Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศรีสุวรรณค้าน กทท. เร่งเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

ศรีสุวรรณค้าน กทท. เร่งเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

8 April 2020

2609

 

                นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 พร้อมด้วย ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) และผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F โดยพยายามที่จะผลักดันให้มีการดำเนินการเจรจาผลตอบแทนและร่างสัญญากับ กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC (ประกอบด้วย บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ China Harbour Engineering Commpany Limited) ทั้ง ๆ ที่ข้อพิพาทในศาลปกครองยังไม่ถึงที่สุดนั้น เป็นประเด็นที่ กทท.ต้องตอบคำถามต่อสังคมให้ได้ก่อนว่า เร่งเดินหน้าโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ใครเป็นการเฉพาะหรือไม่ และอาจทำให้ประเทศชาติเสียหายหรือไม่

          ทั้งนี้แม้ข้ออ้างของ กทท.ที่ว่าศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นตัดสินให้คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการคัดเลือกฯชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นเพียงคำสั่งตามคำขอให้ระงับคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของศาลปกครองชั้นต้นไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยอุทธรณ์ของศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น หาใช่คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดแต่อย่างใดไม่ ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ยังไม่มีคำพิพากษาออกมาแต่อย่างใด ซึ่ง กทท.ต้องพึงสังวรณ์ไว้ว่าคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่ 1737/2562 เมื่อ 27 ก.ย.62 นั้นคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 แพ้คดีต่อกลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ที่พิพากษาว่า มติของคณะกรรมการฯที่ให้กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP เป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 นั้น เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้นการที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะดำเนินการเจรจาผลตอบแทนและร่างสัญญากับ กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนออีกหนึ่งรายที่เหลืออยู่โดยไม่รอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดนั้น เป็นความเสี่ยงที่อาจก่อความเสียหายอันอาจกลายเป็น “ค่าโง่” ขึ้นมาได้และจะทำให้มีการฟ้องร้องกันต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ประเทศชาติจะเสียหาย เหมือนหลายๆโครงการของรัฐที่ผ่านมา และเป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอผลตอบแทนให้กับรัฐของทั้ง 2 กลุ่มกิจการร่วมค้ามีผลแตกต่างกันกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ทำไมคณะกรรมการคัดเลือกฯจึงพยายามที่จะเลือกกลุ่มกิจการร่วมค้าที่ให้ผลตอบแทนรัฐที่ต่ำกว่าราคากลางอย่างมาก ทั้งๆที่คณะกรรมการฯมีอำนาจยกเลิกการประมูลได้หากไม่มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม ซึ่งเรื่องนี้หากคณะกรรมการคัดเลือกยังเดินหน้าทำสัญญากับเอกชนโดยไม่รอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด สมาคมฯจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.และฟ้องคดีต่อศาลทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

Recent posts