Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ใครอยู่เบื้องหลังเร่งรัดผลักดันวาระต่ออายุเหมืองหินปูนเข้าสภา อบต. ดงมะไฟ ?

ใครอยู่เบื้องหลังเร่งรัดผลักดันวาระต่ออายุเหมืองหินปูนเข้าสภา อบต. ดงมะไฟ ?

14 February 2020

2196

( ขอบคุณภาพ จาก อีสานเร็คคอร์ด : https://isaanrecord.com/2019/12/10/seminar-25-years-mining-in-dong-ma-fai/ )
.
จดหมายจากนายธีรสิทธิ์ ตรีวัฒน์สุวรรณ ถึงประธานสภา อบต. ดงมะไฟ เรื่องขอให้จัดการประชุมสภา อบต. ดงมะไฟ เพื่อพิจารณาวาระการขอต่ออายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองหินปูน ของบริษัท ธ. ศิลาสิทธิ จำกัด ไปอีกสิบปี (ตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 - กันยายน 2573) ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าใครอยู่เบื้องหลังบรรจุวาระต่ออายุเหมืองหินปูนเข้าสภา อบต. ดงมะไฟ
.
แต่จะบอกว่าเป็นใครที่อยู่เบื้องหลังก็ไม่สอดคล้องความเป็นจริงนัก เพราะจดหมายฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารเปิดเผยที่ประธานสภาแนบส่งไปกับหนังสือเชิญประชุมสภา อบต. ดงมะไฟ สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2563 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ให้แก่สมาชิก อบต. ทุกคน และส่งมาให้กับผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านหลายคนเพื่อเชิญชวนประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุมสภา เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความโปร่งใสตรวจสอบได้ในการบริหารและพัฒนาท้องถิ่นของสภา อบต. ดงมะไฟ
.
จดหมายฉบับดังกล่าวทำถึงประธานสภาเพื่อขอให้บรรจุวาระการขอต่ออายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองหินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง (สำหรับประทานบัตรเลขที่ 27221/15393) เนื้อที่ 175 ไร่ 3 งาน 65 ตารางวา ไปอีกสิบปี ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2563 – 3 กันยายน 2573
.
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่นายธีรสิทธิ์ได้หยิบยกข้อ 8 (5) ของระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2548 ขึ้นมาไว้ในจดหมายฉบับนี้ด้วย ด้วยความเข้าใจว่าการขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ แต่นายธีรสิทธิ์กลับกระทำไม่สอดคล้องกับเนื้อหารายละเอียดของข้อ 8 (5) ตามระเบียบนี้ที่ว่า พื้นที่ที่จะพิจารณาอนุญาตได้ต้อง "ไม่มีปัญหากับราษฎรในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง และต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลท้องที่ที่ป่านั้นตั้งอยู่”
.
ซึ่งต้องดำเนินการตามระเบียบกฎหมายเป็นสองขั้นตอน กล่าวคือ ก่อนที่สภา อบต. จะบรรจุวาระการพิจารณาขอต่ออายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองหินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง (สำหรับประทานบัตรเลขที่ 27221/15393) เนื้อที่ 175 ไร่ 3 งาน 65 ตารางวา ไปอีกสิบปี ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2563 – 3 กันยายน 2573 นั้น จะต้องจัดทำประชาคมหมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน ที่ตั้งอาศัยอยู่รอบเหมืองในรัศมีผลกระทบตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ขึ้นมาก่อน
.
แต่จดหมายฉบับนี้ของนายธีรสิทธิ์กลับเร่งรัดให้สภา อบต. ดงมะไฟ บรรจุวาระการขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวโดยไม่สนใจว่ามีการจัดทำประชาคม 6 หมู่บ้านไปแล้วหรือไม่
.
กลับขู่บังคับประธานสภาว่า เคยขอให้สภา อบต. ดงมะไฟกำหนดวันและเวลาจัดประชุมสภาเพื่อพิจารณาลงมติวาระการขอต่ออายุใบอนุญาตดังกล่าวไปแล้วถึง 2 ครั้ง จนถึงขณะนี้ทางสภายังไม่มีการดำเนินการประชุมตามคำร้องขอแต่อย่างใด ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน จึงทำจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อขอให้ประธานสภาจัดประชุมสภาเพื่อลงมติตามที่ร้องขอโดยด่วน มิฉะนั้นแล้ว หากประธานสภาไม่ดำเนินการหรือดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน ก็จะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาต่อประธานสภา และสมาชิก อบต. ดงมะไฟอย่างแน่นอนและถึงที่สุด
.
ดังนั้นแล้ว การที่ประธานสภา อบต. ดงมะไฟจัดให้มีการประชุมสภาสมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2563 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อพิจารณาวาระดังกล่าว จึงเป็นการประชุมสภา อบต. ที่ข้ามหัวชาวบ้าน เพราะไม่มีผลของการประชาคม 6 หมู่บ้านรองรับ
.
ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งกับสถานภาพของประธานสภา, รองประธานสภา, ปลัด อบต. และสมาชิก อบต. หนุนเหมืองทุกคน ที่ได้รับฉายาจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า 'อบต. โรงโม่' (ส่วน อบต. อีกฝ่ายหนึ่งที่อยู่ข้างประชาชน ได้รับฉายาว่า 'อบต. ประชาชน') ว่าการประชุมสภาครั้งนี้น่าจะเป็นการประชุมสภาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากยังดันทุรังจัดให้มีการประชุมสภาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้เพื่อยกมือให้นายธีรสิทธิ์ทำเหมืองต่อไปอีกสิบปี จะส่งผลให้มีการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดทางกฎหมายหลังการประชุมสภาอย่างแน่นอน
.
เหตุที่นายธีรสิทธิ์และประธานสภา, รองประธานสภา, ปลัด อบต. และ อบต.โรงโม่ ต้องเร่งรัดให้มีการประชุมสภาครั้งนี้ก็เพราะประทานบัตรทำเหมืองหินปูนและใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนฯเพื่อทำเหมืองหินปูนของนายธีรสิทธิ์จะหมดอายุลงในเวลาไล่เลี่ยกันภายในเดือนกันยายน 2563 ซึ่งพระราชบัญญัตแร่ พ.ศ. 2560 กำหนดให้ต้องดำเนินการต่ออายุก่อนที่ประทานบัตรจะหมดอายุลง 180 วัน เดือนมีนาคมนี้จึงเป็นเส้นตายที่นายธีรสิทธิ์จะต้องดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนฯเพื่อทำเหมืองหินปูนและใบประทานบัตรใหม่ให้ได้
.
น่าจะเป็นด้วยเหตุนี้ที่ทำให้ประธานสภา, รองประธานสภา, ปลัด อบต. และ อบต.โรงโม่ ทั้งหลายเร่งเดินหน้าดันทุรังจัดประชุมสภา อบต. ดงมะไฟ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ให้ได้โดยไม่สนใจว่าจะมีการทำประชาคม 6 หมู่บ้านแล้วหรือไม่
.
แล้วยังมีเรื่องหมกเม็ดอีกเรื่องหนึ่ง คือ จดหมายฉบับนี้ของนายธีรสิทธิ์ส่งถึงประธานสภาเพื่อขอให้จัดการประชุมสภา อบต. ดงมะไฟ เพื่อพิจารณาวาระ ‘การขอต่ออายุใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองหินปูน’ เท่านั้น แต่ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องเพื่อโปรดพิจารณา ข้อ 2. ของการประชุมสภาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้กลับเขียนกำกวมว่า ‘เรื่องพิจารณาต่อใบอนุญาต เพื่อทำเหมืองแร่’ จึงมีความเป็นไปได้ว่าการประชุมสภาในวันดังกล่าวจะมีการพิจารณา 2 เรื่อง ทั้งเรื่อง ‘ต่ออายุใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนฯเพื่อทำเหมืองหินปูน’ และ ‘ต่ออายุใบประทานบัตรใหม่’ ในคราวเดียวกัน
.
ซึ่งเป็นการกระทำผิดซ้ำซ้อนสองครั้งสองคราของประธานสภา, รองประธานสภา, ปลัด อบต. และ อบต. โรงโม่ ที่แอบซ่อนนำวาระการพิจารณาลงมติอนุญาตต่ออายุประทานบัตรใหม่เข้ามาโดยไม่ทำประชาคม 6 หมู่บ้านที่อยู่ในรัศมีผลกระทบตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ขึ้นมาก่อน

Recent posts