ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีงาน thaingo ดูและคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

ยุคสมัยของ NGOs



NGOs หรือ Non Goverment Oganization หมายถึง องค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ หรือ องค์กรเอกชน หรือองค์กรไม่แสวงผลกำไร เป็นองค์กรที่ทำงานสาธารณะ ซึ่งเริ่มมาได้ 40-50 ปี ที่ผ่านมา มีบทบาทมากกับการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา เปลี่ยนแปลงสังคม เศรษฐกิจของประเทศไทย

เติบโตทำงานสอดประสานกันเป็นขบวน ตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับประเทศ นำเสนอปัญหา ทางออก หรือประเด็นทั้งในระดับล่าง หรือระดับพื้นที่ ไปจนถึงระดับนโยบาย การแก้ไขกฎหมาย การปรับ เปลี่ยน โครงสร้างสังคม เศรษฐกิจและการเมือง ทำให้คนส่วนใหญ่มักจดจำภาพ งาน
NGOs คือการประท้วง ซึ่งในโลกของประชาธิปไตย การเรียกร้อง ต่อสู้ เคลื่อนไหว และรณรงค์ ทั้งในทางสังคมและในทางการเมือง เป็นเรื่องปกติ เพื่อให้ได้มาซึ่ง สิทธิ โอกาส และการมีส่วนร่วมในทางการเมือง หรือในทางการปกครองตนเอง

 

แนวคิดการทำงานแบบ NGOs มาจากต่างประเทศ ที่ซึ่งมีรากฐานทางสังคม คือ การแบ่งปัน การบริจาค เพื่อคนที่ด้อยโอกาสกว่า และการมีความเชื่อว่า การให้ประชาชนปกครองตนเอง คือ รูปแบบการปกครอง ที่ดี ที่สุด และสังคมประชาธิปไตยนั้น ทุกคนจะมีสิทธิ์ เสมอภาค เท่าเทียมกัน ดังนั้น อุดมการณ์ของคนทำงานด้านนี้ ส่วนมากมาจากความเชื่อ ความรัก ในเพื่อนมนุษย์ การอุทิศตน การเสียสละ จึงเป็นสิ่งสูงสุด เป็นเป้าหมาย เพื่อให้ปัญหา หรือเรื่องราว ต่างๆ ที่สังคม หรือ คน หรือ กลุ่มคน ที่ถูกกระทำ ถูกละเลย ถูกผลักไส ให้ได้มีสิทธิ์ มีโอกาส เข้าถึง หรือ ได้ รับจากรัฐบ้าง ชีวิตคนทำงานด้านนี้ มีไม่น้อย ที่ทุ่มเท วางรากฐาน มีบทบาทสำคัญๆ หรือ เป็นผู้จุดกำเนิด จุดประกายความเปลี่ยนแปลง หรือการแก้ไข ในเวลาต่อมา

วิธีการทำงานของ
NGOs ที่ทำให้สามารถดำรงตนอยู่ได้นั้น มาจาก 1 ) เงินบริจาค 2 ) มาจากการเขียนโครงการขอแหล่งทุน และ 3 ) มาจากการสนับสนุนทุนของภาครัฐ หรือ ภาคธุรกิจเอกชน ที่สนใจ ผลักดัน แก้ไขปัญหา นั้นๆ ซึ่งก็มักจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี  NGOs ไทยส่วนมากอยู่ได้ ด้วยข้อที่ 2 และ 3

คนที่เลือกทำงาน ด้วยอุดมคติทางสังคม ด้วยปรัชญาชีวิต เพื่อมวลชน เพื่อสังคม ไปจนล่วงเลยวัยชรา นั้นมีไม่มาก เนื่องจากงานพัฒนา เป็นงานที่ต้องใช้พลัง ใช้ความทุ่มเท ใช้เวลาชีวิตลงไปเยอะมาก แต่ผลตอบแทน หรือ สวัสดิการ ต่างๆ กลับสวนทาง หลายคนจึงเบนเข็มชีวิต ไปทำเกษตร หรือ ค้าขาย เมื่ออายุอานามสูงขึ้น แต่ก็มีไม่น้อยที่ยึดอาชีพ ปรับลดบทาท และอยู่กับงานพัฒนา

หลายปีมาแล้ว ที่หลายๆ คนได้มีความพยายามที่จะสร้างระบบ สร้างกองทุนขึ้นมาช่วยเหลือ เยียวยา คนทำงานพัฒนา ให้มีทุนตั้งต้น หรือ มีเงินรักษาพยาบาล เนื่องจากปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วย เพราะถึงที่สุด ชะตากรรมของคนทำงานเอ็นจีโอ ไม่นับรวมวิบากกรรมเป็นคดีความ ยื้อเยื้อ

กาลเวลาที่เปลี่ยนผัน คนก็เปลี่ยนตาม ตามกระแส ตามยุคตามสัมย ตามทิศทางคนส่วนใหญ่ คนทำงาน
NGOs ก็เหมือนคนทั่วไป ก็วิ่งวนตามทั้งกระแสสังคม และ กระแสนิยม ผู้ให้ทุน ทำให้เห็นว่า อาชีพ NGOs  ใน ระยะ 30 ปีให้หลัง จึงทำงานสอดประสานกับกระแสสังคม ยึดบุคคล ยึดบางสถาบัน เป็นสิ่งนำทาง สูงสุด

หลังการรัฐประหาร ตั้งแต่รอบ
2549 ปลดรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มาจนถึง รัฐประหาร 2557 ( ที่อ้างว่าถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณ ) ทำให้เห็นความแตกหัก ในขบวน NGOs รุนแรงชัดเจนขึ้นมาก หลายๆ เรื่อง ระหว่างคนรุ่นใหม่ กับ คนรุ่นเก่า ความแตกหัก ระหว่างเอาประชาธิปไตย กับ เน้นยึดโยงสถัน จนบางครั้ง ทำให้นึกถึง ว่า นี่คือ จุดแตกหักสำคัญของขบวน NGOs ยุคแรก แต่ แน่นอน ว่า นี่ไม่ใช่สาเหตุ เดียวที่ทำให้ ขบวนงาน NGOs ( แบบเดิม) เสื่อม และใกล้ล่มสลายของยุคแรก ยุคที่ คนรุ่นใหม่เรียกกันเองว่า “สายจัดตั้ง” ซึ่งคงเป็นแนวคิดทางสังคมการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ ( คะเนว่าเป็นสายเหมา มากกว่า มาร์ค ) ของคนยุคนั้น ที่เชื่อในกระบวนการทำงานหล่อหลอมทางความคิด เชื่อกันทำงานเป็นเครือข่าย เคลื่อนไหวเป็นขบวน โดยมี รัฐ เป็นคู่ปฏิปักษ์ และมีเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบายหรือโครงสร้าง เป็นหลัก

ผมระแคะระคาย วี่แว่วมาตลอด เรื่องความขัดแย้งเงียบๆ เรื่องจุดยืนทางการเมือง  ความไม่พึงพอใจ ไม่เข้าใจใน ในการกำหนดท่าที หรือในบทบาทที่ผ่านมาของรุ่นเก่า รวมบทวิเคราะห์ที่สอดคล้องกับโลก กลับมีไม่มากพอให้คนรุ่นใหม่ๆ เชื่อมั่นหรือศรัทธา เดินตามได้ ความแปลกประหลาดขาดความกล้า ความรวดเร็วในท่าที ต่อสถาการณ์การเมือง  ต่อการรุกคืบจัดการของกลุ่มอำนาจรัฐเก่า ที่มีทหารคอยกำกับ ควบคุม กำลังคุกคาม เสรีภาพ และสวัสดิการคนรุ่นใหม่ รวมถึง ในรูปแบบบการจัดการ ทั้งองค์กร และ ขบวนของคนรุ่นเก่า  ที่กำลังกลายเป็นปัญหารื้อรัง ให้คนรุ่นใหม่หลังต้องมาแบกภาระ มารับรู้และยืนมองซากตึก อาคาร สำนักงาน พื้นที่ ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง  คลาคล่ำ แต่ปัจจุบัน กลายเป็นที่รกร้าง ไร้ผู้คน ไร้การสืบสาน กำลังตายไปพร้อมๆกับชุดความคิดเดิมๆ ไม่ใช่แค่การตกรุ่น แต่กำลังหมดราคา สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเผชิญกับการถูกคุกคาม  ที่หนักหนาสาหัส ไม่ใช่แค่วิกฤติศรัทธา แต่คือโชคชะตาของคนทำงานพัฒนาของรุ่นเก่า  ที่วันนี้ไม่มีโครงการ ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะไปริเริ่มอาชีพใหม่ ๆ ไม่ได้ลงสนาม ทำงานพื้นที่ จะมีชีวิตไปจนสุดบั้นปลายกันอย่างไร ?

จากวันนี้ ไปหน้า งาน
NGOs อาจจะเปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนยุค เปลี่ยนวิธีคิดวิธีมอง รวมไปถึงวิธีจัดการ เพื่อให้สอดคล้อง สอดรับ และสอดประสานไปกับโลก ที่เคลื่อนตัวเปลี่ยนแปลงไปหน้า สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยน และ แน่นอน อาชีพ NGOs อย่างไรก็ยังมี อยู่ต่อไป คือ โลกมนุษย์ ยังมีคน 2 จำพวก คือ คนที่ถูกกระทำ และ คนกระทำ

โชคดีอย่าเดียว คือ ผมทันคนยุคเก่าอยู่บ้าง และ ผมพอรู้จักคนยุคใหม่ อยู่หลายคน ที่สำคัญ ผมทันเห็น ตึกหรือสำนักงาน คนทำงานพลุกพล่าน และวันนี้ก็ยังได้เห็น นึกร้าง.... ที่ไร้คนหนุ่มสาวมาแผ้วผ่าน  ถ้ายังยึดกุมอยู่ก็ปล่อยวาง แล้วส่งมอบภารกิจเถอะครับ....