Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แอมเนสตี้แถลงหลังศาลโลกสั่งให้เมียนมาคุ้มครองชาวโรฮิงญา

แอมเนสตี้แถลงหลังศาลโลกสั่งให้เมียนมาคุ้มครองชาวโรฮิงญา

29 January 2020

2200

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงหลังจากที่เมื่อวานนี้ (23 ม.ค.63) ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) สั่งให้เมียนมาใช้ “มาตรการชั่วคราว” เพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชุมชนชาวโรฮิงญา ระบุว่าเมียนมาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และดำเนินการโดยทันทีเพื่อยุติการละเมิดอย่างต่อเนื่องที่เกิดขึ้นกับชุมชนเหล่านี้ และป้องกันการทำลายหลักฐานในกรณีดังกล่าว

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลแถลงว่า คำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาว่า โลกไม่อดทนยอมให้มีการกระทำที่ทารุณ และจะไม่งมงายยอมรับการใช้วาทศิลป์ที่ว่างเปล่าเพื่ออธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ในทุกวันนี้ ชาวโรฮิงญาอีกประมาณ 600,000 คนซึ่งยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ ยังคงถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานสุดของตนเองอย่างสม่ำเสมอและอย่างเป็นระบบ มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงว่าพวกเขาต้องถูกกระทำทารุณเพิ่มอีก

“เมียนมาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และดำเนินการโดยทันทีเพื่อยุติการละเมิดอย่างต่อเนื่องที่เกิดขึ้นกับชุมชนเหล่านี้ และป้องกันการทำลายหลักฐานในกรณีนี้ด้วย

“สำหรับคำวินิจฉัยของศาลมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากทางการเมียนมาเผยแพร่รายงานสรุปข้อค้นพบของ ‘คณะกรรมการสอบสวนอิสระ’ ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาล โดยคณะกรรมการชุดนี้ทั้งลำเอียงและไม่เป็นอิสระ จึงไม่อาจถือเป็นการดำเนินงานที่น่าเชื่อถือเพื่อสอบสวนอาชญากรรมต่อชาวโรฮิงญา ในเวลาเดียวกัน ไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อสอบสวนการละเมิดอย่างร้ายแรงและเกิดขึ้นกว้างขวางกับชนกลุ่มน้อยอื่นๆ หรือที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นของประเทศ

 “จนกว่าผู้ที่รับผิดชอบต่อการละเมิดที่ร้ายแรง รวมทั้งผู้สั่งการจะถูกนำตัวมาลงโทษ อาชญากรรมที่ทารุณเช่นนี้จะยังคงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางต่อไป คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องเสนอสถานการณ์ในเมียนมาเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศโดยเร่งด่วน”

การพิจารณาคดีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากแกมเบียได้ร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 โดยกล่าวหาว่าเมียนมาละเมิดพันธกรณีที่มีต่ออนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ. 2491 ทั้งยังมีคำขอฉุกเฉินให้ศาลสั่งให้มี “มาตรการชั่วคราว”เพื่อป้องกันการกระทำที่ถือว่าเป็น หรือสนับสนุนให้เกิดอาชญากรรมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา และให้ปกป้องชุมชนของพวกเขาจากอันตรายที่จะเกิดเพิ่มขึ้น ระหว่างรอการพิจารณาคดีของศาล

ในการไต่สวนคดีต่อสาธารณะเกี่ยวกับมาตรการชั่วคราวที่กรุงเฮกในระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2562 ซึ่งอองซานซูจีน มุขมนตรีแห่งรัฐและผู้นำโดยพฤตินัย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนจากเมียนมา เธอได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และกระตุ้นให้ศาลยกคำร้องของคดีนี้ และไม่ยอมตามคำขอให้มีมาตรการชั่วคราว

ในวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 คณะกรรมการสอบสวนอิสระที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลเมียนมา ได้ส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อประธานาธิบดีเมียนมา โดยสรุปว่า แม้กองกำลังของเมียนมาอาจต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงคราม และ “การใช้กำลังอย่างไม่ได้สัดส่วน” แต่คณะกรรมการไม่พบหลักฐานว่ามีเจตนาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการเผยแพร่รายงานฉบับเต็ม

///

 **********

เนาวรัตน์ เสือสอาด
ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อสารองค์กร
Naowarat Suesa-ard
Media and Communication Coordinator

Recent posts