Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ปักหมุดจุดเผือกพื้นที่เสี่ยงต่อการคุกทามทางเพศ

ปักหมุดจุดเผือกพื้นที่เสี่ยงต่อการคุกทามทางเพศ

20 November 2019

2056

ประชาชนและองค์กรภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงประสานความร่วมมือปักหมุดจุดเผือกพื้นที่เสี่ยงต่อการคุกทามทางเพศมากกว่า 600 หมุด พร้อมเปิดข้อมูลพื้นที่ที่มีความร่วมมือปักหมุดจุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เขตลุมพินี สะพานเขียว ซอยร่วมฤดี ซอยโปโล เขตราชเทวี-พญาไทถนนเพชรบุรี  เขตบางขุนเทียน และเปิด 7 อันดับจุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศมากสุด ขณะที่สน.ลุมพินีรับมอบข้อมูลพร้อมเตรียมปรับแผนการรักษาความปลอดภัย และตรวจตราความเรียบร้อย  ย้ำบางจุดจะส่งสายตรวจเพื่อตรวจความเรียบร้อย เฝ้าระวัง ตามช่วงเวลาที่มีการแจ้งเข้ามาให้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

 

ที่ลานกิจกรรมชั้น  M ด้านหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะ มาร์เก็ตแบงคอก ราชประสงค์วันนี้ ภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจัดงานแถลงข่าวเปิดข้อมูลพื้นที่เสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ 600 จุดในเขตกรุงเทพและปริมณฑลจากโครงการ First Pin “ปักหมุดจุดเผือกพร้อมการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาคีเครือข่ายในการสร้างเมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยภายในงานได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ เปิดดาต้าปักหมุดจุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ 600 จุด รอบกทม.และปริมณฑล สู่การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม

 

เปิดข้อมูล 600 หมุดและพื้นที่จุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศจากการปักหมุดของประชาชนและภาคีเครือข่าย

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้แทนเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงกล่าวว่า โครงการปักหมุดจุดเผือกเราทำงานรณรงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนในสังคมตระหนักถึงปัญหาความไม่ปลอดภัยทางเพศที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ และมาร่วมกันสอดส่องดูแลเพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน   ซึ่งในการทำงานรอบนี้ นอกเหนือจากองค์กรด้านผู้หญิงและการพัฒนาสังคมซึ่งร่วมงานกันมาแต่แรก อย่างองค์การแอ็คชั่นเอด แผนงานสุขภาวะผู้หญิงฯ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายสลัมสี่ภาค แล้ว เรายังขยายความร่วมมือกับภาคีใหม่ ๆ ที่ทำงานหลากหลายด้าน อย่าง Big Trees ที่ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม บริษัท ฉมา โซเอ็น ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องภูมิสถาปัตย์และการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ และ Urban Creatures ที่ทำงานสื่อสารประเด็นคุณภาพชีวิตในเมือง มาร่วมออกแบบและดำเนินงานด้วยกัน ทำให้โครงการรณรงค์นี้เข้าถึงกลุ่มประชากรที่หลากหลายมากขึ้น

ผู้แทนเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงกล่าวว่า เมื่อเราเริ่มดำเนินการไปได้ระยะหนึ่ง เราก็ได้รับการติดต่อจาก NECTEC ที่เสนอให้เราลองใช้แอพพลิเคชั่น Traffy Fondue ที่ NECTEC ได้พัฒนาขึ้นสำหรับใช้แจ้งเหตุต่าง ๆ นำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมที่เราเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปร่วมกันสำรวจพื้นที่สาธารณะและแจ้งจุดเสี่ยงภัยคุกคามทางเพศ ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็ตอบโจทย์ของเราที่ต้องการช่องทางการสื่อสารแจ้งจุดเสี่ยงที่สะดวกรวดเร็วสำหรับทั้งผู้แจ้งและผู้รับข้อมูล  เมื่อได้แอพพลิเคชั่นช่องทางแจ้งข้อมูลที่เหมาะสมแล้ว เราจึงเริ่มรณรงค์เต็มรูปแบบให้ประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ไหน ถ้าพบเห็นพื้นที่สาธารณะหรือเส้นทางสัญจรไปมาจุดใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการคุกคามทางเพศ เช่น เป็นเส้นทางสัญจรที่ไม่มีไฟส่องสว่างเวลากลางคืน หรือเป็นพื้นที่เปลี่ยว เป็นมุมอับ ขาดการดูแล ทำให้ผู้ผ่านไปมารู้สึกไม่ปลอดภัย ก็ให้แจ้งข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นเข้ามา และทีมของเราจะรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเพื่อสรุปลักษณะปัญหาความเสี่ยงต่าง ๆ แล้วนำเสนอต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ อาทิ ตำรวจท้องที่ และกรุงเทพมหานคร ให้หาทางปรับปรุงหรือดูแลความปลอดภัยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ดร.วราภรณ์กล่าวว่า ภายหลังจากที่เราเริ่มโครงการปักหมุดจุดเผือกตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันนี้เป็นระยะเวลา 2 เดือน จากเป้าที่เราตั้งไว้ 600 หมุดตอนนี้มีประชาชนปักหมุดเข้ามากมากกว่า 600 หมุดทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเราได้รวบรวมและประมวลผลข้อมูลพื้นที่ที่ภาคีเครือข่ายและประชาชนได้ร่วมกันปักหมุดจุดเผือกเข้ามามีดังนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต 280 หมุด  , เขตลุมพินี สะพานเขียว ซอยร่วมฤดี ซอยโปโล 114 หมุด โดยเป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณ ชุมชนสะพานเขียว ถนนวิทยุ ซอยร่วมฤดีซอยโปโล , เขตราชเทวี-พญาไทถนนเพชรบุรี 75 หมุด โดยเป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณเพชรบุรีซอย 5 เพชรบุรีซอย 7 , เขตบางขุนเทียน 33 หมุดโดยเป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณ ชุมชนเคหะ ธนบุรี 3  บริเวณพระราม 2 ซอย 60 และสถานีรถไฟรางสะแก ,เขตมักกะสัน 32 หมุด  เป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณ ถนนนิคมมักกะสัน , เขตบางซื่อ 25 หมุด เป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณทางรถไฟประชาชื่น  , เขตสะพานควาย 10 หมุด โดยเป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณ ซอยพหลโยธิน ซอยอินทามระ 45 ,เขตดินแดง-อนุสาวรีย์  4 หมุดเป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณถนนราชวิถี,เขตจรัญสนิทวงศ์ 11 หมุด เป็นการการปักหมุดในพื้นที่บริเวณ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 และซอยจรัญสนิทวงศ์ 1 ,เขตประชานิเวศน์-ประชาอุทิศ  6 หมุด เป็นการปักหมุดในพื้นที่ ซอยประชานิเวศน์ 3 ซอยรามคำแหง 21 ,เขตลาดกระบัง 5 หมุด เป็นการปักหมุดในพื้นที่ สถานีรถไฟพระจอมเกล้า ,เขตบางกรวย 4 หมุด เป็นการปักหมุดในพื้นที่ คลองบางกอกน้อย ,และเขตรัชดา 4 หมุด ซึ่งเป็นการปักหมุดในพื้นที่รัชดาซอย 4 ทั้งนี้ลักษณะพื้นที่ที่มีคนปักหมุดจุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศมากที่สุดคือทางเดินและซอย 39 เปอร์เซ็นต์ สะพาน 16 เปอร์เซ็นต์ ริมถนน 15 เปอร์เซ็นต์  ใต้ตึก 13 เปอร์เซ็นต์ อาคารร้าง 7 เปอร์เซ็นต์ ทางเดินริมคลอง 7 เปอร์เซ็นต์ สะพานลอย 3 เปอร์เซ็นต์ สวนสาธารณะ 1 เปอร์เซ็นต์ ทางจักรยาน 1 เปอร์เซ็นต์  และนอกจากนี้แล้วเราได้ประมวลผลพบ 7 อันดับจุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศมากที่สุดดังนี้ 1. จุดที่ขาดการบำรุงรักษา 23 เปอร์เซ็นต์ ไฟสว่างไม่เพียงพอ 23 เปอร์เซ็นต์ จุดอับสายตา 15 เปอร์เซ็นต์ ทางเปลี่ยว 14 เปอร์เซ็นต์ ทางแคบทางตัน 13 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีป้ายบอกทาง 9 เปอร์เซ็นต์ ไกลจากป้ายรถเมล์ วิน สถานี 3 เปอร์เซ็นต์

 

ผู้แทนเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงกล่าวว่า จากการรณรงค์ที่สะพานเขียว เราได้รับความร่วมมือจากผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีรับข้อมูลจุดเสี่ยงไปพิจารณา โดยทาง สน. รับปากจะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจตราพื้นที่เสี่ยง และจะเพิ่มการทำงานเสริมศักยภาพของอาสาสมัครตำรวจบ้านในชุมชนรอบ ๆ ให้สามารถตรวจตราเฝ้าระวังดูแลพื้นที่ และประสานงานแจ้งเหตุกับตำรวจท้องที่ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งในระยะยาว เราคาดหวังว่าหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ จะใส่ใจกับปัญหาความไม่ปลอดภัยทางเพศ และมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น และควรมีช่องทางการสื่อสารแบบถาวรที่ประชาชนจะสามารถช่วยกันแจ้งข้อมูลจุดที่มีความเสี่ยงหรือมีอันตรายต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานเข้ามาดูแลป้องกันโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุร้ายขึ้นเสียก่อน

 

สำหรับเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เราประเมินว่าแม้ขณะนี้สังคมจะมีความตระหนักถึงปัญหาการคุกคามทางเพศในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น แต่การรับรู้เรื่องนี้ก็ยังไม่ทั่วถึง และเรายังได้ยินว่ามีเหตุการณ์การคุกคามทางเพศเกิดขึ้นที่นั่นที่นี่อยู่เรื่อย ๆ  ดังนั้น หลังจากกิจกรรมในวันนี้แล้ว สมาชิกเครือข่ายฯ จะร่วมกันประเมินสถานการณ์และผลการทำงานที่ผ่านมา แล้วจะวางแผนการทำงานเพื่อลดปัญหาการคุกคามทางเพศให้ได้ผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นดร.วราภรณ์ระบุ

 

นักออกแบบแนะแก้ปัญหาพื้นที่เสี่ยงโดยการออกแบบดึงดูดให้คนมาใช้พื้นที่ตรงนี้มากขึ้นอาทิเพิ่มทางขึ้นลงจากชุมชนให้มากกว่าเดิม เพิ่มกิจกรรมระหว่างเส้นทาง เช่น ลานกีฬา สนามเด็กเล่น หรือ สวนสมุนไพร

 

ด้านนายยศพล บุญสม ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง Shma Company Limited กล่าวว่า การที่ภายในระยะเวลา 2 เดือน ทีมเผือกมีการปักหมุดจุดเสี่ยงไปกว่า 600 จุดนั้น เริ่มเห็นถึงการขยับของภาคประชาชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยง ผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญเพราะประชาชนเกิดความรู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว เพราะหากอาศัยเพียงหน่วยงานรัฐการแก้ไขปัญหาก็จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ดังนั้นการมีส่วนร่วมครั้งนี้จึงเป็นพลังที่ดีในการแก้ไขปัญหา

 

นายยศพล กล่าวว่า กระบวนการในการแก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงมีด้วยกัน 2 มิติ คือ ทางกายภาพ และ ทางสังคม ที่จะคู่ขนานกันไป โดยทางกายภาพ คือลดความเสี่ยง เช่น ติดไฟส่อง ติดกล้องวงจรปิด หรือ เพิ่มการตรวจตรา แต่ในมิติของสังคมจะทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ซึ่งมิติทางสังคมคือกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยรอบ ในการร่วมกันออกแบบกับชุมชน ว่าต้องการอะไร มีความเห็นอย่างไร เพื่อสร้างความรู้สึกการเป็นเจ้าของร่วม

 

นายยศพล กล่าวถึงต้นแบบการปรับปรุงพื้นที่บริเวณสะพานเขียว ที่ก่อนหน้านี้ทีมเผือกได้ลงพื้นที่ไปปักหมุดจุดเสี่ยง ว่า การแก้ไขปัญหาสะพานเขียว ซึ่งเป็นทางลอยฟ้าที่มีระยะทางยาว พื้นที่จัดกิจกรรมมีจำกัด ไม่กระตุ้นให้คนมาใช้ทาง ซึ่งเมื่อไม่มีคนใช้เส้นทางนี้กลายเป็นเส้นทางที่อันตราย ไม่น่าไว้วางใจ ดังนั้นจะต้องดึงดูดให้คนมาใช้พื้นที่ตรงนี้มากขึ้น เช่น การเพิ่มทางขึ้นลงจากชุมชนให้มากกว่าเดิม เพิ่มกิจกรรมระหว่างเส้นทาง เช่น ลานกีฬา สนามเด็กเล่น หรือ สวนสมุนไพร เพื่อเชิญชวนให้คนหลากหลายกลุ่มมาใช้งาน

 

"สร้างความเป็นเจ้าของด้วยการยึดโยงกับความต้องการของชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะแม้จะสร้างอย่างสวยงาม แต่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน ก็จะกลายเป็นเส้นทางที่ไม่มีคนใช้เหมือนเดิม ทั้งนี้ภาครัฐอาจให้ความสำคัญเชิงกายภาพ ว่าต้องติดกล้องวงจรปิด เพิ่มไฟ เพื่อแก้ปัญหา ทำให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีความเสี่ยง แต่มิติทางสังคมจะเป็นกลไกในการป้องกันระยะยาว นอกจากความปลอดภัยแล้ว สามารถมองในเรื่องของการส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนเพื่อเพิ่มให้การมีส่วนร่วมตรงนี้ขับเคลื่อนได้มากขึ้น" ผอ.Shma Company Limited ระบุ

 

NECTECชี้โครงการปักหมุดจุดเผือกเป็นโมเดล นำร่อง ที่สามารถนำเทคโนโลยีเช่นเดียวกันนี้ไปใช้ในพื้นที่อื่นได้ทั่วประเทศ

 

ด้านนายวสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีมเผือกในการใช้เทคโนโลยีช่วยระบุจุดเสี่ยงเพื่อไปสู่การแก้ไขเพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองปลอดภัยสำหรับทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกชีวิต ในการช่วยพัฒนาพื้นที่ของเมืองให้ปลอดภัย โดยเฉพาะใช้ชีวิตของสตรี เด็ก คนชรา รวมถึงประชาชนทั่วไป ซึ่งการดำเนินงานของทีมเผือกถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก

นายวสันต์ กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีให้เข้ามาช่วยเหลือชีวิตคนให้ปลอดภัยมีความจำเป็น โดยเห็นด้วยที่ภาครัฐ ต้องพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบนี้ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย  อย่างไรก็ตามในขณะนี้NECTEC ได้พัฒนาโปรแกรมดังกล่าวสมบูรณ์แล้วและมีความพร้อมที่จะนำไปใช้ได้ทันที ในการรวบรวมข้อมูลพื้นที่จุดเสี่ยง เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนได้ได้ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะกรุงเทพมหานครหรือต่างจังหวัด

"โครงการปักหมุดจุดเผือกนี้ ถือเป็นโมเดล นำร่อง ที่สามารถนำเทคโนโลยีเช่นเดียวกันนี้ไปใช้ในพื้นที่อื่นได้ทั่วประเทศ ซึ่งหากท้องถิ่น หรือเทศบาลใดสนใจสามารถติดต่อมาได้ที่NECTEC ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด"

 

สน.ลุมพินีรับมอบข้อมูลพร้อมเตรียมปรับแผนการรักษาความปลอดภัย และตรวจตราความเรียบร้อย  โดยในบางจุดสน.ลุมพินีจะส่งสายตรวจเพื่อตรวจความเรียบร้อย เฝ้าระวัง ตามช่วงเวลาที่มีการแจ้งเข้ามาให้มากขึ้น

 

ขณะที่พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี กล่าวถึงเหตุผลที่สน.ลุมพินีเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง และมีส่วนร่วมในโครงการทีมเผือก ว่า ถือเป็นโครงการที่ดีมาก เพราะในมุมมองของตำรวจจะเห็นว่าพื้นที่ใดเป็นจุดเสี่ยงไม่ปลอดภัย แต่ประชาชนทั่วไปอาจไม่รับทราบข้อมูลเหมือนตำรวจ ดังนั้นหากประชาชนรับทราบว่าจุดไหนเป็นจุดเสี่ยงหรือเข้ามามีส่วนร่วมในการปักจุดพื้นที่เสี่ยงก็จะทำให้ประชาชนทั่วไประมัดระวังตัวและดูวิธีในการป้องกันตัวเวลาไปในพื้นที่เสี่ยงได้ อย่างไรก็ตามการร่วมมือกันในการเฝ้าระวัง และแก้ปัญหาของทุกฝ่ายทั้งทีมเผือก ประชาชนและตำรวจ จะทำให้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่สูงสุดก็คือเมืองปลอดภัย

 

ผู้กำกับสน.ลุมพินี กล่าวถึงกรณีที่ข้อมูลระบุว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีกว่า 500 จุดที่เข้าข่ายเป็นพื้นที่จุดเสี่ยง ว่า ถือเป็นหน้าที่ของตำรวจทุกสน. ที่จะดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน โดยปกติแล้วในแต่ละวันตำรวจจะรับทราบว่ามีเหตุเกิดที่จุดไหน เมื่อใด เพื่อจัดทำเป็นสถิติอาชญากรรมในการวางแผนตรวจตรา แต่ในบางครั้งมักพบว่าหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายไม่มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่ถูกระบุในแผนที่ที่ตำรวจทำไว้ว่าเป็นจุดเสี่ยง มีเหตุเกิดขึ้น ทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ถูกการวางแผนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นข้อมูลที่ได้จากทีมเผือกนี้จึงมีประโยชน์กับการวางแผนเพื่อที่จะดูแลและรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในสถานีตำรวจทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ

 

"การปักหมุดพื้นที่เสี่ยงมีความสำคัญเพราะผู้หญิงจะได้ทราบว่าพื้นที่ใดเป็นจุดเสี่ยงที่อันตรายต่อชีวิต การถูกคุกคามทางเพศ หรือจุดเสี่ยงในเรื่องทรัพย์สิน ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงรู้วิธีที่จะป้องกันตัวเองในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงนั้นได้ โดยในส่วนของสน. ลุมพินีจะนำข้อมูลที่ได้จากทีมเผือกครั้งนี้ไปปรับแผนการรักษาความปลอดภัย และตรวจตราความเรียบร้อย  โดยในบางจุดสน.ลุมพินีจะส่งสายตรวจเพื่อตรวจความเรียบร้อย เฝ้าระวัง ตามช่วงเวลาที่มีการแจ้งเข้ามาให้มากขึ้น" ผกก.สน.ลุมพินีระบุ

 

มธ.เตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ไม่ให้มีจุดบอด หรือ จุดลับสายตาผู้คน พร้อมเพิ่มช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของนักศึกษา

 

ผศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงสาเหตุของการที่มธ.เข้าร่วมในโครงการว่า สถานการณ์ของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามต่อผู้อื่นในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับโลก หรือ ระดับประเทศ มีสถิติที่เพิ่มมากขึ้น เราเองก็รู้สึกว่าหากรอให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็จะไม่เป็นผลดีต่อนักศึกษาที่ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย  เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีโครงการจึงต้องการให้นักศึกษา และบุคลาการในมหาวิทยาลัยเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและการมีส่วนร่วมของประชาคมธรรมศาสตร์

 

เรารู้สึกว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา ต่อคนในธรรมศาสตร์ เราก็ต้องทำ และธรรมศาสตร์อยากเป็นตัวอย่างของการชี้นำสังคม ว่าสังคมเราจะนิ่งนอนใจให้เกิดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ทุกพื้นที่ในธรรมศาสตร์มีสิทธิและเสรีภาพ แต่สิทธิและเสรีภาพต้องไปไม่ละเมิด หรือคุกคามคนอื่นในพื้นที่มหาวิทยาลัยนี้ และมุ่งหวังว่าหลังจากความร่วมมือกับทีมเผือกจะทำให้นักศึกษาและบุคลากรช่วยแก้ปัญหาโดยเขยิบเข้าไปในภาพใหญ่ของสังคม ร่วมกันปักหมุดในพื้นที่อื่นที่พบเห็นความเสี่ยง "ผศ.ดร.ชุมเขตระบุ

 

ขณะที่นางปณณพร แพ้วสกุณี หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักงานเขตปทุมวัน ซึ่งเป็นตัวแทนสำนักงานเขตปทุมวันมาร่วมงาน โดยระบุว่า ข้อมูลที่ได้รับจะนำไปขยายผลในพื้นที่ว่าพื้นที่ใดมีจุดเสี่ยงอีกบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณรองเมือง และ สน.ปทุมวัน ทั้งนี้การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการปักหมุดจุดเสี่ยง เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้สำนักงานเขตรับทราบข้อมูล และจะนำเรื่อดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนเขามามีส่วนร่วมเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป

 

ทั้งนี้ภายในงานนอกจากจะมีเวทีเสวนาแล้วยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเปิดจุดเสี่ยงผ่านจอ LCD ที่ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถค้นหาจุดเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศรอบกรุงเทพและปริมณฑล 500 จุดด้วยตนเอง มีบู๊ทให้ประชาชนได้ร่วมเรียนรู้วิธีสังเกตพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่ของตนเองและเรียนรู้การใช้งานผ่านโปรแกรมแจ้งเหตุ Chat bot ทีมเผือกในแอพพลิเคชั่นไลน์ และไฮไลท์ภายในงานภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงได้ร่วมกันมอบข้อมูลแผนที่ยักษ์ 500 จุดเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงไปแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปอีกด้วย

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

หมายเหตุสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 080-970-7492 , 081-476-8586

Recent posts