Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แอมเนสตี้เรียกร้องแอมเนสตี้เรียกร้องทางการกัมพูชายุติการคุกคามฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยประเทศไทย

แอมเนสตี้เรียกร้องแอมเนสตี้เรียกร้องทางการกัมพูชายุติการคุกคามฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยประเทศไทย

31 December 2019

1718

( ขอบคุณภาพจาก กรุงเทพธุรกิจ  : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/853918 )
.

 

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลออกแถลงการณ์เรียกร้องทางการกัมพูชาต้องยุติการคุกคาม และข่มขู่สมาชิกพรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) ที่ถูกยุบไปแล้ว ขณะนี้พวกเขาหลบหนีการประหัตประหารทางการเมืองในกัมพูชาและอยู่ระหว่างลี้ภัยในประเทศไทย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้รับข้อมูลว่า นายสวน จำเรียน อายุ 37 ปี นักเคลื่อนไหวจากพรรคสงเคราะห์ชาติ ได้ถูกทำร้ายร่างกาย และดูเหมือนมีความพยายามลักพาตัวเขาที่กรุงเทพฯ ตอนค่ำวันที่ 22 ธันวาคม 2562 และอาจมีความเสี่ยงว่านายจำเรียนจะถูกปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติมจากน้ำมือของทางการกัมพูชา หากมีการบังคับส่งตัวเขากลับไปกัมพูชา

ตอนค่ำวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา มีชายสองคนได้เดินเข้าหานายจำเรียนช่วงสามทุ่มครึ่ง และพยายามจับตัวเขาเข้าไปในรถตู้ที่อยู่ใกล้ๆ แต่นายจำเรียนขัดขืนเป็นเหตุให้ชายทั้งสองคนจับตัวเขาไว้ และช็อตด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า แต่สุดท้ายเขาสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บหลายแห่งจากเหตุการณ์นี้

นายสวนเป็นสมาชิกคณะทำงานของพรรคสงเคราะห์ชาติ สาขาจังหวัดพระตะบอง กัมพูชา เขาเป็นหนึ่งในแกนนำอาวุโส 18 คนของพรรคสงเคราะห์ชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ฮุนเซนแห่งกัมพูชาระบุว่าเป็นผู้ทรยศต่อชาติเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน แกนนำทั้ง 18 คนจึงตกเป็นเป้าหมายการจับกุมของทางการกัมพูชานับแต่นั้นมา

นายสวนยังเป็นหนึ่งใน 39 คน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคสงเคราะห์ชาติ และได้ถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางโดยกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชาในเดือนพฤศจิกายน นายจำเรียนได้รับสถานะเป็นบุคคลในความห่วงใย (Person of Concern) จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Refugees - UNHCR) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2562

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลังมีการคุกคามและข่มขู่อย่างเป็นระบบต่อพลเมืองชาวกัมพูชา ซึ่งหลบหนีการประหัตประหารทางการเมืองและแสวงหาที่ลี้ภัยในประเทศไทย มีการปราบปรามอย่างเข้มข้นมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ในวันที่ 23 พฤศจิกายน นายต่อ นิมล นักเคลื่อนไหวพรรคสงเคราะห์ชาติ รวมทั้งนางเฉินลิ้ม ภรรยาของเขา ซึ่งต่างได้รับสถานะบุคคลในความห่วงใยของ UNHCHR ถูกบังคับส่งกลับไปกัมพูชา หลังถูกจับกุมที่กรุงเทพฯ ต่อมาพวกเขาได้ “รับสารภาพ” เนื่องจากถูกข่มขู่ระหว่างการควบคุมตัวเป็นเวลานาน โดยยอมรับว่าสนับสนุนความพยายามของนายสม รังสี อดีตประธานพรรคสงเคราะห์ชาติ ที่จะเดินทางกลับสู่กัมพูชาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งทางการกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นความพยายามทำรัฐประหาร

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ยุติการคุกคาม การข่มขู่ และการสอดส่องชาวกัมพูชาที่ลี้ภัยในประเทศไทยโดยทันที ทางการไทยต้องประกันว่า บุคคลทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรงและการจับกุมโดยพลการ และไม่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อพลเมืองชาวกัมพูชา ที่หลบหนีการประหัตประหารทางการเมือง

 

ข้อมูลพื้นฐาน

นายสม รังสี อดีตประธานพรรคสงเคราะห์ชาติประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมว่า จะเดินทางกลับกัมพูชาในวันที่ 9 พฤศจิกายน ทางการกัมพูชาตอบโต้โดยกล่าวหาว่าแผนการเดินทางกลับครั้งนี้ เป็นความพยายามยึดอำนาจด้วยการทำรัฐประหาร และได้เริ่มปราบปรามอย่างหนักหน่วงต่อบุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคสงเคราะห์ชาติ นับแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน ทางการได้มุ่งปราบปรามบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนนายสม รังสี และอยู่ในพรรคสงเคราะห์ชาติ

การปราบปรามของทางการกัมพูชาต่อสมาชิกพรรคสงเคราะห์ชาติ ยังรวมถึงการกดดันบังคับให้ “รับสารภาพ” และการย้ายพรรค ในบรรดานักเคลื่อนไหวพรรคสงเคราะห์ชาติ โดยสมาชิกอย่างน้อย 50 คนของพรรคสงเคราะห์ชาติ “รับสารภาพ” ว่าวางแผนต่อต้านรัฐในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา โรห์นา สมิธ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกัมพูชา แสดงข้อกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับการปราบปราม “ที่น่าตกใจ” รวมทั้งความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้าน[1]

 ก่อนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน ทางการไทยปฏิเสธไม่ให้สมาชิกพรรคสงเคราะห์ชาติเข้าประเทศ มู ซกฮั้ว รองหัวหน้าพรรคสงเคราะห์ชาติถูกตม.กักตัวไว้ไม่ให้เข้าประเทศ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม หลังทางการกัมพูชาได้ออกหมายจับแกนนำพรรคสงเคราะห์ชาติ โดยส่งหมายจับไปยังรัฐภาคีอาเซียน

พรรคสงเคราะห์ชาติก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ภายหลังการรวมตัวของพรรคสม รังสีกับพรรคสิทธิมนุษยชน ไม่นานหลังจากนั้น พรรคสงเคราะห์ชาติประสบผลสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2556 โดยแพ้ให้กับพรรคประชาชนกัมพูชาเพียงไม่กี่ที่นั่ง

ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยุบพรรคสงเคราะห์ชาติเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ตามคำร้องของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกล่าวหาว่าพรรคสงเคราะห์ชาติทำการ “รัฐประหารอย่างผิดกฎหมาย” เป็นเหตุให้มีการยุบพรรคในที่สุด และถูกมองจากคนทั่วไปว่าเป็นคำวินิจฉัยที่ขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

ศาลฎีกายังมีคำสั่งตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค 118 คนของพรรคสงเคราะห์ชาติเป็นเวลาห้าปี ภายหลังการยุบพรรคสงเคราะห์ชาติ ได้มีการจัดสรรที่นั่งสมาชิกรัฐสภา องค์การบริหารระดับอำเภอและหมู่บ้านให้กับพรรคประชาชนกัมพูชา และพรรคเล็กพรรคน้อยที่ไม่มีผู้แทน

ชาวกัมพูชาคนอื่นๆ ซึ่งหลบหนีการประหัตประหาร เพื่อแสดงสิทธิที่จะมีเสรีภาพด้านการแสดงออกอย่างสงบ ได้ถูกบังคับส่งกลับไปยังกัมพูชาด้วยความร่วมมือจากทางการไทยในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งนักโทษด้านความคิดอย่าง นายรัฐ รอทโมนี และแซม โสกา ปัจจุบันนายรัฐ รอทโมนีต้องโทษจำคุกเป็นเวลาสองปีในข้อหา “ยุยงให้เกิดการเลือกปฏิบัติ” จากการทำหน้าที่สนับสนุนการถ่ายทำสารคดีของสถานีโทรทัศน์ RT ในประเด็นการค้ามนุษย์[2] ส่วนนางแซม โสกาก็ต้องโทษจำคุกสองปีในข้อหา “ยุยงให้เกิดการเลือกปฏิบัติ” และ “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” จากการปารองเท้าใส่ป้ายโฆษณาหาเสียงที่มีภาพของนายกรัฐมนตรี ฮุนเซนแห่งกัมพูชา[3]

Recent posts