Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แถลงการณ์สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมประชาธิปไตยจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก “รัฐต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ”

แถลงการณ์สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมประชาธิปไตยจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก “รัฐต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ”

14 August 2020

3141

แถลงการณ์สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมประชาธิปไตยจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก
“รัฐต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ”

ตามที่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายจับเข้าจับกุมตัวนายอานนท์ นำภา นายภานุพงศ์ จาดนอก และมีการออกหมายจับนักกิจกรรมประชาธิปไตยอีกหลายคน โดยตามหมายจับระบุข้อกล่าวหาทั้งหมด 8 ข้อหา ได้แก่ ข้อหายุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116), มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215), กีดขวางทางสาธารณะ (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 385), ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องห้ามชุมนุมมั่วสุม, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, กีดขวางทางจราจร (พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 114), ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง และความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 ซึ่งการออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการจัดกิจกรรมการชุมนุมสาธารณะของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 นั้น

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ในฐานะองค์กรกฎหมายที่ทำงานปกป้องและส่งเสริมการรับรองคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทย เห็นว่าการชุมนุมและแสดงออกของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่มีข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อรัฐบาลคือ 1.ประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน 3.เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ และได้จัดขึ้นโดยสงบปราศจากอาวุธ ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธที่ได้รับการรับรองคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 34 และ 44 และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่รัฐไทยเป็นภาคีและมีหน้าที่ต้องเคารพให้ความคุ้มครอง การที่รัฐโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีความผิดอาญาร้ายแรงหลายข้อหากับนักกิจกรรมประชาธิปไตยเช่นนี้ถือเป็นการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือปิดปากคุกคามประชาชนผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยชัดแจ้ง 
 
นอกจากนี้แม้โทษสูงสุดของความผิดตามที่ระบุในหมายจับ คือ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จะเกินกว่า 3 ปี ซึ่งสามารถเป็นเหตุให้ออกหมายจับได้โดยที่ไม่ต้องออกหมายเรียก แต่นายอานนท์ นำภา นายภานุพงศ์ จาดนอก และนักกิจกรรมที่ถูกออกหมายจับมิได้มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี และมีที่อยู่ชัดเจนที่สามารถติดต่อได้ กรณีนี้จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องออกหมายจับในทันที ซึ่งการดำเนินคดีความผิดมาตรา 116 กรณีอื่นก็ปรากฏว่าตำรวจใช้วิธีการออกหมายเรียกก่อน กับทั้งการจัดกิจกรรมที่เป็นเหตุแห่งคดีก็ผ่านมานานกว่า 3 สัปดาห์โดยตำรวจมิได้เคยแจ้งให้ทราบถึงข้อหาความผิดมาก่อน แต่กลับพึ่งเร่งดำเนินการขอออกหมายจับเพื่อเข้าจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังโดยทันที อันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติและความเร่งรีบในการดำเนินคดีโดยไม่เคารพและคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องหา โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่เกิดจากการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนขอเรียกร้องรัฐบาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ดังนี้
1. ขอให้รัฐบาลให้แสดงออกซึ่งการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง โดยต้องให้การรับรองคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธของประชาชนทุกกลุ่ม และยุติการใช้อำนาจและกระบวนการยุติธรรมข่มขู่คุกคามประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล
2. เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการจับกุมและการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมประชาธิปไตยทุกคนที่ถูกตั้งข้อหาความผิดจากการเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563
โดยทันที และขอให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายของผู้ต้องหาที่จะได้รับการประกันตัวเพื่อให้ได้รับอิสรภาพและสามารถใช้สิทธิต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากเงื่อนไขที่กระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน

 
ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
7 สิงหาคม 2563
 

Recent posts