Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ประชาธิปไตยและอนาคตของคนรุ่นใหม่

ประชาธิปไตยและอนาคตของคนรุ่นใหม่

25 March 2020

2745

( ขอบคุณภาพ จากสนุกดอทคอม  https://www.sanook.com/campus/1399419/ )

 

2563 เป็นปีที่สถานการณ์บ้านเมืองร้อนตั้งแต่ต้นปี  จริง ๆ แล้วก็เป็นความร้อนที่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว  ทั้งภัยแล้ง  ทั้งฝุ่นพิษ PM 2.5  และก็โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19  ที่เห็นได้ชัดเจนว่าประสิทธิภาพและความจริงใจของรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤติเหล่านี้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนอยู่ในระดับอ่อนหัด  ไม่แยแสประชาชนและทำตัววิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้  ผสมกับประเด็นการเมืองที่ยุบพรรคอนาคตใหม่ไปเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีกู้เงิน เพื่อบั่นทอนพรรคฝ่ายค้านให้ง่อยเปลี้ย ไม่ให้มีอำนาจต่อรอง วิพากษ์วิจารณ์และเป็นปากเป็นเสียงประชาชนในระบบรัฐสภา ยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองร้อนแรงยิ่งขึ้น    

เป็นความพยายามของผู้มีอำนาจในการปิดการวิพากษ์วิจารณ์และบั่นทอนพลังประชาชนที่ยึดโยงกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านทั้งในและนอกสภา  เพื่อให้เกิดสภาวะเผด็จการรัฐสภาอย่างแท้จริงโดยพรรคฝ่ายรัฐบาลที่นำโดยพลังประชารัฐ  และเผด็จการนอกสภาโดยกลไกอำนาจ คสช. ที่วางเอาไว้ตั้งแต่รัฐประหาร 2557  เพื่อทำให้สังคมถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศมืด ไร้สิทธิ ไร้เสียง ไร้เสรีภาพ ต่อไป  

สถานการณ์สังคมและการเมืองช่วงเวลานี้เหมือนรอว่ามะม่วงตามฤดูกาลจะสุกเมื่อไหร่  ปลายมีนาคมซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนสงกรานต์หรือหลังสงกรานต์  ก็เหมือนดูการออกมาเคลื่อนไหวของนักศึกษา เด็กนักเรียน และคนรุ่นใหม่ตามมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ว่าเขาจะเชื่อมร้อยกันเพื่อปลดปล่อยความโกรธแค้นเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ลึกและแผ่กว้างยิ่งกว่านี้ได้เมื่อไหร่

เมื่อมีคำถามว่าการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือ “แค่ไฟไหม้ฟางหรือ ?”  สิ่งที่สังคมควรหยั่งให้ถึงต่อคำตอบของคำถามดังกล่าวก็คือว่าคนรุ่นใหม่น่าจะมีท่วงทำนองที่ลุ่มลึกกว่านั้น  ซึ่งเป็นความลุ่มลึกที่สัมพันธ์กับความสุกงอมของสถานการณ์สังคม ณ เวลานี้ที่อย่างไรเสียก็ต้องเกิดความสุกงอม  จะไปโค่นต้นมะม่วงเพื่อทำลายผลไม่ให้สุกงอมก็คงทำได้เพียงต้นสองต้น  ส่วนต้นที่เหลืออีกจำนวนมากคงโค่นยาก  เพราะมันเป็นเหมือนวิถีหรือเส้นทางที่ลิขิตไว้แล้วว่ายังไงมันก็ต้องเกิดปรากฎการณ์และสถานการณ์เช่นนี้

ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่จากความโกรธแค้นที่ยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ผลิตคำถามสำคัญมากคำถามหนึ่ง  น่าจะเป็นคำถามแห่งทศวรรษของความขัดแย้งทางการเมืองไทยในช่วงรัฐประหารสองครั้งที่ผ่านมาเลยทีเดียว  ว่า “พวกเขาจะเติบโตไปอย่างไรภายใต้เสียงเลือกตั้งที่ถูกปล้นชิง ?”  ปล้นชิงจากการยุบพรรคอนาคตใหม่  ปล้นชิงจากการคำนวณคะแนนเสียงที่ไร้ยางอายที่สุดเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล  แล้วส่งผลให้พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

อาจจะดูเหมือนว่าคำถามนี้น่าจะมาจากผู้เลือกพรรคอนาคตใหม่เป็นสำคัญ  แต่จากข้อเท็จจริงที่พบเห็นในแฟลชม็อบตามมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็คือมีคนรุ่นใหม่นอกขอบเขตพรรคอนาคตใหม่จำนวนมากที่ตั้งคำถามนี้เช่นกัน  ก็เพราะก่อนหน้านี้มีความอยุติธรรมที่เกิดจากการเลือกตั้งหลายเหตุการณ์  เหตุการณ์สำคัญมากคือการคำนวณคะแนนเสียงที่ไร้ยางอายที่สุดเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล  และเหตุการณ์ที่วุฒิสมาชิกจากการแต่งตั้งจำนวน 250 คน เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกพลเอกประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี  และกระทำการเป็นองครักษ์พิทักษ์พลเอกประยุทธและคณะรัฐประหาร คสช. จากการวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีของ ส.ส. และประชาชน  จึงยิ่งตอกย้ำการทำลายเสียงอันมีคุณค่าของพวกไปหมดสิ้น

เหตุที่มีการเคลื่อนไหวเหล่านี้ก็เพราะคนรุ่นใหม่ได้ผูกโยงอนาคตความเป็น ‘ปัจเจกชน’ ของพวกเขาแต่ละคนเข้ากับอนาคตความเป็น ‘สังคม’ ของผู้คนที่อยู่รายรอบชีวิตปัจเจกของพวกเขา เพื่อให้เกิดระบบที่ดีในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคมโดยผ่านการเลือกตั้ง

การที่พวกเขาให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งเพราะเห็นว่าการเลือกตั้งจะทำให้ชีวิตความเป็น ‘ปัจเจกชน’ และชีวิตในส่วนที่เป็น ‘สังคม’ ของพวกเขามันเชื่อมร้อยและผสมผสานโดยสร้างสมดุลระหว่างกัน

พวกเขาเห็นว่าภายใต้ระบอบการปกครองที่มีอยู่บนโลกใบนี้  การเลือกตั้งน่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดที่จะสร้างสมดุลให้แก่ชีวิตอนาคตของเขาได้  แต่รัฐกลับไปทำลายสมดุลชีวิตพวกเขา  ซึ่งเป็นชีวิตของอนาคต  เขาจึงลุกขึ้นมาโต้กลับและทวงคืน 

ปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ทำให้เห็นได้ว่าสิ่งที่เผด็จการทุกยุคทุกสมัยไม่ประสบความสำเร็จเลย นับแต่ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นต้นมา ก็คือไม่สามารถกดขี่บังคับเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดผู้คนไม่ให้ผูกโยงชีวิตปัจเจกกับชีวิตสังคมผ่านการเลือกตั้ง

ที่น่าสนใจมากขึ้นคือการออกมาเคลื่อนไหวแฟลชม็อบเหล่านี้ไม่ใช่มีแต่เพียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกเท่านั้นที่โดนปล้นชิงเสียงอันมีคุณค่าของพวกเขาไป  ยังมีผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกด้วยที่เฝ้าสังเกตการณ์ปรากฎการณ์ของสังคมมาอย่างต่อเนื่อง 

และสิ่งที่สังคมควรทำความเข้าใจใหม่ก็คือคนรุ่นใหม่ในยุคนี้รับมือกับอารมณ์ความรู้สึกของสังคมได้ดีกว่าผู้ใหญ่ที่เห็นแต่ความเครียดผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เท่านั้น  แต่พวกเขารับมือกับอารมณ์ความรู้สึกของสังคมจากข่าวความเคลื่อนไหวของผู้คนตลอดเวลาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่หน้าจอมือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น  ซึ่งเป็นการรับรู้สภาพการณ์ของสังคมได้แบบเท่าทันสถานการณ์แทบทุกวินาทีเลยทีเดียว (Realtime)  ทันการณ์กว่าผู้ใหญ่มากที่รับรู้สภาพการณ์ของสังคมแบบล่าช้า (Delay)  

เป็นการซึมซับรับรู้ในแบบที่ว่าอนาคตของพวกเขากำลังมอดไหม้จากความหลงดีของผู้ใหญ่ทั้งหลาย  และคำว่าอนาคตได้ถูกขยายความให้มีความหมายเท่ากับหรือมาพร้อมกับสิทธิและเสรีภาพ  หรือสิทธิและเสรีภาพคืออนาคต  โดยพวกเขาเห็นว่าการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นคือการลิดรอนอนาคต  และในเมื่ออนาคตถูกลิดรอนเช่นนี้แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปอย่างไร 

แฟลชม็อบเหล่านี้จึงเป็นการลุกขึ้นสู้เพื่ออนาคต  ซึ่งเป็นสัจธรรมมาก ๆ ที่โลกหมุนไปภายใต้จักรวาลที่ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา  ไม่มีแม้สักเสี้ยววินาทีเดียวที่เวลาจะไม่เดินไปข้างหน้า  นั่นคือข้อเท็จจริงที่ว่าชีวิตอยู่กับปัจจุบันเพียงเสี้ยววินาที  แต่เวลาที่เหลืออยู่ทั้งหมดคือเวลาของอนาคต  ดังนั้นแล้ว  ชีวิตคืออนาคต  ชีวิตของพวกเขาไม่ใช่อดีต 

ไม่ใช่ความไม่สนใจในอดีต  แต่พวกเขาสนใจอดีตในแง่ที่เป็นประวัติศาสตร์เพื่อที่จะเป็นบทเรียนและประสบการณ์ให้แก่ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตของพวกเขามากกว่า

แฟลชม็อบเหล่านี้ได้ทำให้สังคมเห็นแจ่มชัดขึ้นว่าสิทธิเลือกตั้งเป็นวิถีชีวิต  เป็นสิทธิที่ติดเนื้อติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด  ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ขยับเพดานของนิยามความหมายของสิทธิและเสรีภาพให้สูงขึ้น  โดยพวกที่ออกมาแฟลชม็อบที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ยิ่งชัดเจนว่าพวกเขาไม่ต้องการเติบโตไปโดยไม่มีเสียงเลือกตั้ง.

Recent posts