Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศรีสุวรรณโวยนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแอบทิ้งน้ำเสียลงคลองสู่ทะเล

ศรีสุวรรณโวยนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแอบทิ้งน้ำเสียลงคลองสู่ทะเล

16 June 2020

2342

 

          นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุด และห้วยโป่งว่า มีการแอบปล่อยน้ำเสียสีดำข้น และมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงลงสู่ท่อระบายน้ำริมถนนของนิคมลงสู่คลองซากหมาก แล้วไหลไปออกทะเลมาบตาพุดบริเวณปากคลองใกล้พื้นที่ถมทะเลโรงไฟฟ้า BLCP แท้งค์ฟาร์มของ ปตท. และเอสซีจี ซึ่งมีกลุ่มแม่บ้านประมงหอยมะล่ะและวิสาหกิจชุมชนทำแพเลี้ยงหอยเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้หอยบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบ และมีสารพิษเจือปน

 

 

          ทั้งนี้จุดที่มีการแอบปล่อยน้ำเสียทิ้งลงคลองจะอยู่ใต้สะพานริมถนนสาย 3392 ใกล้กับโรงบำบัดน้ำเสียของเทศบางเมืองมาบตาพุด โรงบำบัดกากสารพิษเจนโก้ โรงงานเคมีของ PTTGC PO Project บริษัท Gusco PTE และสวนภูมิรักษ์ ซึ่งน้ำเสียดังกล่าวปล่อยออกมาจากท่อน้ำทิ้งใต้สะพาน จึงไม่สามารถระบุได้ว่าโรงบำบัดหรือโรงงานหรือแหล่งน้ำเสียใด ๆ แอบปล่อยออกมา แต่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและใกล้นิคมอุตสาหกรรม WHA ซึ่งน้ำเสียดังกล่าวอาจปนเปื้อนโลหะหนัก สารพิษอันตราย และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)หากปล่อยไว้น้ำเสียดังกล่าวจะแพร่กระจายไปตามคลองซากหมาก ทำลายสิ่งมีชีวิตในคลองไปจนถึงทะเลมาบตาพุดแน่นอน ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเหตุเกิดขึ้นภายในบริเวณความรับผิดชอบของนิคมฯ

          กรณีที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นว่านิคมอุตสาหกรรม คือ แหล่งกำเนิดมลพิษที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่กลับปล่อยปละละเลยปัญหาจนส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อชาวบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารไม่ได้ให้ความใส่ใจในการตรวจตราแก้ไขปัญหา มุ่งหวังเพียงแต่อยากได้เศษเงินจากนักลงทุนที่มองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน และยิ่งรัฐบาลนี้มีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้คนภาคตะวันออกต้องเผชิญกับมลพิษอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะแค่การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพียงนิคมเดียว ยังแก้ไขปัญหาการแอบทิ้งน้ำเสียไม่ได้ ประสาอะไรที่จะไปแก้ไขปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ EEC หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆทั้งประเทศได้ ทางแก้ปัญหาเร่งด่วนคือต้องรีบปลดผู้ว่า กนอ.และผู้จัดการนิคมฯออกไปโดยเร็วที่สุด เพราะหลักฐานชัดเจนว่าไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงาน นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

Recent posts