระบอบสังคมประชาธิปไตยเท่านั้น เมื่อปรากฏว่ากฎหมายดังกล่าวละเมิดต่อสาระสำคัญของเสรีภาพในการชุมนุมอย่างรุนแรง รัฐจึงไม่อาจอ้างได้ว่าการจับกุมและดำเนินคดีบุคคลในข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
นอก จากนี้ยังปรากฏพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมตัวบุคคลซึ่งไม่เข้า ข่ายการกระทำความผิดใดๆตามกฎหมายไปยังสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประวัติใน บันทึกประจำวันของสถานีโดยให้ลงนามรับรองว่าเป็นการเชิญมาโดยสมัครใจในหลาย เหตุการณ์โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา อาทิเช่นการควบคุมตัวนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพไปยังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน การควบคุมตัวนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ไปยังสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี หรือล่าสุดในวันนี้ (24 มิ.ย.58) มีการควบคุมตัวนักศึกษาสามรายจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ซึ่งขัดต่อหลักการจับกุมมาตรา 78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอันเป็นพฤติการณ์ในการคุกคามการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดแจ้ง
ด้วยเหตุดังกล่าวศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขอเรียกร้องให้
1.คณะ รักษาความสงบแห่งชาติและเจ้าหน้าที่รัฐยุติพฤติการณ์คุกคามการใช้เสรีภาพใน การแสดงออกของนักศึกษาและประชาชนซึ่งเป็นการแสดงออกโดยสงบและปราศจากอาวุธ
2.ยุติ การดำเนินคดีกับพลเรือนในศาลทหารอันเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมซึ่งขัดต่อ หลักความเป็นอิสระและเป็นกลางมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
พฤติการณ์ในการคุกคามและการใช้กระบวนการยุติธรรมในการจับกุม การดำเนินคดีในความผิดดังกล่าวนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนแล้ว ยังไม่สามารถนำมาซึ่งความเป็นธรรมในสังคมซึ่งเป็นพื้นฐานการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้อย่างแท้จริง
ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน