Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศรีสุวรรณชี้เอกสิทธิ์ทางการทูตใช้ไม่ได้กับกรณีโควิด-19

ศรีสุวรรณชี้เอกสิทธิ์ทางการทูตใช้ไม่ได้กับกรณีโควิด-19

20 July 2020

1515

 

          นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่เกิดกรณี เจ้าหน้าที่ของสถานทูตเอสโตเนีย 1 คน ที่เพิ่งเดินทางเข้ามาภายในไทย พยายามขอเข้าพักคอนโดหรู มิลเลนเนี่ยม เรสซิเดนซ์ ย่านสุขุมวิท โดนอ้างสิทธิ์ทางการทูต แต่เจ้าหน้าที่ของคอนโดปฏิเสธการให้เข้าพัก เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูกบ้านจากเชื้อโควิด-19 หลังเกิดกรณีทหารอียิปต์ และลูกอุปทูตซูดาน ประกอบกับจากกรณีดังกล่าว ศบค. แถลงชัดว่า จะไม่อนุญาตสิทธิพิเศษ ให้บุคคลใดเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัวอีก แต่ตัวแทนของสถานทูตไม่ยินยอม และมีการอ้างเอกสิทธิ์ทางการทูตด้วยนั้น

กรณีดังกล่าว มีข้อสงสัยถึงการบริหารจัดการของกระทรวงการต่างประเทศ และ สบค.อีกครั้งทั้งที่ประกาศชัดเจนว่าได้ยกเลิกสิทธิการยกเว้นบุคคลพิเศษเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวแล้ว  และกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือแจ้งไปทุกสถานทูตเมื่อวันที่ 14 ก.ค. แล้วว่า คณะทูต คณะกงสุล องค์กระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย เมื่อถึงไทยจะต้องแยกกักตัวเอง 14 วัน รวมถึงต้องรอผลตรวจโควิดที่สนามบินก่อน แต่เอกสารดังกล่าวไม่ได้มีมาตรการบังคับโดยเด็ดขาด เหมือนอย่างที่ ศบค. แถลง

ทั้งนี้หาก ศบค.ปล่อยให้อภิสิทธิ์ชนเหล่านั้นเข้ามาในประเทศโดยไม่กักตัว 14 วันตามมาตรฐานทั่วไป ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ทั้งนี้เอกสิทธิ์ทางการทูตนั้นมีขอบเขตจำกัด ไม่สามารถใช้ได้ทุกเรื่อง ซึ่งตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ.1961 บัญญัติไว้ในข้อ 41 วรรคหนึ่ง ความว่า “ตัวแทนทางทูตมีหน้าที่เคารพกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ และไม่แทรกสอดในกิจการภายในของรัฐผู้รับ” รวมทั้งอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ค.ศ.1963 ก็บัญญัติไว้ในข้อ 55 วรรคหนึ่ง ความว่า “เจ้าพนักงานกงสุลมีหน้าที่เคารพกฎหมายและข้อบังคับของรัฐผู้รับ และไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐผู้รับ” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าจะใช้ข้ออ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์ทางการทูตมาใช้ในกรณีการปฎิบัติตามระเบียบการควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ในไทยไม่ได้

ซึ่งอนุสัญญาดังกล่าวมี พรบ.ว่าด้วยเอกสิทธิ์และการคุ้มกันทางการทูต 2527 และ พรบ.ว่าด้วยเอกสิทธิ์และการคุ้มกันทางกงสุล 2541 ซึ่งใช้เป็นกฎหมายที่อนุวัติของอนุสัญญาดังกล่าวไว้แล้ว อีกทั้งตามประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 ที่กำหนดอำนาจนายกรัฐมนตรีไว้ 40 ฉบับนั้น ไม่ปรากฏว่ามี 2 พรบ.ดังกล่าวข้างต้นอยู่ด้วย ดังนั้นหากนายกรัฐมนตรี และหรือ ศบค. จะใช้อำนาจออกข้อกำหนด “ยกเว้น” ให้เอกสิทธิ์ทางการทูต เพื่อเอาใจคณะทูต คณะกงสุล และองค์กรต่างประเทศ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยกรณีโควิด-19 ประชาชนชาวไทยสามารถแจ้งความเอาผิดนายกรัฐมนตรี และหรือ ผอ.ศบค. ตาม ปอ.ม.157 ได้ทันที นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

 

Recent posts