ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีงาน thaingo ดูและคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

บทบาทประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

ระบอบประชาธิปไตย หรือที่ ฝรั่งเขาเรียกว่า Democracy หลายคนมักว่า มันไม่เหมาะสำหรับประเทศไทย ที่มีรากฐานดีงาม มีวัฒนธรรม อย่างโน้น อย่างนี้ และอย่างนั้น ดีงาม อาทิ มีความเคารพนบน้อม เชื่อฟัง ผู้หลักผู้ใหญ่ มีความประเพณียึดถือกาลเทศะ ความไม่เหมาะไม่ควร มีความสายสัมพันธ์แบบพึ่งพา มีความเกรงอกเกรงใจสูง มีความยึดโยงสุภาษิต คำพังเเพย จำพวก มือไม่พายอย่าเท้าราน้ำ ฟื้นฝอยหาตะเข็บ เลี้ยงไม่เชื่อง รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง เป็นต้น และมีความศรัทธาในศาสนา พระมหากษัตริย์ แรงกล้า ฯลฯ ครับๆ ที่ว่ามามันไม่เหมาะ จริงๆ ผมก็ว่าอย่างนั้น

แต่ ไอ้ความที่ว่ามาข้างต้น นั้น มันกำลังเป็นเงื่อนไข ถ่วงความเจริญ ถ่วงโอกาสพัฒนาให้ประเทศนี้ ทัดเทียมเท่าทัน และทั่วถึง เป็นอุปสรรคการกระจายทรัพยากรเพื่อความเสมอภาค และเป็นธรรม ไอ้ความ ไม่ต้องประชาธิปไตยแบบฝรั่ง ตอนนี้กำลังเป็นภาระหนักอึ้งให้ประเทศนี้ ขยับทำอะไรไม่ได้ แบกระบบ เชื่องช้า ล้าหลัง แบกวัฒนธรรมอำนาจแบบเชื้อชาตินิยม ติดกรอบ ระเบียบ และ เล่นพรรคเล่นพวก อุปถัมภ์ รองรับแค่บุตรท่านหลานเธอเหลนเจ้าสัว จึงเป็นระบบที่ ที่ไม่ตอบสนองปัญหา ไม่กระเตื้องขยับ และ บริหารได้มีประสิทธิภาพ ต่ำ!!

ประชาธิปไตย ไม่ใช่รูปแบบ ที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นรูปแบบที่ ประชาชนสามารถออกแบบได้ ตลอดเวลา เพื่อให้ระบอบนี้นั้นสมบูรณ์แบบ ตรงตามเจตจำนงของประชาชน ทำงานได้สอดคล้องกับปัญหา กับยุคสมัย หรือคนส่วนใหญ่ จึงเป็นระบอบที่ ถ้าจะใช้งานให้เวิร์คโดยตัวมัน เราต้องแก้ไข พัฒนา สร้างกลไก ที่เหมาะสม สอดคล้อง และทำให้มันมีประสิทธิภาพ อยู่เรื่อยๆ ประชาธิปไตย จึงมันเป็นระบอบที่เปิดให้คน สามารถ เข้ามามีบทบาท ได้อย่างเสมอภาค เท่าเทียม และ เป็นระบอบ ที่ให้โอกาส ให้เสรีภาพ ประชาชนออกมาตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ได้เต็มที่ ระบอบนี้ จึงเป็นระบอบที่ผู้มีอำนาจ ต้องคอยเงี่ยหูฟัง หรือ ชำเลืองดู ถ้วนทั่ว ตลอดเวลา ไม่ใช่ ส่ง IA มาปลุกปั่น หรือ สายสืบมาข่มขู่

ฉะนั้น ประชาชนที่ศรัทธาระบอบแบบนี้ จะไม่ยอมรับ การที่ใครเอารถถังมายึดอำนาจ หรือ เขียนกฎหมาย ให้ตัวเอง ผูกขาดเสียงในรัฐสภา เพราะนั่นคือ หัวใจของระบอบรัฐสภา

และระบอบนี้ "ประชาชน" จะไม่จมปลักดักดาน เลือก ส.ส. กระจอกๆ ไปเป็น รัฐมนตรี ที่ไม่มีน้ำยา อาทิ รัฐมนตรีสาธารณสุข เป็นต้น

ในประเทศที่เข้าเจริญก้าวหน้าด้านการเมือง ประชาชนในประเทศนั้น ๆ เขาจะตื่นตัวมาก เรื่อง ประชาธิปไตย เรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องหน้าที่ประชาชนพลเมือง กฎหมายของเขาศักดิ์สิทธิ์ และต้องมาจากการยินยอมของประชาชน ผ่าน รัฐสภา หรือ สภาท้องถิ่น ดังนั้น หัวใจสำคัญของ ระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ การก้มหน้ายอมรับ หรือ คอยทำตามคำสั่ง รัฐบาล แต่ต้องคอยตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ ส.ส. ตรวจสอบผู้แทน ตรวจสอบกฎหมาย นโยบาย ตลอดเวลา และ ประการสุดท้าย เมื่อถึงที่สุด หากไม่ได้การ ไม่ทันกิน การออกมาชูมือบนท้องถนน เรียกร้อง หรือ ขับไล่ คือ หัวใจของประชาธิปไตย ด้วย !!!

ประเทศใดก็ตาม ที่คุกคาม ดำเนินคดี จับกุม คุมขัง ข่มขู่ ประชาชน ที่พูด ที่เขียน ที่แสดงออกในแบบต่างๆ ที่ออกมาเดินบนถนน ประเทศนั้น ไม่ใช่ประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย เป็นประเทศที่หล้าหลัง เป็นประเทศที่ ทรราช ปกครอง!!

ความล้มลุกคลุกคลาน การปะทะห้ำหั่นแย่งชิงอำนาจกัน และใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองในประเทศนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ ปี 2548-2549 เรื่อยมา เล่นและเล่นจนไม่เลิก เอาอำนาจรัฐ เอากระบวนการยุติธรรม เอากลไกราชการ เอารัฐสภา เอามวลชน คนนกหวีด คนเสื้อแดง เอาช่องทางกฎหมาย มาเป็นใช้กำจัด เล่นงานศัตรูทางการเมือง การยึดอำนาจซ้ำซ้อน 2 ครั้ง การปลุกปั่นเกณฑ์คน และทำลายจิตวิญญาณระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประเทศนี้ ผจญวิบากกรรมซ้ำๆซากๆ ไม่ได้พัฒนา ไม่ได้แก้ไขปัญหา ปากท้องใดๆ เมื่อยึดอำนาจได้ ก็ดันคนของตน คนจำพวกเน้นสั่งการ ถืออาวุธ และใช้กำลัง ขึ้นไปมีอำนาจ

10 กว่าปีที่ ละเลงความขัดแย้ง กลายเป็นว่า คนที่ขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโต ผ่านเส้นสายอุปถัมภ์ เป็นเบี้ยเป็นขี้ข้ารับใช้ ล้วนแต่ ขาดคุณสมบัติ ไร้วิสัยทัศน์ ไร้อำนาจ ที่แท้จริง เมื่อนานวัน และนานเข้าๆ ประเทศนี้ เสื่อมทรุดลงทุกด้าน กลไกราชการ ทำงานไม่ได้ นโยบายนั่งเทียน ผู้นำองค์กร ทุกกระทรวง ทบวง กรม วิ่งวุ่นสนใจแต่ความต้องการของนักการเมืองและหลบเลี่ยงการทำงานที่ถูกที่ควร เพื่อให้ตัวเองรอด ไปวันๆ สุดท้าย ก็เป็นการซ้ำเติมประเทศนี้ ให้หนักหนาลงทุกวัน เราจึงเห็นการบริหารประเทศ แบบ ถลุงงบประมาณให้หมดๆ ด้วยการแจก เพื่อตอบแทนความสวามิภักดิ์ ความจงรักภักดี ความเชื่องและคล้อยตามอย่างซื่อสัตย์

บางคนว่า "บีบให้จนแล้วแจก ทำให้แตกแยก แล้วปกครอง" เมื่อวานก่อน มีประกาศฉีดวัคซีน ที่บางซื่อ คนแห่แหนมาแทบจะเหยียบกันตาย ท่ามกลางโรคระบาด นี่คือ วิธีคิดของรัฐบาลสามานย์!!

เกือบ 10 ปี ที่ผ่านมา แม้ว่าจะผ่านการเลือกตั้ง มี ส.ส. มี รัฐสภา แต่ก็มีแค่นั้น ส.ส. ส่วนมาก พิการทางปัญญาและขลาดเขลา แถมมี ส.ว. คอยมา แสดงบทบาทขัดขวาง คนที่เป็น ผู้แทนประชาชน ซึ่งสรุปแล้ว ประเทศนี้ ก็ได้คณะเดิม ที่รัฐประหารยึดอำนาจมา แถมมีกฎหมายรองรับ และสนับสนุนการใช้อำนาจ อย่างไร้ขีดจำกัด เพราะยึดกุมรัฐสภาได้ ( คือมี ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ในมือ) ทำให้ นักการเมืองกลุ่มที่ครองอำนาจ ผนึกกันเหนียวแน่นมาก จน รมต. บางคน กล้าประกาศว่า "ไม่มีใครล้มผมได้" ซึ่งก็ยิ่งกดให้ข้าราชการประจำ ไม่กล้าต่อกร ไม่กล้าหือ จึงเห็น ข้าราชการจำพวก สอพลอ ดาหน้าขึ้นมารับตำแหน่งใหญ่โต เป็นใหญ่ เป็นเบี้ย และเป็นกลไกระบอบสามานย์ของจริง ทางการเมือง

เราจะทนดู และรอวันแก่ตาย หรือป่วยตาย หรือ ตรอมใจตาย อย่างสงบ เสงี่ยม เพื่อยอมรับ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือ จะลุกขึ้นสู้ ออกไปรบ ออกไปเพื่อเรียกร้อง เปลี่ยนแปลง ความอุบาทก์ทางการเมืองของประเทศนี้

ไล่รัฐบาล ที่ไร้ความสามารถ ดีแต่กู้ แต่ไม่มีปัญญาดันเศรษฐกิจ สินค้า ราคาพืชผลการเกษตรได้ และ 2 ปีกับการบริหารวิกฤติภัย โรคระบาด ที่สะท้อนว่า ไม่ได้ตระหนัก หรือทำงานอย่างกระตือรือร้นรัดกุม จริงจัง ด้วยความห่วงใยประชาชน ไม่ได้เร่งรีบ นำเข้าวัคซีน ไม่พยายามกระจายให้ทั่วถึง ไม่ห่วงบุคลากรการแพทย์ ที่ต้องเสี่ยงภัย แต่กลับพยายามจะซื้อ "เรือดำน้ำ"

จนวันนี้ ลูกหลานเรา ญาติพี่น้องเรา ถูกทิ้งให้ตายในบ้าน กลางถนน และถูกไล่ออกให้กลับไปตายที่บ้านเกิด ไปนอน "กระท่อมปลายนา" อย่างน่าสมเพช อย่างไร้ศักดิ์ศรี อย่างไร้ความหวัง

เราจะทน หรือเราจะสู้ คิดดูเอา.... วันนี้ ผมจะไปม็อบ เจอกัน บ่ายๆ ในเมือง ครับ...