Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

2  มาตรฐาน! กันเขตเหมืองหินปูน  แต่ไม่กันเขตทำกินของชาวบ้าน  ออกจากพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท

2  มาตรฐาน! กันเขตเหมืองหินปูน  แต่ไม่กันเขตทำกินของชาวบ้าน  ออกจากพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท

4 June 2020

2925

 

 

วันที่ 3 มิถุนายน 2563 ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ – ผาจันได ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ว่ามีการติดประกาศเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาติ – ภูพระบาท (อุทยานแห่งชาติภูผายาเดิม)  ภายหลังมีการสำรวจพื้นที่ของสำนักบริหารพื้นที่ ๑๐ (อุดรธานี) ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ในเขต ๓ จังหวัด  คือ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอย และป่านากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู (พื้นที่หลัก) ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ และป่ากุดจับ จังหวัดอุดรธานี และป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกผาดำ ป่าโคกหนองข่า และป่าภูบอบิด จังหวัดเลย

โดยในประกาศอ้างถึงการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ในพื้นที่ที่จะอยู่ในเขตจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แต่อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ พบว่ามีการจัดรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๖๒ ชาวบ้านยืนยันว่าไม่ยินยอมให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อุทยานฯ เพราะทับที่ดินทำกินและเป็นแหล่งหาอยู่หากินของชาวบ้าน ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานฯที่มารับฟังฯได้รับคำคัดค้านชาวบ้านไปแล้วว่าจะไม่มีอุทยานแห่งชาติเกิดขึ้น

และอีกครั้งหนึ่งคือเมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา กลับมีการพลิกลิ้น กลับคำ  โดยแจ้งให้ชาวบ้านที่ทำกินในพื้นที่ที่มีใบ ภบท.๕ ไปยืนแปลง ชี้แนวเขตที่ดินทำกินใกล้พื้นที่ป่าสงวนฯ  ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายคนหวั่นใจว่าจะถูกหลอกให้ไปชี้พื้นที่ แล้วจะถูกยึดตามนโยบายทวงคืนผืนป่า เหมือนที่ ต.คำป่าหลาย  อ.เมือง จ.มุกดาหาร


ในขณะที่ชาวบ้านต้องหวาดระแวง และกังวลต่อการสูญเสียที่ดินทำกิน  สูญเสียพื้นที่สาธารณประโยชน์/พื้นที่ส่วนรวมที่ช่วยกันดูแลรักษา  เพื่อหวังจะได้พึ่งพาอาศัยหาอาหารเลี้ยงปากท้อง แต่ฝั่งอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการทำลายภูเขา ทำลายป่า ทำลายแหล่งต้นน้ำ ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จากการทำเหมืองหินปูน กลับไม่ต้องกังวลใด  ๆ เพราะหน่วยงานของรัฐได้จับมือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าต้องกันเขตเหมืองหินปูนออกจากเขตอุทยานฯ

โดยกรมป่าไม้ ได้ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ กันเขตพื้นที่ที่ได้อนุญาตให้ภาครัฐหรือเอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ออกก่อนกำหนดเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในปี ๒๕๕๔

จะเห็นได้ว่ากฎหมายและนโยบายของรัฐไม่เคยเอื้อประโยชน์แก่ประชาชน แต่มักจะเอื้อประโยชน์ทุกทางให้กับนายทุนเสมอ

.

ในขณะที่การเรียกร้องสิทธิการเข้าถึงที่ดินทำกินของประชาชน ต้องมาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมดำเนินคดี  ทั้ง  ๆ  ที่เป็นคนในพื้นที่  ได้อยู่อาศัยและปกป้องรักษาผืนป่าในพื้นที่มาโดยตลอด แต่เมื่อได้รับความเดือดร้อนไม่เคยถูกมองเห็น  แต่ฝั่งที่เป็นผู้ทำลาย กลับถูกปกป้อง คุ้มครองโดยรัฐอยู่เสมอ

ซึ่งสามารถเข้าไปทำลายและตักตวงผลประโยชน์โดยไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจใด  ๆ

ดังนั้นกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯจึงสมควรถูกสังคมตั้งคำถามต่อความจริงใจ ความโปร่งใส เมื่ออ้างถึงการอนุรักษ์ดูแลป่า

หากการประกาศเขตอุทยานฯรอบนี้มีการทวงคืนผืนป่าจากประชาชน  เราก็คงจะได้เห็นการทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเหมืองแร่เช่นเดียวกัน

เว้นเสียแต่ว่ากรมป่าไม้ตั้งใจจะเก็บป่าสงวนฯไว้สำหรับการทำเหมืองเท่านั้น ด้วยการอนุญาตให้เหมืองแร่เข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวน ป่าเก่ากลอย และป่านากลางไปอีก ๑๐ ปี

Recent posts