Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกากรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง

นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกากรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง

14 September 2018

2013

 

ในคดีสงครามยาเสพติดอันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์

วันที่ 6 กันยายน 2561 เวลา 09.30 น. ณ  ศาลอาญา  ถนนรัชดาภิเษก  มีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.3252/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อ.2600/2555  ระหว่าง พนักงานอัยการ  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 โจทก์  กับ ด.ต.อังคาร  คำมูลนา ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน จำเลย จึงขอเชิญสื่อมวลชนและท่านผู้สนใจเข้าร่วมฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันและเวลาดังกล่าว 

คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย  และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบเพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ   สืบเนื่องจากกรณีนายเกียรติศักดิ์  ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปี เด็กนักเรียน จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตด้วยการถูกฆ่าแขวนคอที่กระท่อมกลางทุ่งนาใน จ.ร้อยเอ็ด หลังจากได้รับการปล่อยตัวจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2547 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามกับยาเสพติด โดยญาติของนายเกียรติศักดิ์ ในฐานะผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการด้วย

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า  

1.        จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 289 (4) ประกอบมาตรา 83 ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ประหารชีวิต ฐานร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย จำคุก 1 ปี แต่เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษอื่นมารวมอีกได้ ให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว  

2.        จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 วรรคแรก ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ ลงโทษจำคุก 7 ปี

3.        จำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนในการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

4.        ยกฟ้องจำเลยที่ 4

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า

1.        จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ฐานร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย จำคุก 1 ปี แต่เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษอื่นมารวมอีกได้ ให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

2.    จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ฐานร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตายจำคุก 1 ปี แต่คำให้การในชั้นสอบสวนและการนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 50 ปี

3.    จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ฐานร่วมกันย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตายจำคุก 1 ปี และฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบจำคุก 5 ปี แต่คำให้การในชั้นสอบสวนและการนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ให้จำคุกจำเลยที่ 3 ตลอดชีวิต

4.        จำเลยที่ 5 และที่ 6 มีความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ จำคุกคนละ 5 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 6 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ในระหว่างฎีกาศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ด้วยหลักประกัน 1 ล้านบาท และมีเงื่อนไขว่าห้ามออกนอกประเทศ  ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 นั้น ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดย 1 ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว คือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์  ถิตย์บุญครอง อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์  ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์  ถิตย์บุญครอง ทั้งนี้  สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย

ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2552 พนักงานอัยการ  สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร  คำมูลนา ที่ 1    ด.ต.สุดธินัน  โนนทิง ที่ 2   ด.ต.พรรณศิลป์  อุปนันท์ ที่ 3  พ.ต.ท.สำเภา  อินดี ที่ 4   พ.ต.อ.มนตรี  ศรีบุญลือ ที่ 5   พ.ต.ท.สุมิตร  นันท์สถิต ที่ 6  เป็นจำเลยในคดีดังกล่าว  นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน และการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รัษฎา  มนูรัษฎา  (ทนายความ)                081-4394938              

วราภรณ์  อุทัยรังษี  (ทนายความ)            092-4725511

 

--

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
โทรศัพท์ /แฟ๊กซ์ : 02-275 3954
อีเมล์ : hrla2008@gmail.com
www.naksit.net

 

Recent posts