Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ความคืบหน้าคดีป่าแหว่ง: พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาต่อพนักงานอัยการ 

ความคืบหน้าคดีป่าแหว่ง: พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาต่อพนักงานอัยการ 

25 November 2019

2497

( ขอบคุรภาพ จาก นสพ.ข่าวสด :  https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2537842  ) 
 

ความคืบหน้าคดีป่าแหว่ง: พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาต่อพนักงานอัยการ         

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ นายเรืองยศ  สินธิโพธิ์ 2 ผู้ถูกกล่าวหาและทนายความจากสมาคมสิทธิเสรีภาพและสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 7 ถนนรัชดาภิเษก โดยพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ผู้รับผิดชอบได้มีความเห็นส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมส่งตัวนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณและนายเรืองยศ  สินธิโพธิ์ ต่อพนักงานอัยการ ขณะเดียวทั้งสองคนได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 7

กรณีปัญหาหมู่บ้านข้าราชการตุลาการเชิงดอยสุเทพ (ป่าแหว่ง) เป็นคดีระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ กับแกนนำและสมาชิกแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ผู้ถูกกล่าวหาในคดีประกอบด้วย ได้แก่ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และนายเรืองยศ สิทธิโพธิ์ สมาชิกของเครือข่ายฯ

สำหรับคดีของนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ถูกสำนักงานศาลยุติธรรม แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ 2 คดี เนื่องจากนายธีระศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ภายหลังจากถูกค้นบ้านเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 61[1] และการให้สัมภาษณ์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61[2]

ส่วนกรณีนายเรืองยศ สินธิโพธิ์ ถูกสำนักงานศาลยุติธรรม แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท จากการแชร์รูปภาพข้อความจาก Facebook  ชื่อว่า “เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ” จากเว็ปไซต์สำนักข่าวมติชนออนไลน์ ซึ่งมีข้อความว่า “ย่ำยีหัวใจคนเชียงใหม่ ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน ไม่เคารพดอยสุเทพ” และระบุรายชื่อตุลาการ(ชุดแรก)ที่ยังพักอาศัยในอาคารชุดป่าแหว่ง

ข้อสังเกตต่อประเด็นการฟ้องคดี

ประการแรก การให้สัมภาษณ์รวมถึงการเคลื่อนไหวต่อต้านการสร้างบ้านพักศาลตุลาการในพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นับเป็นการกระทำที่เป็นไปเพื่อป้องกันผลกระทบต่อผืนป่าดอยสุเทพและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่[3] เป็นความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งกระบวนการสำคัญหนึ่งในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดช่องทางให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้ามามีบทบาทในการตัดสินธิใจทางการเมืองหรือนโยบายของรัฐ

ประการที่สอง ในการแจ้งความดำเนินคดี สำนักงานศาลยุติธรรมไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจกล่าวโทษหรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

ประการสุดท้าย กรณีนายธีระศักดิ์ที่สำนักงานศาลแจ้งความที่ สน. พหลโยธิน ภาระได้เริ่มต้นตั้งแต่ ผู้ถูกกล่าวหาต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และยื่นคำให้การเพิ่มเติม ถือได้ว่าการดำเนินคดีต่อผู้ถูกดำเนินได้สร้างภาระ ทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ระยะเวลา ซึ่งตามหลักสากลทั่วไป รัฐโดยเฉพาะหน่วยงานฝ่ายตุลาการจำเป็นต้องส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวกและรวดเร็ว กล่าวคือ พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจในท้องที่เกิดเหตุ คือพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ถูกกล่าวหามีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และพยานหลักฐานรวมถึงพยานบุคคลส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความสะดวกแก่การสอบสวนและพิจารณาคดีและเพื่อให้โอกาสจำเลยได้เข้าถึงสิทธิการพิจารณาคดี ในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม การเพิ่มภาระในการต่อสู้คดี กรณีการฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งให้ยุติการเคลื่อนไหวก็นับเป็นการลงโทษผู้บริสุทธิ์โดยอาศัยกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองในการเดินทางของผู้ถูกกล่าวหาและพยานบุคคลต่าง ๆ โอนคดีจากสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินไปยังท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม[4]

ภายหลังจากพนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน ต่อพนักงานอัยการอัยการแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึงอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีหรือขอให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 21 ประกอบระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด  ว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติหรือต่อผลประโยชน์อันสําคัญของประเทศ  พ.ศ. 2554 ข้อ 5 ข้อ 6 และ ข้อ 9 ทั้งนี้ พนักงานอัยการได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 24 ธันวาคม เวลา 10.00 น.

------------

[1] ข้อความบางส่วนจากการให้สัมภาษณ์ต่อนักข่าวของนายธีระศักดิ์ “ผมถือว่าเป็นการคุกคามประชาชนโดยกลุ่มผู้พิพากษากลุ่มหนึ่งนะฮะ ซึ่งการกระทำของท่านเช่นนี้ ผมว่ามันขัดแย้งกับความเป็นจริงต่อคุณธรรม ต่อจริยธรรมของท่าน ผู้พิพากษากลุ่มนี้แจ้งความเอาผิดกับประชาชนน่ะ แล้วถ้าเกิดเรื่องมันไปถึงศาล พวกผู้พิพากษาก็เป็นพวกผู้พิพากษาเป็นคนตัดสินคดีมันยุติธรรมมั้ย” “แต่ตอนนี้ท่านอาศัยอำนาจที่มีอยู่ อำนาจตุลาการซึ่งตำรวจก็เกรงกลัวท่าน ใครก็เกรงกลัวท่าน ท่านส่งเจ้าหน้าที่มาคุกคามประชาชนถึงบ้านมันถูกต้องมั้ย ผมถาม ถามจริงๆ นะ ประเทศไทยเนี่ย คุณรุกป่ามันก็เป็นเรื่องจริง” ข้อมูลจากสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)

[2] ดูเนื้อหาแถลงข่าว. [ออนไลน์] https://www.youtube.com/watch?v=yZSSkfzMZaA และ https://www.youtube.com/watch?v=ZhPY049PPQM. เข้าถึงเมือวันที่ 2 เมษายน 2562.

[3] ผืนป่าดอยสุเทพ มีสภาพเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เป็นผืนป่าใกล้เมืองจึงเป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งธรรมชาติที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และประการสำคัญคือเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวเชียงใหม่และผู้คนโดยทั่วไป นอกจากความสำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์ ความเคารพศรัทธา ศิลปวัฒนธรรมแล้ว ดอยสุเทพยังมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นทั้งคนเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เกษตรกรและกลุ่มคนทุกหมู่เหล่า

[4] คำให้การเพิ่มเติมถึงประธานศาลฎีกา เรื่องขอให้ยุติคดีที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เรียกร้องกรณีหมู่บ้านป่าแหว่ง ข้อมูลจากเครือข่ายคณะทำงาน ภายใต้ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) เป็นองค์กรหลักที่ให้ความช่วยเหลือทางคดี

 

" สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) "
109 ซอยสิทธิชน ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทร./แฟ็กซ์ : 02-275-3954
-------------------------------------------------------------------------------------------
" Human Rights Lawyers Association (HRLA) "
109 Soi Sitthichon  Suthisarnwinichai Rd. Samsennok, Huaykwang, Bangkok Thailand 10310
Tel./ Fax : 662-275-3954       

Recent posts