There are 2 websites that ThaiNGO team support are thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บที่ดูแลโดยทีมงานไทยเอ็นจีโอมี 2 เว็บเท่านั้นคือ thaingo.org และ thaingo.in.th

การออกแบบชีวิตเกษตรกร...

 

ตอนหนุ่ม มีคนบอกผมว่า ผมไม่เหมาะจะรับราชการ เพราะปากไว ใจร้อน ไม่เคารพคำสั่งผู้บังคับบัญชา ก่อนโน้น ก็มีคนผมว่าไม่เหมาะที่จะเป็นนักวิชาการ ต่อมาก็มีมาบอกอีกว่าไม่เหมาะจะเป็น NGOs แล้วก็บอกเรื่อยๆ ว่าไม่เหมาะจะเป็นเกษตรกร จะมีครอบครัว ไม่เหมาะกับที่นี่ หรือที่นั่น และไม่เหมาะจะเป็นนักธุรกิจ เพราะ ไม่คิดกำไรสูงสุด เป็นเป้าหมาย

 

เวลาฟังคำแบบนี้เมื่อก่อนนี่ ก็ตกใจนะ เสียใจ หมดใจ แต่เดี๋ยวนี้หรอ ก็ขำๆ ครับ เพราะคนบอกเอง บางที่ ชีวิตมันเองก็ไม่มีอะไร เป็นชิ้นเป็นอันด้วยซ้ำ หรือสำเร็จ แต่หลายคนไม่ใช่ด้วยความสามารถ ที่มีกินมีใช้เพราะ ส่วนหนึ่งสังคมก็รู้จัก คุ้นเคย กิน ใช้ประจำอยู่แล้ว หรือ สำเร็จเพราะพ่อแม่วางรากฐานทิ้งสมบัติ ประสบการณ์ไว้พร้อมแล้ว หรือ มั่นคงเพราะทำงานในระบบ มีเงินเดือน

 

เราเป็นคนแบบไหน เราต้องรู้จักตัวเอง เราตัดสินใจทำอะไร เราต้องประเมินผลลัพธ์ ให้ออกให้มากที่สุด ทั้งดีและถ้าไม่ดี ใครจะบอกว่าเราไม่เหมาะกับอะไร มันไม่สำคัญ เท่า ตัวเราเองบอกตัวเองว่าอย่างไร กรณีผม มองตัวเองเสมอมาแต่เด็ก ว่าไม่เก่ง อะไรสักอย่าง แต่จะสนุกกับทุกอย่างที่เลือกทำ แล้วก็สร้างอาณาจักรเล็กๆมีกำแพงล้อมรอบ แน่นหนา ความหมายก็คือ ความสำเร็จ (ที่หมายถึง เงิน ทอง กำไร ชื่อเสียง หรือปริมาณผลผลิต) ไม่ใช่เป้าหมายเดียวที่ชีวิตคนมุ่งมั่นเสวงหา นั่งครอง

 

ผม หรือ คนอีกหลายๆ คน เราทำนะ เราก็เชื่อว่าเราทุ่มเท ทุ่มโถม สุดแรง และมีเป้าหมาย แต่เรามีเป้าหมายแบบอื่น เป็นสิ่งสูงสุด จริงอยู่เราจะดีใจมาก ถ้ามันสำเร็จแบบนั้น แต่เราไม่รู้สึกเสียใจเลยถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเรามีความสุขกับสิ่งที่ตนนั้นมีหนทางได้ทำ ได้ดำรงอยู่มากกว่า หมายถึง ทำนาไม่เก่งหรอก ค้าขายก็ไม่เป็นด้วย หลายคนหัวเราะ และบางทีเราก็หัวเราะตัวเอง เหมือนกัน ว่าทำไม ทำก็เหมือนกับเขา แต่ของเรากลับเละเทะ !! ด้วยเหตุที่เป้ามันแตกต่าง ก็เลยสนุกกับชีวิตไปได้เรื่อยๆ แล้วก็ยังมีอารมณ์ชอบทำ ไม่ได้ทุกข์ร้อน ใดๆ กับปริมาณผลผลิต หน้าตาภาพลักษณ์ กับฟ้ากับฝน หรือแม้แต่สภาพชีวิตที่อดมื้อกินมื้อ บางช่วง ก็ไม่ได้ ตำหนิตัวเองหรือโชคชะตา หรือ ต่อว่าใครๆ มันมีคนแบบนี้ แบบผม...

 

จากงานเกษตร ก็เรื่องทำธุรกิจแปรรูป ผมคิดเรื่องนี้มา 10 ปี คิดตั้งแต่ก่อนกลับมาทำเกษตร พอกลับมาย่ำเหยียบผืนดิน ก็ยิ่งคิดหนัก และผมปฏิเสธวิถีทางเดิมๆ ของพ่อแม่ ชาวบ้านทำ นั่นคือ การซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ซื้อรถบรรทุกพืชผล และลุยสำพืชเชิงเดี่ยว มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย ปาล์ม ฯลฯ เพราะไม่คิดเดินสายนั้น มาแต่ตั้น

 

ความปรารถนาสูงสุดของผมคือ การออกแบบชีวิตเกษตรกรให้ตัวเอง ออกแบบแปลงเกษตรที่เราใฝ่ฝัน ออกแบบระบบการจัดการชีวิตเพื่อความอยู่รอด ( มีกิจกรรมเพาะปลูก เพื่อกินเพื่อขาย มีกิจกรรมแปรรูป มีกิจกรรมสร้างทัศนคติต่อสัญลักษณ์ทางการค้า ซึ่งก็คือ สร้างแบรนด์ และมีกิจกรรมสร้างพื้นที่เพื่อการพบปะแลกเปลี่ยนซื้อขาย นั่นก็คือ ตลาด ) ออกแบบปรัชญาการดำเนินชีวิต ออกแบบความสัมพันธ์และวัฒนธรรมการดำรงอยู่ ออกแบบคุณค่าของตนกับสังคมรอบตัว และนั่น ทำให้ผมหงุดหงิดมาก หากใครมาพูดเรื่อง โมเดลเกษตรแบบสำเร็จรูป จำพวก โคกหนองนาโมเดล หรือ เกษตรพอเพียงพออยู่พอกิน จำ 1 ไร่ 1 ล้าน ฯลฯ ได้ยินทีไรผมก็จะตอบแบบสุภาพ ทุกที ว่า ค ว ย เถอะ!!

 

ผมคิดแล้วคิดอีกอยู่หลายปี ก่อนจะตัดสินใจเอาโฉนดเกือบทุกแปลงไป กู้เงินก้อนใหญ่ ( อาจจะเล็กสำหรับคนอื่นนะครับ) มาทำธุกิจแปรรูป มาลงทุนออกแบบทางออกของการเป็นเกษตรกร ก่อนนี้ กับเงินทองที่หาได้ ทั้งของผมของจูน ผมหมดไปกับการออกแบบพืชพรรณบนที่ดิน ผมอยากให้มีอะไร ต้นไม้แบบไหนสูง ต่ำ สีสัน ใบ ดอก ต้น หน้าตารูปลักษณ์ พืชพรรณ และพลังสัมผัสแรกที่ฉายให้อารมณ์ออกมา เส้นตรง เส้นโค้ง ที่ตัดออกเป็นถนน เป็นสายน้ำ เงาในคืนมืด ร่มรื่นใต้แสงตะวัน ดอกผลในแต่ละฤดู ผมออกแบบโดยผ่านการคิด แง่มุมเหล่านี้ทั้งหมด มันคืองานศิลปะชิ้นใหญ่ที่มีชีวิต ไม้ใหญ่ ไม้เล็ก ดอกแดง ดอกเหลือง ดอกขาว กลิ่นฟุ้งยามค่ำกลิ่นโชยยามเช้า ส่วนไหน เนิน หนอง ร่อง คู สระ ห้วย มุมไหน ไร่ นา ป่า สวน ส่วนไหนอาหาร ส่วนไหนยา ส่วนไหนปัจจัย 4 เมื่อมอง มองด้านหน้า มองด้านบน ภาพที่ปรากฏ อารมณ์ที่สัมผัส ผมคิดไว้หมดและออกแบบเอง ทั้งสิ้น นี่คือ เป้าหมายสูงสุด ในการทำเกษตรกรรมของผม ที่ใครๆ มาเห็นแล้วบอกผมว่า ผมไม่เหมาะจะทำเกษตร ซึ่งก็จริง เพราะนั่นมันเป็นเกษตรแบบคุณ เกษตรที่ส่วนใหญ่ ใช้ตามอง ใช้เงินวัด และเชื่อเท่าที่ตาเห็น แต่สิ่งที่ผมทำนั้น คุณต้องใช้สติปัญญามอง จึงจะเห็น ความสะพรั่งและงดงาม

 

มีเด็กรุ่นใหม่ๆ หลายคนที่มักพูดคำว่า อิสรภาพชีวิต ผมมักถามเสมอว่า รู้ไหม หมายถึงอะไร ? วันนี้ ผมคิดว่า ผมได้อธิบายไปแล้ว บางส่วน

 

ผมออกแบบการอยู่รอด หมายถึง การปลูก การขาย ธุรกิจแปรรูป แบรนด์ ตลาด ฯลฯ และผมออกแบบความสัมพันธ์ กับคนรอบตัว ออกแบบเทศกาลรื่นเริงนอนไร่ (เถื่อนเฟสติวัล) วันก่อนผมยังได้ ด่า มิตรสหายไปหลายคน เรื่องไม่ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ว่า ถ้าชวนกินมาได้ แต่ชวนมาทำในสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต ต่อสถานะเรา ในการอยู่บนโลก กลับมาไม่ได้ หมายถึง ชวนทำอะไรดีๆ ไม่อยากจะทำ ผมด่า...!! เพราะความนับถือต่อกันในความสัมพันธ์นั้น ไม่ได้ขึ้นกับว่า คุณร่ำรวย มีชื่อเสียงหรือมีหน้าที่การงานอะไร แต่ความนับถือ นั้น เกิดจากคุณมีชีวิต ที่ก่อเกื้อ เอื้อประโยชน์ต่อโลกเช่นไร

 

ผมถามตัวเองทุกวัน ว่า ผมจะรับความจริงหลังจากนี้ได้ไหม ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หมายถึง หมดเนื้อหมดตัว กับธุรกิจที่ลงแรง และทุกครั้ง ที่ถามดังๆลึกๆ เข้าไปในใจ ผมหัวเราะก้องออกมา เนิ่นนาน...

 

วิบากกรรมหลายอย่างที่เข้ามาในชีวิต ระยะหลังๆ นี้ ทำให้ผมปลดปลงไปได้เยอะมาก ทุกวันนี้ ผมนอนกับหมอนเก่าๆ 1 ใบ และผ้าห่มเก่าๆ 1 ผืน บนกระดานพื้นไม้ เปล่าๆ เพื่อเตรียมพร้อมชีวิต ถ้าวันหนึ่งไม่มีอะไรเหลือแล้ว

 

อ้อ... ไม่สิ ผมเหลือที่ดินไว้แปลงหนึ่ง เป็นที่ดินที่ผมไม่พยายามทำเอกสารสิทธิ์ (โฉนด) แปลงนี้อยู่ไกลจากหมู่บ้าน จากผู้คนมาก จากถนน จากไฟฟ้า มันชื่อว่า ไร่ทวนลม..... ผมเคยตั้งปณิธานว่า จะปิดเปลือกตาลง ปล่อยลมหายใจสุดท้าย ด้วยการมองท้องฟ้า ที่นี่..

จาก เกษตรกรขบถ ไร่ทวนลม