Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศรีสุวรรณจ่อร้องผู้ตรวจการแผ่นดินชี้พ.ร.ก.ให้ ธปท.กู้เงิน 4 แสนล้านรับซื้อตราสารหนี้เอกชนขัด รธน.

ศรีสุวรรณจ่อร้องผู้ตรวจการแผ่นดินชี้พ.ร.ก.ให้ ธปท.กู้เงิน 4 แสนล้านรับซื้อตราสารหนี้เอกชนขัด รธน.

28 May 2020

1590

 

          นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กรณีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 2563 เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท มาทำการซื้อตราสารหนี้ของเอกชนที่ครบกำหนดไถ่ถอนภายในปี 2563 และ 2564 ที่ไม่สามารถหาแหล่งเงินที่จะไถ่ถอน หรือออกตราสารหนี้ใหม่เพื่อไถ่ถอนตราสารหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนได้ โดยอ้างว่าเพื่อบรรเทาผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวม เพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนนั้น

          การออก พ.ร.ก.ดังกล่าว เป็นเสมือนการลักไก่อาศัยสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เท่านั้น โดยเอาความเสี่ยงและฐานะทางการคลังของประเทศเข้าไปอุ้มเอกชนที่รวยล้นฟ้าอยู่แล้ว และถ้าเกิดความเสียหายขึ้นแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย กลับให้กระทรวงการคลังต้องนำเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศไปชดเชยความเสียหายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในวงเงินไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาทอีกด้วย

          ทั้งนี้การซื้อขายตราสารหนี้ของเอกชนหรือของคนรวยนั้น เป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติที่ต่างรู้ถึงความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจกันอยู่แล้วตามปกติ แต่การที่รัฐบาลใช้อำนาจออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทให้ ธปท.ไปช่วยอุ้มหนี้เอกชนดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการใช้ ธปท. เป็นเครื่องมือในการผลักภาระขาดทุนของบริษัทเอกชนไปให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติ อันจะทำให้ ธปท. ดำเนินการในสิ่งที่นอกเหนือการดำเนินนโยบายการเงินและวัตถุประสงค์ของ ธปท. ตามของเขตของกฎหมาย

ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ม.172 ประกอบ ม.140 บัญญัติให้อำนาจรัฐบาลออกพระราชกำหนดได้ก็แต่เฉพาะเป็นกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีความจําเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น ซึ่งเอกชนที่มีตราสารหนี้ต่าง ๆ สามารถที่จะหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินของรัฐบาล เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ และหรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯลฯ ได้อยู่แล้ว โดยไม่จำต้องให้ ธปท.ออกหน้ามาดำเนินการ ซึ่งเป็นที่ข้อครหาว่า รัฐอาศัยสถานการณ์โควิด-19 กู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาช่วยอุ้มคนรวย โดยใช้ พ.ร.ก.อีก 2 ฉบับมาบังหน้านั่นเอง ขณะที่การจ่ายเงินช่วยคนจน 5,000 บาท กว่าจะได้แต่ละคนนั้นแสนยากเข็ญ หลายรายต้องหอบสังขารไปร้องเรียนหรืออุทธรณ์ที่หน้ากระทรวงการคลัง ซึ่งได้บ้างไม่ได้บ้าง ตามแต่เหตุผลของรัฐที่จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ แต่กลับคนรวยกลับอุ้มกันง่ายๆ โดยไม่ละอาย

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ให้ ธปท.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่ออุ้มคนรวยนั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.172 ประกอบ ม.144 หรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.63 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ห้อง 903 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

Recent posts