Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

นิเวศน้ำซับคำป่าหลายกำลังถูกทำลายจากการขอประทานบัตรทำเหมืองหินทราย

29 September 2018

2295

 

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์

๑๘ กันยายน ๒๕๖๑

 

 

 

๑ สิงหาคม ๒๕๖๑  กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร  ได้ติดประกาศคำขอประทานบัตรที่ ๒/๒๕๕๙ ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างเนื้อที่ ๒๑๕ ไร่ ๓ งาน ๓๘ ตารางวา  ของบริษัท ทรี มาเธอร์ เทรดดิ้ง จำกัด[[1]เอาไว้ในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย  อ.เมือง  จ.มุกดาหาร  เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนคัดค้านภายใน ๓๐ วัน  ก่อนที่จะดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๖๐  หรือกฎหมายแร่ฉบับใหม่เป็นขั้นตอนต่อไป 

 

ชาวบ้านในนาม กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายจึงได้ยื่นหนังสือคัดค้านตามกำหนดเวลาโดยให้เหตุผลว่า  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดจนระบบนิเวศในพื้นที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งน้ำซับของคนในพื้นที่ตำบลคำป่าหลายและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีน้ำเพียงพอใช้ได้ตลอดทั้งปี  และยังเป็นแหล่งป่าต้นน้ำที่มีน้ำผุด ดานกะลอมที่ไหลลงลำห้วยปงและลำห้วยบังทรายและแม่น้ำโขงเป็นลำดับถัด ๆ ไป  หากเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้นมาแหล่งน้ำซับอาจจะหายไป  ยากแก่การหาแหล่งน้ำอื่นมาทดแทนได้    

 

ความรู้ทางธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณีบอกกับเราว่าหินทรายในบริเวณดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่อการใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้างอาคาร  แต่เหมาะสำหรับใช้เป็นหินถมที่และหินถมสร้างเขื่อนกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำลำธาร  ส่วนความรู้ของชาวบ้านบอกกับเราว่าบริเวณแหล่งหินทรายเหล่านี้มักมีแหล่งน้ำซับซึมผุดขึ้นมาเป็นหย่อม ๆ ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่สร้างบ้านแปลงเรือน 

 

นิเวศวิทยาของชาวบ้านได้พึ่งพาน้ำซับที่ผุดขึ้นมาจากหินทรายเหล่านี้มาเนิ่นนานหลายชั่วอายุคนแล้ว  ที่ตำบลคำป่าหลายมีบ่อน้ำซับแหล่งใหญ่อย่างน้อยสามบ่อที่ชาวบ้านใช้สำหรับทำการเกษตรและประโยชน์ใช้สอยอื่นในชีวิตประจำวัน  บ่อน้ำซับที่ใกล้เขตคำขอประทานบัตรที่สุดห่างกันแค่ ๓๐๐ เมตร  ไม่เพียงเท่านั้น, ลักษณะของน้ำซับที่นั่นนอกจากจะผุดขึ้นมาเป็นตาน้ำใหญ่ไหลรวมกันเป็นแอ่งและเป็นบ่อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว  ยังมีลักษณะน้ำซับที่ซึมออกมาจากเนื้อหินทรายกระจายไปทั่วบริเวณด้วย  ซึ่งหินทรายที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตคำขอประทานบัตรของบริษัทฯก็มีน้ำซับซึมไหลแทรกเนื้อหินทรายขึ้นมาบนพื้นผิวกระจายไปทั่วบริเวณเช่นเดียวกัน

 

มีเรื่องน่าสนใจตรงที่กฎหมายแร่ฉบับใหม่  มาตรา ๑๗ วรรคสี่ได้บัญญัติเนื้อหาสอดคล้องกับความรู้ในนิเวศวิทยาของชาวบ้านเอาไว้ว่า พื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมืองต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน  โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด  พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ  หรือพื้นที่แหล่งต้นน้ําหรือป่าน้ําซับซึม”  นั่นหมายความว่าแหล่งหินทรายที่นั่นมีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศสูงมาก  ในสภาพพื้นที่จริงนอกจากเป็นแหล่งน้ำซับน้ำซึมแล้ว  ยังเป็นพื้นที่แหล่งอาหารหาอยู่หากินของชาวบ้านอีกด้วย  หากเกิดกระทบกระเทือนจากการระเบิดที่ประกอบด้วยปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรทผสมน้ำมันดีเซลเพื่อทำเหมืองหินทรายอาจจะส่งผลให้แหล่งน้ำสำคัญต่อชีวิตของผู้คนที่นั่นเสียหายไปด้วยอย่างแน่นอน   

 

ในด้านการคมนาคมขนส่งที่ระบุไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  หรือ EIA  หากมีการทำเหมืองเกิดขึ้นจะมีรถบรรทุกหนักขนแร่วิ่งเข้าออกหมู่บ้านไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๘ เที่ยว (แบ่งเป็นรถเปล่า ๕๔ คัน  และบรรทุกแร่เต็มรถอีก ๕๔ คันนั่นแสดงว่าจะมีรถบรรทุกแร่หินทรายวิ่งเข้าออกหมู่บ้านเดือนละ ๓,๒๔๐ เที่ยว  ปีละ ๓๙,๔๒๐ เที่ยว  และ ๙๘๕,๕๐๐ เที่ยวตลอดอายุประทานบัตร  จากปริมาณสินแร่หินทรายที่คำนวณได้ตลอดอายุประทานบัตร ๒๕ ปี  เท่ากับ  ๑๙,๗๑๑,๖๒๐ เมตริกตัน  คิดเป็นเงินจากการขายแร่หินทรายที่ ๑๕๐ บาทต่อเมตริกตัน  ตลอดอายุประทานบัตรจะได้เป็นเงิน ๒,๙๕๖,๗๔๓,๐๐๐ บาท  มันจึงเป็นตัวเลขที่ยั่วยวนใจสมาชิกสภาเทศบาลตำบลคำป่าหลายเมื่อคราวการประชุมสมัยวิสามัญ สมัยที่ ๑  ครั้งที่ ๑  ประจำปี ๒๕๖๐  วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐  ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลคำป่าหลาย  ให้ยกมือรับรองรายงานการประชุมประชาคมของชาวบ้านนาคำน้อยหมู่ที่ ๖ เพื่อให้บริษัทฯดำเนินการขอประทานบัตรในขั้นตอนต่อไปได้ด้วย ๗ คะแนนเสียง  อีก ๕ คะแนนเสียงแทนที่จะยกมือไม่เห็นด้วย  แต่ลังเลใจจึงใช้วิธีแสดงตนว่างดออกเสียงแทน  เผื่อวันข้างหน้าอาจจะเปลี่ยนใจมาสนับสนุนเหมืองได้  ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ที่จะได้จากค่าภาคหลวงแร่เพียงปีละ ๙๔๖,๑๕๘ บาทเท่านั้น[[2]ไม่ใช่ปีละ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท  ตามความเข้าใจผิดของสมาชิกสภาเทศบาลตำบลคำป่าหลายที่ยกมือให้กับเหมือง     

 

 

[[1]ประกาศกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  เรื่อง  ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่  คำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง  คำขอที่ ๒/๒๕๕๙  เนื้อที่ประมาณ ๒๑๕ ไร่ ๓ งาน ๓๘ ตารางวา  ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ ๖ ตำบลคำป่าหลาย  อำเภอเมืองมุกดาหาร  จังหวัดมุกดาหาร  ประกาศ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๑  ลงชื่อนายวสันต์ นิสัยมั่น  เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่

[[2]กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ประกาศพิกัดค่าภาคหลวงแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายอยู่ที่ร้อยละ ๔ จากราคาขายของสินแร่  โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๘ เป็นต้นมา  โดยเทศบาลตำบลคำป่าหลายซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่คำขอประทานบัตรจะได้ส่วนแบ่งร้อยละ ๒๐ จากค่าภาคหลวงแร่

หกปีก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรธรณีมีความเห็นไว้ว่า[[1]เนื่องจากแหล่งหินทรายบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้หมู่บ้านแหล่งชุมชน  และจากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่าทรัพยากรแร่ของจังหวัดมุกดาหารถึงแม้จะมีปริมาณไม่สูงมาก  แต่การนำทรัพยากรแร่มาใช้ประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ส่งผลกระทบหลายด้าน  โดยเฉพาะทางสังคมและสิ่งแวดล้อม  ดังนั้น  การนำทรัพยากรแร่ของจังหวัดมุกดาหารมาใช้ประโยชน์ควรคำนึงถึงความต้องการใช้ประโยชน์แร่ชนิดนั้นของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก  โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  และต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน 

            โดยอธิบายขยายความเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า  หากจะนำหินทรายในบริเวณดังกล่าวมาพัฒนาโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้เอกชนหรือแม้กระทั่งรัฐเองเข้าไปทำเหมืองแร่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนเป็นอย่างมากด้วย  โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการพิจารณาอนุญาตตามแนวทาง  ระเบียบและกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด  โดยประเด็นสำคัญที่ต้องร่วมพิจารณา  เช่น  ข้อจำกัดเชิงพื้นที่  และการมีส่วนร่วมในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งก่อน  ระหว่าง  และภายหลังการทำเหมือง  เป็นต้น 

            ซึ่งเป็นข้อคิดเห็นหรือข้อแนะนำที่ดีมาก  แต่ความจริงกลับพบว่า EIA  หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  โครงการทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทราย  เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง  คำขอประทานบัตรที่ ๒/๒๕๕๙  ตั้งอยู่ที่  หมู่ที่ ๖  ตำบลคำป่าหลาย  อำเภอเมืองมุกดาหาร  จังหวัดมุกดาหาร”  ที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านเหมืองแร่ (คชก.)  ให้ความเห็นชอบไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐  ที่อยู่ในมือของบริษัทฯและหน่วยงานราชการกลับไม่ได้เปิดเผยเป็นการทั่วไปให้ชาวบ้านได้รับทราบหรือสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างอิสระเสรี

 

ในวันประชุมสมัยวิสามัญ สมัยที่ ๑ ที่ยกมือให้เหมือง ๗ เสียงนั้น  ทั้งพนักงานบริษัทฯและสมาชิกสภาเทศบาลได้หยิบยกเรื่องผลกระทบด้านลบต่อวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมขึ้นมาพูดคุยกันประปราย  ซักถามกันพอประมาณเพราะรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ยังอยู่ในระหว่างการจัดทำและยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก คชกจึงไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงในการประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาแสดงให้สมาชิกสภาเทศบาลได้เห็นเลย  แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่คุยกันถึงผลกระทบด้านบวกที่จะได้รับจากการทำเหมือง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าภาคหลวงแร่  กองทุนเฝ้าระวังดูแลสุขภาพของชุมชน  กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน  การจ้างงาน (ซึ่งไม่บอกว่ากี่ตำแหน่ง  แต่บอกแค่ว่าราษฎรซึ่งทำกินในบริเวณที่ขอประทานบัตร ๔ ราย  จะจ้างให้เป็นยามหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผลประโยชน์ที่จะได้รับอื่น ๆ  จึงนับว่าเป็นกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้ดำเนินการขอประทานบัตรที่ไม่ถูกต้องเอาเสียเลย  เพราะไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงด้านการประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาประกอบการตัดสินใจได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพียงพอ

 

ข้อย้อนแย้งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือในท้องที่ตำบลคำป่าหลายมีความขัดแย้งเรื่องการใช้ประโยชน์ในที่ดินเขตป่ามายาวนาน  นโยบายจัดสรรที่ดินทำกินในเขตป่าและขับไล่คนออกจากป่าเปลี่ยนมาตามยุคสมัย  ปัจจุบัน, จากผลของนโยบายทวงคืนผืนป่าตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗  มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้บางคนกำลังดำเนินการเพื่อยึดคืนที่ดินทำกินในเขตป่าของชาวบ้านซึ่งอยู่ในเขตคำขอประทานบัตรแปลงดังกล่าวเอาไปให้เอกชนทำเหมืองหินทราย 

            ในขณะที่ชาวบ้านต้องการความยั่งยืนในการดำเนินชีวิตอันประกอบด้วยความมั่นคงในที่ดินสามส่วนด้วยกัน  อันได้แก่  ที่ดินอยู่อาศัยซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือน  ที่ดินทำกินเพื่อปลูกอาหารและเลี้ยงสัตว์  และที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนรวมอย่างเช่นป่าชุมชนเพื่อใช้สอยในประโยชน์สาธารณะตามฤดูกาล  ซึ่งในคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ที่ออกมาปรามการกระทำของเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใช้มาตรการและวิธีรุนแรงกับชาวบ้านตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ มากจนเกินไปก็ระบุไว้ชัดเจนว่า การดําเนินการใด ๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้  ผู้ที่มีรายได้น้อย  และผู้ไร้ที่ดินทํากิน  ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้น ๆ ก่อนคําสั่งนี้มีผลบังคับใช้  ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่  จะต้องดําเนินการสอบสวน  และพิสูจน์ทราบ  เพื่อกําหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดําเนินการตามขั้นตอนต่อไป”  ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่นั่นก็เป็นผู้อาศัยในพื้นที่เดิมนั้น ๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ก็ยังถูกกลั่นแกล้ง  อาจจะด้วยผลประโยชน์บังตาหรือไม่ก็ไม่อาจชี้ชัดได้เพราะไม่มีหลักฐานหนักแน่นเพียงพอที่จะกล่าวหาเจ้าหน้าที่คนนั้นได้   

 

แต่ทั้งหมดนี้  จะส่งผลให้ระบบนิเวศน้ำซับคำป่าหลายถูกทำลายลงหากกลไกและมือไม้ของรัฐอนุญาตให้ประทานบัตรทำเหมืองหินทราย.

 

                                                                       

 

ภาพประกอบบทความ

. ชื่อไฟล์ “1”  แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ  เส้นสีแดงล้อมรอบด้านบนคือเขตคำขอประทานบัตรที่ ๒/๒๕๕๙  เส้นสีแดงล้อมรอบด้านล่างคือเขตป่าน้ำซับซึมและบ่อน้ำซับบ่อที่ ๓  (เครดิตภาพ : กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย)

 

. ชื่อไฟล์ “2”  ภาพถ่ายชาวบ้านยืนถือป้ายคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองหินทราย  (เครดิตภาพ : กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย)

 

. ชื่อไฟล์ “3” - “15”  ภาพถ่ายจากจุดบ่อน้ำซับบ่อที่ ๓  (เครดิตภาพ : อดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน)

. ชื่อไฟล์ “16” - “18”  ภาพถ่ายหมุดเขตคำขอประทานบัตรและสภาพหินทรายในบริเวณคำขอประทานบัตรที่ ๒/๒๕๕๙  (เครดิตภาพ : อดิศักดิ์ ตุ้มอ่อน)

 

[[1]จากเอกสาร การจำแนกเขตเพ่ือการจัดการด้านธรณีวิทยา  และทรัพยากรธรณีจังหวัดมุกดาหาร”.  กรมทรัพยากรธรณี  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม๒๕๕๕

 

Recent posts