Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เปิด 12 ญัตติพรรคเพื่อไทย  ที่นำมาซึ่งการแต่งตั้ง ‘กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ’

เปิด 12 ญัตติพรรคเพื่อไทย  ที่นำมาซึ่งการแต่งตั้ง ‘กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ’

20 July 2020

2152

เปิด 12 ญัตติพรรคเพื่อไทย  ที่นำมาซึ่งการแต่งตั้ง ‘กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ’  ที่กำลังผลักดันโครงการสร้างเขื่อนเพื่อผันน้ำโขงเข้าสู่แม่น้ำเลย  ชี  มูล  สงคราม  อยู่ในขณะนี้

.
หลักการแบ่งแยกอำนาจสามฝ่าย  คือ  (1) อำนาจฝ่ายบริหารโดยการทำหน้าที่รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี  (2) อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติโดยการทำหน้าที่ของ ส.ส. และ ส.ว. ในระบบรัฐสภา  และ (3) อำนาจฝ่ายตุลาการโดยการทำหน้าที่ของศาลต่าง  เป็นหลักที่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการบริหารและปกครองบ้านเมืองเรามายาวนาน
.
ในส่วนของอำนาจฝ่ายนิติบัญญัตินั้น
  นอกจากการประชุมสภาของ ส.ส. และ ส.ว. เพื่อพิจารณากฎหมาย  ตั้งกระทู้  เสนอญัตติ  และเรื่องราวต่าง ของบ้านเมืองแล้ว  ก็ยังมีอีกเครื่องมือและกลไกหนึ่ง  นอกเหนือจากการประชุมสภา  นั่นคือ  การตั้ง 'กรรมาธิการ',  ‘กรรมาธิการวิสามัญ’  และ 'อนุกรรมาธิการ',  ‘อนุกรรมาธิการวิสามัญ’,  ฯลฯ  ภายใต้กรรมาธิการชุดต่าง  เพื่อหนุนเสริมให้อำนาจนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่ให้กับพลเมืองและประชาชนของตนเพื่อทำให้มีคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น 
.
ปัจจุบัน
  รัฐสภาในยุคของรัฐบาลประยุทธ 2 ซึ่งสืบทอดอำนาจมาจากรัฐบาลประยุทธ 1 ซึ่งปกครองประเทศด้วยการทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เมื่อปี 2557  ได้แต่งตั้งกรรมาธิการและกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาหลายคณะ  โดยมีกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่ง  คือ  ‘กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ’  ที่เกิดจากการผลักดันของ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเป็นหลัก  ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ประกาศตัวเองว่าเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย  อยู่ขั้วตรงข้ามกับพรรคฝ่ายรัฐบาลที่เป็นเผด็จการอำนาจนิยมนำโดยพรรคพลังประชารัฐ  ที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร คสช.  จนกลายมาเป็นรัฐบาลประยุทธ 2 อยู่ในขณะนี้
.
เหตุที่บอกว่ากรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เกิดขึ้นโดย
ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นหลัก  ก็เพราะ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นตัวตั้งตัวตีในการยื่นญัตติคล้าย ๆ กันถึง 12 ญัตติ  จากทั้งหมด 19 ญัตติ
.
และญัตติปฐมบทซึ่งเป็นที่มาของการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็เป็นของ
ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.ลพบุรี  โดยนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม​​  ที่ยื่นญัตติปฐมบทขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูล ป่าสัก  จนนำมาซึ่งการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เมื่อคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 7 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
.
อีก 11
ญัตติที่เหลือของพรรคเพื่อไทย  มีดังนี้
.

1. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการผันน้ำ โขง กก อิง น่าน เจ้าพระยา ป่าสัก ท่าจีน แม่กลอง  ซึ่งนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.ลพบุรี  เป็นผู้เสนอ

.

2. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการผันน้ำโขง ชี มูล สงคราม แม่น้ำลำพะยัง และลำน้ำปาว เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง  ซึ่งนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.อุบลราชธานี  กับคณะ  เป็นผู้เสนอ

.

3. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการน้ำบริเวณลุ่มน้ำชีและลำน้ำสาขาแบบบูรณาการ  ซึ่งนายฉลาด ขามช่วง  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.ร้อยเอ็ด  กับคณะ  เป็นผู้เสนอ

.

4. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาและบูรณาการลุ่มแม่น้ำสงครามอย่างเป็นระบบ  ซึ่งนายเกษม อุประ  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.สกลนคร  เป็นผู้เสนอ

.

5. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและหาแนวทางในการจัดทำโครงการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำในแม่น้ำลำพะยัง ตั้งแต่บริเวณ ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ จนถึงบริเวณ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด  ซึ่งนายประเสริฐ บุญเรือง  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.กาฬสินธุ์  เป็นผู้เสนอ

.

6. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการสร้างฝายกักเก็บน้ำลำเซบายและลำห้วยโพง  ซึ่งนายธนกร ไชยกุล  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.ยโสธร  เป็นผู้เสนอ

.

7. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม ป่าสัก กก อิง น่าน เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง  ซึ่งนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์  และนายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.ศรีสะเกษ  และ จ.มหาสารคาม  ตามลำดับ  เป็นผู้เสนอ

.

8. ญัตติด่วน  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขง  ซึ่งนายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์  และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.ศรีสะเกษ  และ จ.ลพบุรี  ตามลำดับ  เป็นผู้เสนอ

.

9. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มายังอ่างเก็บน้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม  ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.นครราชสีมา  เป็นผู้เสนอ

.

10. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบของลุ่มน้ำโขง เลย ลำพะเนียง ห้วยหลวง ชี และมูล  ซึ่งนายขจิตร ชัยนิคม  และนางเทียบจุฑา ขาวขำ  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.อุดรธานี  เป็นผู้เสนอ

.

11. ญัตติ  เรื่อง  ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในบริเวณแม่น้ำโขง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และลำน้ำเสียว ทั้งระบบ  ซึ่งนางผ่องศรี แซ่จึง  และนางสาวสกุณา สาระนันท์  ส.ส.พรรคเพื่อไทย  จ.ศรีสะเกษ  และ จ.สกลนคร  ตามลำดับ  เป็นผู้เสนอ
.
นี่คือทั้งหมดทั้งมวลของญัตติพรรคเพื่อไทยที่นำมาซึ่งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้  จนนำมาซึ่งการผลักดัน ‘โครงการผันน้ำโขง
เลย ชี มูล​​ (รวมแม่น้ำสงครามด้วย) อยู่ในขณะนี้   ซึ่ง ‘อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม’  ภายใต้กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้ลงมาศึกษาดูงานที่บ้านท่าก้อน หมู่ 8  หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสงครามในเขต ต.ท่าก้อน  อ.อากาศอำนวย  จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา  โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำสงครามที่ปากแม่น้ำ  และที่บริเวณบ้านท่าก้อน  และบริเวณอื่น ๆ ของแม่น้ำสงครามและลำน้ำสาขาด้วย

.

ขณะเดียวกัน  อีกด้านหนึ่ง  สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  ซึ่งเป็นหน่วยงานในระบบราชการภายใต้การกำกับดูแลของอำนาจฝ่ายบริหารโดยรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี  ก็ได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนิน ‘โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำสงคราม’  โดยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับชุมชนในลุ่มน้ำสงครามไปแล้วหลายเวทีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำสงครามเช่นเดียวกันกับอนุกรรมาธิการฯภายใต้กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ 

.

ซึ่งเป็นการทำงานที่หนุนเสริมกันระหว่างอำนาจฝ่ายบริหารและอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ  ซึ่งเป็นการใช้อำนาจรัฐที่ซ้อนทับเพื่อหนุนเสริมและสร้างความชอบธรรมให้แก่กันและกันมากเกินไปในการผลักดันนโยบายและโครงการพัฒนา

.

ทั้ง ๆ ที่การทำงานของอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในชั้นกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ควรเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญที่ควรตระหนักถึงหลักการแบ่งแยกอำนาจให้เด็ดขาดชัดเจน  เพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบนโยบายและโครงการพัฒนาต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน  เพื่อที่จะให้รัฐและเอกชนเกิดธรรมาภิบาลในการพัฒนามากยิ่ง ๆ ขึ้น

.

ไม่ควรที่กรรมาธิการชุดต่าง ๆ ของอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติจะเป็นผู้เล่นที่ผลักดันนโยบายและโครงการพัฒนาต่าง ๆ เสียเอง

.

จึงไม่แปลกที่มีผู้สังเกตการณ์ทางสังคมและการเมืองมักกล่าวว่า  ความขัดแย้งระหว่างพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่เราเห็นกันในสื่อต่าง ๆ ว่ามีอุดมการณ์ทางสังคมและการเมืองคนละขั้ว  เป็นความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่สังกัดพรรคฝ่ายค้าน  กับนักการเมืองฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมที่สังกัดพรรคฝ่ายรัฐบาล  ไม่มีอยู่จริง 

.

เมื่อมองผ่านการทำงานของ ‘กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ’  ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่อ้างตัวว่าเป็นนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยสังกัดพรรคฝ่ายค้าน  แท้จริงแล้ว  ทำตัวเหมือน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่หนุนเผด็จการอำนาจนิยม  เพราะแทนที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลนโยบายและโครงการพัฒนาของรัฐและเอกชน  เช่น  โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล (รวมแม่น้ำสงครามด้วย)  กลับทำหน้าที่หนุนเสริมอำนาจฝ่ายบริหาร  หันเหตนเองออกจากประชาชน  เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำสงครามเสียเอง

.

และนี่คือการเปิด 12 ญัตติ พรรคเพื่อไทย ที่นำมาซึ่งการแต่งตั้ง ‘กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ’  ซึ่งเป็นเครื่องมือและกลไกของอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติที่หนุนเสริมและสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจฝ่ายบริหารเพื่อร่วมกันผลักดันโครงการผันน้ำโขง เลย<

Recent posts