Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ผลท่อแก๊สระเบิด:คนจะนะ-หาดใหญ่กังวล

ผลท่อแก๊สระเบิด:คนจะนะ-หาดใหญ่กังวล

7 November 2020

6583

( ขอบคุณภาพ จาก : https://www.thailandstack.com ) 

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) 

Shukur2003@yahoo.co.uk 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่

จากเหตุการณ์ ท่อแก๊สระเบิดในพื้นที่ ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ประมาณเวลา 13.00 น. ของวันนี้ (22 ต.ค.) และมีเปลงเพลิงพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศ จนสามารถเห็นได้ไกลอย่างน้อยหลายสิบกิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 20 คน เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

 

ในโลกโซเชี่ยล ไม่ว่า เพจเฟซบุ๊ก twitters และอื่นๆ มีทั้งภาพ คลิป บทสัมภาษณ์ รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างๆแสดงให้เห็นความเสียหายในพื้นที่โดยรอบ บ้านเรือน อาคารต่างๆ ถูกเปลวเพลิงไหม้จนไม่เหลือเค้าเดิม ไม่นับรวมความเสียหายด้านจิตใจที่ไม่สามารถประเมินได้ 

ในขณะที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเผยว่าชาวบ้านบางบ่อใกล้แนวท่อก๊าซ ปตท.ยังนอนผวาส่วน ปตท. ประกาศพร้อมเยียวยารับผิดชอบผู้ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์ท่อส่งแก๊สระเบิด ทั้งหมด

ใช่ในความรับผิดชอบต่อความเสียหายทางแพ่งนั้น เป็นหน้าที่ของปตท.จะปฏิเสธความรับผิดชอบไปไม่ได้ แต่ทว่าในความรับผิดชอบทางอาญานั้น ดูเหมือนหน่วยงานรัฐต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งทางฝ่ายปกครองของจังหวัดสมุทรปราการ กรมธุรกิจพลังงาน ยันกรมควบคุมมลพิษ มิได้กล่าวถึงหรือมีความพยายามที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายแต่อย่างใด โดยเฉพาะการปล่อยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของ ปตท.เข้าไปสอบสวนหาเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมหน่วยกู้ภัยต่างๆและกองทัพสื่อมวลชน ซึ่งกว่าจะกันพื้นที่ให้เป็นเขตหวงห้ามก็ทำให้หลักฐานบางอย่างหมดไปได้

ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

ชี้ ว่า “เหตุท่อก๊าซระเบิดต้องเอาผิดอาญาผู้บริหารธุรกิจก๊าซ ปตท.-กก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติด้วย”โดยเหตุผลว่า

“เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตด้วย ซึ่งเป็นเหตุทางอาญา ตาม ปอ.291 ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องเก็บรวมรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุมาประกอบสำนวนในการเอาผิดผู้บริหารหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ด้วย 

 กรณีที่เกิดขึ้น เป็นผลพิสูจน์โดยประจักษ์ที่ภาคประชาชนและเอ็นจีโอ เคยชุมนุมประท้วงการวางท่อก๊าซของ ปตท.ในหลายๆเส้นทางที่รอนสิทธิ์ประชาชนมาโดยตลอดว่า อาจสร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซได้ แต่ ปตท.ก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าตั้งแต่เริ่มมีการวางท่อก๊าซมาตั้งแต่ปี 2524 จนถึงปัจจุบันเกือบ 40 ปีมานี้ไม่เคยเกิดเหตุถึงขั้นทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ แต่ครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดว่าข้อกังวลที่ชาวบ้านและเอ็นจีโอท้วงติงจนนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาลมากมายมาโดยตลอดนั้นเกิดขึ้นจริงได้ และที่สำคัญหน่วยงานและคณะกรรมการ คชก. และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่เห็นชอบ EIA โครงการท่อก๊าซที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้โครงข่ายสายไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.นั้นถือเป็นความเสี่ยงที่อันตรายยิ่งทั่วประเทศ แต่ผู้ที่เห็นชอบ EIA จะสำนึกผิดและจะถ่ายบาปกับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างไร และหน่วยงานรัฐจะใช้ ม.96-97 แห่ง พรบ.สิ่งแวดล้อม 2535 ฟ้อง ปตท.เป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไรต้องติดตามกันต่อไป”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้คนจะนะ - หาดใหญ่รู้สึกกังวลกลัวเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับพวกเขา?เพราะพื้นที่อำเภอจะนะจังหวัดสงขลาอันเป็นแหล่งที่ตั้งโรงแยกเเก๊ส บริษัททรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งมีการต่อท่อส่งก๊าซผ่านหลายอำเภอไม่ว่าจะนะ นาหม่อม หาดใหญ่และสะเดา จังหวัดสงขลา

 

เช่นคนจะนะ คนหนึ่งซึ่งเคยคัดค้านโครงการโรงแยกแก๊สจะนะเมื่อหลายสิบปีก่อน(ขอสงวนนาม)ให้ทัศนะว่า “ท่อก๊าซระเบิดทั้งที่ปตท.เคยบอกว่า หากท่อรั่วปุ๊บวาล์วปิดปั๊บ พิสูจน์ด้วย 3 ชีวิตและแผลใจนับไม่ถ้วน ย้อนดูท่อก๊าซผ่านชุมชนจะนะด้วยใจระทึก” “เอาระเบิดมาใว้ในบ้านตัวเองสงสารลูกหลาน?” “เราไม่มั่นใจระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท จากระเบิดที่ส่วนกลาง...เห็นว่าบริษัทมีแต่แผนฯ..เผชิญเหตุมีแต่กระดาษ....แต่ไม่มีคน...ไม่มีอุปกรณ์...ไม่มีการซ้อมแผนอย่างจริงจัง...ไม่มีระบบอะไรเลย? ถ้าเกิดการระเบิด...รัศมีทำลายล้างประมาณ 3 กม...คนตำบลสะกอม..ตลิ่งชัน..บ้านนาของอำเภอจะนะ..มีความเสี่ยง จะนอนหลับ?

ลามไปถึงคำว่า “จะนะ..เมืองต้นแบบ

อุตสากรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตจะเอากันอีก?”

หรือแม้กระทั่งคนหาดใหญ่ ตั้งข้อสังเกตว่า “ถ้าหาดใหญ่ ความเสียหายน่าจะมากมิสามารถคำนวณได้เพราะหาดใหญ่เป็นเมืองใหญ่ผู้คนมากมาย ศูนย์รวมเศรษฐกิจ แม้ท่อแก๊สจะอยู่นอกเทศบาลเมืองหาดใหญ่อย่าลืมว่าวัตถุไวไฟจำนวนมากอาจไปถึง ความโกลาหลน่าจะวุ่นวาย “

    นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ให้ทัศนะว่า “

 

ในจังหวัดสงขลาเองก็มีท่อส่งก๊าซในลักษณะเดียวกัน คือท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย ซึ่งเริ่มต้นที่โรงแยกก๊าซจะนะผ่านอำเภอจะนะ นาหม่อม หาดใหญ่และสะเดา เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย

บทเรียนสำคัญของท่อส่งก๊าซหรือโรงงานที่มีความไวไฟและเสี่ยงต่อการระเบิดหรือรั่วไหลคือการบำรุงรักษาและตรวจสอบระบบ  รวมทั้งการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนต่างๆตามรอบระยะเวลาโดยไม่ต้องรอให้เสียแล้วจึงมาซ่อมแซม  คำถามใหญ่ที่สุดจึงอยู่ที่ว่า  ท่อส่งก๊าซเหล่านั้นหรือโรงงานเหล่านั้นมีการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ ทำครบถ้วนหรือไม่ และมีการรายงานให้กับตัวแทนของชุมชนรับรู้หรือไม่  ซึ่งแน่นอนว่า การรายงานผลการตรวจซ่อมบำรุงรักษาด้วยคำศัพท์ทางวิศวกรรมนั้น ย่อมไม่แปลกที่ชาวบ้านในพื้นที่จะเข้าจได้ไม่ลึกซึ้ง การมีนักวิชาการในสถันการศึกษาที่ชาวบ้านเชื่อใจและมั่นใจมาร่วมฟังและวิเคราะห์ตามนั้นก็มีความสำคัญมาก  ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการดำเนินมาตรการเชิงป้องกันอย่างจริงจัง และเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องยอมจ่าย

หากรั่ว ไฟไหม้ หรือระเบิดด้วยเหตุสุดวิสัยก็ประเด็นหนึ่ง แต่หากเป็นเพราะขาดการบำรุงรักษา เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ก็ควรที่จะมีการปรับหรือบังคับเยียวยาในมูลค่าที่สูงมากๆ  และอาจหมายรวมถึงการมีความผิดทางอาญาด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาอย่างจริงจัง”

จากเหตุผลข้างต้นพบว่า

“กระบวนการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างมีส่วนร่วม”คือโจทย์ใหญ่(ไม่ใช่เฉพาะจะนะแต่ทั่วประเทศ)

 

การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องถือเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ควรมีในพื้นที่ดำเนินโครงการ เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้นได้ในเวลาใดเวลาหนึ่งเช่นการระเบิดครั้งนี้

 

ควรมีการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังขึ้น สามารถแจ้งได้ตั้งแต่สัญญาณเตือนภัย และผลกระทบต่างๆ

 

ในระยะเร่งด่วนจึงฝากบริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย และรัฐออกมาแถลงความมั่นใจต่อเรื่องนี้แก่ประชาชน นอกจากนี้ควรเอาเรื่องนี้ไปอยู่ในกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการป้องกัน และลดอุบัติภัยโดยการให้ความรู้ความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติในกรณี เกิดเหตุฉุกเฉิน อุบัติเหตุและอุบัติภัย โดยการอบรมฯ การฝึกซ้อมฯ การตรวจตราฯ การแจ้งเหตุและอื่นๆ

ตามมาตรฐานสากลพร้อมทั้งควรติดตั้งป้ายเตือนขนาดใหญ่ให้เห็นชัด ๆ ในอนาคตควรเลิกแนวคิดที่จะวางท่อก๊าซและสายไฟฟ้าแรงสูงผ่านหรือใกล้ชุมชน

หมายเหตุ

สำหรับบริษัททรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จํากัดศึกษาเพิ่มเติมใน

https://www.ttm-jda.com/content/aboutus

Recent posts