Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

โควิด 19 ส่งผลผู้หญิงไทยเข้าไม่ถึงการทำแท้งปลอดภัยเพิ่ม กรมอนามัยรับข้อเสนอเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม ผลักดันเทเลเมดิซีนยายุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์

โควิด 19 ส่งผลผู้หญิงไทยเข้าไม่ถึงการทำแท้งปลอดภัยเพิ่ม  กรมอนามัยรับข้อเสนอเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม ผลักดันเทเลเมดิซีนยายุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์

20 May 2020

4713

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ได้เดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมอนามัย ซึ่งลงนามโดย 56 องค์กรภาคีทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งผู้ลงนามรายบุคคลอีก 559 รายชื่อ  เรียกร้องให้กรมอนามัยพิจารณาออกมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน กรณีผู้หญิงเข้าถึงบริการทำแท้งปลอดภัยในช่วงวิกฤติโควิด 19 ได้ยากขึ้น

ข้อมูลจากสายปรึกษาท้องไม่พร้อม 1663 กลุ่มทำทาง และเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม พบว่านับตั้งแต่มีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน ผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าอย่างชัดเจน สถานบริการสุขภาพบางส่วนหยุดให้บริการยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากมีภารกิจการค้นหาดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด 19 บางส่วนลดจำนวนผู้รับบริการและมีความเข้มงวดในการรับส่งต่อจากพื้นที่เสี่ยงโรคติดเชื้อโควิด19 โดยก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์โควิด เครือข่ายอาสาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัย หรือ RSA (Referal System for Safe Abortion) ภายใต้การดูแลของกรมอนามัย มีสถานบริการสุขภาพที่ให้บริการ  142 แห่ง  ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 71 แห่ง และมีหน่วยบริการเพียง 4 แห่งทั่วประเทศไทยที่ให้บริการสำหรับกรณีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์    ขึ้นไป

ในส่วนของผู้รับบริการเองนอกจากไม่สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้   หลายคนยังกังวลกับเรื่องการถูกกักตัวเมื่อทั้งขาไปและกลับจากการไปรับบริการในสถานบริการต่างพื้นที่ ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเดินทาง อาหาร ที่พัก และค่าคนที่จะต้องมาคอยดูแลลูกระหว่างที่ไม่อยู่ และเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง หากต้องลางานหลายวันติตต่อกัน  นอกจากนี้หลายคนยังต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จากการที่ตนเอง และสามีต้องตกงานอย่างกระทันหัน เมื่อสถานประกอบการต้องปิดตัวลง หรือได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อคดาวน์  ขณะเดียวกันมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ยังมีแนวโน้มที่จะนำมาซึ่งการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในอนาคตเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากการใช้เวลาอยู่ในบ้านร่วมกันเพิ่มโอกาสในการมีเพศสัมพันธ์กับคู่มากขึ้น ขณะที่ประชาชนกลับเข้าไม่ถึงอุปกรณ์คุมกำเนิด หรือใช้วิธีการคุมกำเนิดที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมกล่าวว่า บริการยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัย เป็นบริการสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อชีวิตของประชาชน ไม่สามารถจะหยุด หรือชะลอการให้บริการได้ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ หรือภัยพิบัติใดก็ตาม เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อมจึงได้จัดทำจดหมายเปิดผนึกต่อกรมอนามัยให้พิจารณาออกมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยด่วน 

Recent posts