Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แถลงการณ์ คัดค้านมติอัปยศอนุมัติทำเหมืองในป่าสงวนทับกวาง-มวกเหล็ก

แถลงการณ์  คัดค้านมติอัปยศอนุมัติทำเหมืองในป่าสงวนทับกวาง-มวกเหล็ก

22 March 2019

2658

แถลงการณ์

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

เรื่อง คัดค้านมติอัปยศอนุมัติทำเหมืองในป่าสงวนทับกวาง-มวกเหล็ก

......................................

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ จำนวน 15 แปลง ในท้องที่ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก และตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวมเนื้อที่ 3,223 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา (พื้นที่ประทานบัตร 15 แปลง มีเนื้อที่รวม 3,311 ไร่ 2 งาน 67 ตารางวา) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เสนอนั้น

พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีในอดีตเมื่อ 12 ตุลาคม 2519 เคยกำหนดห้ามมิให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะพื้นที่ป่าไม้เป็นรูปแบบอื่นอย่างเด็ดขาดทุกกรณี ทั้งนี้เพื่อรักษาไว้เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ลำธาร ยกเว้นจะผ่อนผันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น การก่อสร้างเส้นทางเพื่อความมั่นคงเท่านั้น ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532 ซึ่งเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย และระบุด้วยว่าไปจะไม่อนุมัติให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานใดใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ อีกไม่ว่ากรณีใด

แต่การที่คณะรัฐมนตรีถืออำนาจบาตรใหญ่อนุมัติพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติไปให้กับกลุ่มทุนบริษัทเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรมาแบ่งปันกันไปกว่า 3 พันไร่ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้นั้น จะให้ประชาชนแปรความหมายการอนุมัติเรื่องนี้ไว้เช่นใด ทั้งๆ ที่ในอดีตหากจะมีการขอผ่อนผันก็จะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ปีเท่านั้น แต่ครั้งนี้กลับประเคนให้ถึง 18 ปีอย่างง่ายดาย แต่เวลาชาวบ้านเข้าป่าไปเก็บเห็ด เก็บผักหวานในพื้นที่ป่าบ้าง กลับต้องถูกจับขังคุก ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของใครกันแน่ และที่สำคัญการใช้อำนาจดังกล่าวส่อที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 53 มาตรา 57 และมาตรา 63 ประกอบ มาตรา 17 วรรคสี่ ของพรบ.แร่ พ.ศ.2559 ที่กําหนดให้การทําเหมืองต้องไม่ใช่พื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์ พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ หรือพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับน้ำซึมโดยเด็ดขาด

กรณีดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงขอเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรีขอให้ทบทวนมติอัปยศดังกล่าวเสีย หากยังมีจิตสำนึกของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง หาไม่เช่นนั้นแล้วสมาคมฯและชาวบ้านจำเป็นต้องหันไปพึงบารมีของศาลปกครองต่อไป

แถลงมา ณ วันที่ 6 มีนาคม 2562

นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

Recent posts