Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

“สงครามปราบปรามยาเสพติด” ในกัมพูชาทำให้เกิดการทรมานและการทุจริตอย่างแพร่หลาย ต้องมีการยกเครื่องครั้งใหญ่

“สงครามปราบปรามยาเสพติด” ในกัมพูชาทำให้เกิดการทรมานและการทุจริตอย่างแพร่หลาย ต้องมีการยกเครื่องครั้งใหญ่

16 June 2020

1839

 

ตามข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยในรายงานล่าสุดของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลที่เผยแพร่ในวันนี้ระบุว่า “สงครามปราบปรามยาเสพติด” เป็นเวลาสามปีของรัฐบาลกัมพูชา ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้ศูนย์บำบัดยาเสพติดแออัดยัดเยียดเสี่ยงอันตราย และทำให้เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่สามารถปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ว่าจะควบคุมยาเสพติดได้

รายงานเรื่อง “การใช้สารเสพติด: ผลกระทบต่อประชาชนจากการปราบปรามยาเสพติดในกัมพูชา” (Substance abuses: The human cost of Cambodia’s anti-drug campaign)) ให้ข้อมูลว่า ทางการมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนจนและคนชายขอบ มีจับกุมพวกเขาโดยพลการ มักทรมาน และปฏิบัติอย่างโหดร้ายกับผู้ต้องสงสัย และส่งตัวคนที่ไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าประกันตัวเข้าไปอยู่ในเรือนจำที่แออัดยัดเยียดอย่างมาก และเข้าไปอยู่ใน “ศูนย์บําบัดยาเสพติด” แบบกำมะลอ ทำให้ผู้ต้องกักไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพ ทั้งยังตกเป็นเหยื่อการปฏิบัติมิชอบอย่างรุนแรง

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า ‘สงครามปราบปรามยาเสพติด’ ของกัมพูชาเป็นหายนะที่ไม่รับการบรรเทา เป็นรูปแบบการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมที่มีรายได้น้อย สามารถทุจริตได้อย่างแพร่หลาย โดยที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดต่อการสาธารณะสุขและความปลอดภัย

นายกรัฐมนตรีฮุนเซนของกัมพูชาได้เริ่มรณรงค์ปราบปรามยาเสพติดตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ไม่กี่สัปดาห์หลังจากการมาเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ โดยผู้นำทั้งสองต่างประกาศความร่วมมือต่อต้านยาเสพติด จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่รัฐ การรณรงค์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการเสพและอันตรายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในกัมพูชา ทั้งนี้โดยการจับกุมผู้เสพยาเสพติดจำนวนมาก เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ซาร์เข่ง รัฐมนตรีมหาดไทยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับ “ผู้เสพยาและผู้ค้ายารายย่อยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสพและการจำหน่าย” ทุกคน

แต่เช่นเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า “สงครามปราบปรามยาเสพติด” ของฟิลิปปินส์ การปราบปรามยาเสพติดของกัมพูชาเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง โดยมีเป้าหมายเป็นคนจนและคนชายขอบ และไม่คำนึงถึงว่าพวกเขาเป็นผู้เสพยาหรือไม่

“การใช้แนวทางมิชอบเพื่อลงโทษผู้เสพยาไม่เพียงเป็นสิ่งที่ผิด หากยังไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ถึงเวลาแล้วที่ทางการกัมพูชาต้องรับฟังหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอย่างแพร่หลาย ซึ่งต่างชี้ให้เห็นว่าการรณรงค์โดยใช้กฎหมายในเชิงลงโทษ กลับยิ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคมเพิ่มขึ้น” นิโคลัส เบเคลังกล่าว

 

ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.amnesty.or.th/latest/news/792/

 

 

 

**********

เนาวรัตน์ เสือสอาด

หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร
Naowarat Suesa-ard
Media and Communications Supervisor

Recent posts