Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศรีสุวรรณจี้ ตร.เชียงใหม่-อุบลฯต้องเร่งดำเนินคดีม็อบ ชี้กฎหมู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย

ศรีสุวรรณจี้ ตร.เชียงใหม่-อุบลฯต้องเร่งดำเนินคดีม็อบ ชี้กฎหมู่ต้องไม่อยู่เหนือกฎหมาย

20 July 2020

1963

 

          นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มนักศึกษา-ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุบลราชธานี รวมตัวชุมนุมกันเพื่อแสดงความไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยมีจุดยืนเดียวกันกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่ชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ เมื่อเย็นวันที่ 19 ก.ค.63 โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อเช่นกัน คือ 1.ให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ยุบสภาเพื่อเปิดทางให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติ และการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ที่ยังห้ามการรวมกลุ่ม หรือการชุมนุมต่างๆอยู่นั้น

          การชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.44 วรรคแรกบัญญัติ แต่ทว่าในวรรคสอง มีข้อยกเว้นไว้ คือ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น นั้นคือ พรก.ฉุกเฉิน 2548 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศและบังคับใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังไม่ถูกยกเลิก

          การที่กลุ่มนักศึกษา-ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุบลราชธานี รวมตัวชุมนุมเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนม.9(2) แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 มีอัตราโทษตาม ม.18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ การฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา ม.215 ฐานมั่วสุมกันเกินกว่าสิบคนหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นแกนนำม็อบหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกชุมนุมแล้วยังฝ่าฝืนมีความผิดตาม ม.216 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังมีความผิดตาม ป.อาญา ม.209 ฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท และความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาตตาม ม.4 แห่งพรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 อีกด้วย

          ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และอุบลราชธานี ที่จะต้องเร่งดำเนินการออกหมายเรียกและติดตามจับกุมผู้ที่ต้องสงสัยโดยเฉพาะแกนนำม็อบทั้งหมดที่จับไมโครโฟนปราศรัยปลุกระดมมาดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 9 และประมวลการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ 8 บทที่ 2 ข้อ 278 เฉกเช่นเดียวกันกับม็อบเยาวชนปลดแอกที่ชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯตามครรลองของกฎหมาย เพราะจะใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายมิได้ แต่หากตำรวจไม่ดำเนินการก็จะเข้าข่ายความผิดตาม ปอ.157 เสียเอง นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

Recent posts