ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีงาน thaingo ดูและคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

เรื่องเมื่อปี 2559 ตอนที่ 2 #เปิดหมวก



ผมจำได้ว่า เย็นวันนั้น มีเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมที่บ้าน สีหน้าดูประหม่า พูดออกมาด้วยน้ำเสียง จริงใจและตั้งใจมาก ว่า “ผมอยากทำค่าย เห็นพี่ๆเขาทำแล้วชอบ” ผมฟังเงียบๆ  ขณะสาละวนกับงานจุกๆจิกๆ รอบบ้าน

“ไปชวนเพื่อนมา .... ไปหามา แล้วนัดมาประชุมกัน มาที่นี่”    ผมพูดออกไปโดย ไม่ได้หันไปมองเจ้าเด็กคนนั้น

ใจจริงเรื่องงานเยาวชน ผมถอดใจและอยากวางมือ ตั้งแต่รุ่นเจียลออ
2 ผ่านพ้นไปแล้ว “ค่ายเดินป่า เนาะ” ทำให้ผมเหน็ดเหนื่อยและควักเนื้อ เจ็บตัวไปหลายบาท ซึ่งมาจากความดื้อของผม รู้ทั้งรู้ ว่า งบประมาณไม่พอ แต่ก็อยากทำ อยากเสี่ยง อยากตามใจเด็กๆ สุดท้าย เงินไม่พอต้องวิ่งหามาดันงานให้จบค่าย

ที่ถอดใจจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือเรื่อง ความไม่ให้ความสำคัญ ของทุกๆ ฝ่าย ทั้งผู้ปกครอง ครู โรงเรียน หน่วยงานราชการ อย่าง อบต. อำเภอ เพราะตั้งแต่กลับมา และทำไปแล้ว
2 รุ่น แจ้งหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปทุกครั้ง ก็ยังเพิกเฉย กลับกัน กลับโดนผู้ปกครอง กล่าวหาว่า หาประโยชน์จากเด็กบ้าง มั่วสุมบ้าง ไร้สาระบ้าง ฯลฯ

และอีกเงื่อนไขคือ ผมอายุมากแล้ว ลำพังงานเกษตรในไร่ในนา ผมก็แทบจะเดินไม่ได้ อยู่แล้ว เหนื่อยหนักหนาจริงๆ ดังนั้น ถ้าไม่มีคนรุ่นใหม่ หมายถึง ทั้งเยาวชนค่ายทำสื่อ (ค่ายแรก ) และเยาวชน รุ่นเจียลออ ทั้งรุ่น 
1- รุ่น 2 เข้ามา สืบสาน เป็นสตาฟ ช่วยจริงจัง ผมไม่ทำแล้ว พอแล้ว เข็ดแล้ว ไม่เอาแล้ว!!!!

แต่แววตา น้ำเสียง และใบหน้าของเด็กชาย คนนั้น วันนั้น ทำให้ผมกลับมาครุ่นคิด  ทำท่าจะใจอ่อน สุดท้าย มันก็ทำได้จริงๆ มันหาเพื่อนได้ 4-5 คน เข้ามารอประชุมพร้อมหน้า ในราวๆ อาทิตย์หนึ่งต่อมา ผมพักงานจากไร่ครึ่งวัน เพื่อชี้แจง และยื่นเงื่อนไข
1 ไปหาเพื่อนๆ ที่โรงเรียนมา และชวนให้ได้มากกว่า 1 โรงเรียน
2 ไปขออนุญาต ครู กะ พ่อแม่ด้วย
3 ถ้าจะทำจริงๆ ต้องหาเงิน เพราะพี่ไม่มีเงินแล้ว และ ที่นี่ ไม่มีใครให้เงินคุณ ไปทำค่าย วิธีหาเงิน เอาที่ง่ายได้เร็ว คือ เปิดหมวก ดังนั้น ไปชวนเพื่อนมาให้ได้ แล้วนัดกัน

ไม่นานจากนั้น เด็กๆ ก็เริ่มทยอยมาหาผมที่บ้าน ความเงียบ ความเหงา ความโดดเดี่ยวหายไป ผมรู้สึกสนุกกับชีวิตมากขึ้น มีเสียงหัวเราะ มีหยอกเย้า เสียงกีต้าร์ ดังออกมาจากบ้านผมบ้าง ผมยอมรับว่า แอบมีความสุขกับการได้คลุกคลีกับพวกเด็กๆ

ผมค่อยๆ ถอดแนวความคิด สอนพวกเขา ให้พี่คนโตดูแลน้องคนเล็ก เรามีการประชุมวางแผนถี่ขึ้น ออกแบบอุปกรณ์ วิธีการ กำหนดการตระเวนเปิดหมวก อาทิ ตลาดช่องจอม ตลาดนัดบ้านพนมดิน แนงมุดและตลาดคลองปราสาท อธิบายความสำคัญของการเปิดหมวก ว่าคือการระดมทุน จากน้ำจิตน้ำใจของพ่อแม่พี่น้อง ชาวบ้าน เป็นเงินที่สะอาดและงดงาม ไม่ใช่การขอทาน
!!!

ผมทำงานเยาวชนที่นี่มา 2-3 รุ่น สิ่งที่ค้นพบ ปัญหาหลักเลย คือ เด็กๆ ขาดความมั่นใจ ขาดพลังสร้างสรรค์ ขาดแรงจูงใจ เป็นปัญหาที่ทำให้เด็กบ้านนอก จำนวนมากล้มเหลว ในระบบการศึกษา ดังนั้น ดนตรีก็ดี การเปิดหมวกก็ดี ผมจะใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกฝน ทักษะ ความกล้าแสดงออก และการทำงานด้วยอย่างเป็นทีม

และเด็กชายคนนั้น ในวันนั้น คือ เจ้าเมฆ (โกเมฆ ลื่นปืด ) การเปิดหมวกงานแรก ผ่านพ้นไปด้วยดี ตามด้วยครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ สะสมเป็นเงินไว้ทำค่าย อีกทั้งการได้มีกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เด็กเริ่มสนุก เริ่มสนิท ติดพัน และอยากมามากขึ้นๆ จากครอบครัวเล็กๆ เริ่มขยาย เต็มลานบ้าน ความสุขของผม ที่เห็นเด็กๆตั้งใจ เรียนรู้ และผูกพันช่วยเหลือกัน คือความงดงาม ที่สุดภาพหนึ่ง

ที่มากกว่านั้น จากเด็กขี้อาย กลับกลายมาจับไมค์ พูดจา อย่างห้าวหาญ เพื่อให้พ่อแม่พี่น้อง ร่วมบริจาคสมทบ จากเล่นกีต้าร์หลบตัวอยู่ในบ้านก็ กล้ามายืนดีดและร้องอย่างมาดมั่น ดุจศิลปินอาชีพ จริงๆ ที่เคยสนใจแต่เล่นแต่เที่ยว หาแฟน สนใจแต่ตัวเอง ก็มาใส่ใจกัน จนหลายทีผมคิดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กหรอก ปัญหาคือเรา ผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง คือ ระบบ สถานศึกษา ที่ ไม่ได้เปิดกว้าง ให้ทางเลือกเด็กๆ ได้ทำในสิ่งที่เขารัก ก็เท่านั้น

 

 

โดยเกษตรกรขบถ ไร่ทวนลม