ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีงาน thaingo ดูและคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ยื่นหนังสือร้องปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ คัดค้านผลการรับฟังความคิดเห็นและการประกาศอุทยานฯ ภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท ชี้! ผลการรับฟังความคิดเห็นไม่เป็นความจริง

 

 

วานนี้ 10 มิถุนายน 63 เวลา 15.15 น. ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้เดินทางไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือต่อนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอคัดค้านผลการรับฟังความคิดเห็น และการประกาศอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท พร้อมขอเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ภายหลังจากได้มีการติดประกาศผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เพื่อประกาศการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (อุทยานแห่งชาติภูผายาเดิม)

โดยนางสุนี อนุเวช ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้กล่าวต่อนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ว่า “ผลการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ที่ติดประกาศไม่เป็นไปตามความจริง เพราะได้มีการระบุว่าชาวบ้านตำบลดงมะไฟเห็นชอบให้ดำเนินการตามขั้นตอนประกาศจัดตั้งอุทยานฯ และไม่มีผู้คัดค้าน ทั้งที่ในความเป็นจริงชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันคัดค้านมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการประกาศจัดตั้งอุทยานฯ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังทับซ้อนกับที่ทำกินของชาวบ้าน อีกทั้งการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ยังไม่เพียงพอ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทราบเขตพื้นที่ที่จะถูกประกาศว่าจะกินพื้นที่เป็นอาณาบริเวณเท่าใด และจะมีที่ดินทำกินของตนเองอยู่ในบริเวณนั้นด้วยหรือป่าว”

และ นางสุนี ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “นอกจากนี้ในเขตพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องการทำเหมืองแร่หินปูน โรงโม่หิน ที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและชุมชนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้บอกกับชาวบ้านว่าให้ช่วยกันรักษาผืนป่า แล้วทำไมถึงกล้าเซ็นต์อนุญาตให้เขามาทำเหมือง ตั้งโรงโม่หิน ทำลายป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ทั้งที่ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านชาวบ้านได้คัดค้านเรียกร้องให้หยุดทำเหมืองและโรงโม่หิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เคยไม่รับฟังเสียงเรียกร้องของชาวบ้านเลย”

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ หลังจากรับหนังสือแล้วก็กล่าวว่า “จะดำเนินการตามคำเรียกร้องของชาวบ้านภายใน 3 วัน และจะส่งเรื่องต่อไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ลงมาพื้นที่ตรวจสอบ”

ซึ่งนางสุนี อนุเวช ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “หากจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ก็ขอให้เป็นเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ไม่อยากให้เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในระดับจังหวัด เพื่อที่จะได้เกิดความเป็นธรรมต่อชาวบ้านและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง”