Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

Ozil เหยื่อการกดขี่ทางเชื้อชาติในยุโรป ศตวรรษที่21

Ozil เหยื่อการกดขี่ทางเชื้อชาติในยุโรป ศตวรรษที่21

8 August 2018

2671

ขอบคุณภาพประกอบจาก นสพ.ไทยรัฐ https://www.thairath.co.th/content/294346

 

 

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้
Shukur2003@yahoo.co.uk
             ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด และผู้เจริญรอยตามท่าน
              ท่ามกลางความยินดีต่อเหล่านักเตะฝรั่งเศสที่เชิดชูพวกเขาถึงแม้จะมีความแตกต่างทางชาติพันธ์ กลับได้ยินเรื่องน่าเศร้าวงการฟุตบอลเยอรมันเมื่อเมซุตหรือโลกมุสลิมเรียกเขาว่า มัสอูต โอซิล (Ozil)ได้ออกมาเปิดเผยการเหยียดหยามทางเชื้อชาติต่อเขา เพราะไม่สามารถนำเยอรมันก้าวสู่แชมป์โลกเหมือนสี่ปีที่ผ่านซ้ำร้ายยังตกรออบแรกด้วยลำแข้งเกาหลีใต้ (โปรดดู https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2020267557985044&id=368862193125597)
              เขากล่าว่า  “เมื่อคุณถูกตัดสินความเป็นคน ด้วยชาติกำเนิด...หาใช่ สิ่งที่เคยทำให้กับประเทศชาติ”
ผมโคตรผิดหวัง กับสิ่งที่ได้รับจากสมาคมลูกหนังเยอรมัน และนั่นทำให้ผม ไม่อยากใส่เสื้อทีมชาติที่มีตราอินทรีเหล็ก ลงสนามอีกแล้ว......นี่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ทุกๆอย่างที่ผมได้ทำมาตั้งแต่ลงเล่นให้ทีมชาติครั้งแรกในปี 2009 มันไม่เคยมีคนจดจำได้เลย......คนที่จิตใจคับแคบ มองแต่เรื่องของเชื้อชาติ และสายเลือดเป็นหลัก ไม่ควรได้ทำงานในวงการลูกหนังที่นักเตะหลายๆคน เลือกชาติกำเนิดของพวกเขาเองไม่ได้......ทัศนคติของคนเหล่านี้ ไม่ได้ส่งเสริม สิ่งที่นักเตะสมควรได้รับแม้แต่น้อย
มันช่างทำใจยากจริงๆ แต่หลังจากที่ผมได้ลองคิดทบทวนแล้ว มันคงดีที่สุด ที่ผมจะเลิกลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมันเสียที ในขณะที่ผมยังรู้สึกถึงการแบ่งแยก และดูถูกในเชื้อชาติของผมเอง.......ผมเคยสวมเสื้อเยอรมันลงเล่นด้วยความภาคภูมิใจ และ ตื้นตันใจ แต่ตอนนี้มันเหลือแค่ความว่างเปล่าในจิตใจ ผมไม่รู้สึกอะไรกับเสื้อตัวนี้อีกแล้ว........แน่นอนว่า มันน่าเสียดาย ที่ต้องบอกลา เพื่อนร่วมทีม สตาฟ์โค้ชทุกคน และแฟนๆ...แต่ในเมื่อมีใครบางคนในสมาคม พยายามที่จะเอาเรื่องสายเลือดความเป็น ตุรกี ของผม มาเป็นประเด็นในการโจมตี ทั้งทางการเมือง และ ชีวิตส่วนตัว......ผมคงต้องขอพอแค่นี้จริงๆ และ ผมจะไม่มีวันนั่งเฉยๆ ให้พวกเขาชี้นิ้วดูถูกผมอีก...การแบ่งแยกและเหยียดเชื้อชาติ ไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องไร้สาระ ที่ยอมรับได้อีกต่อไป
“วันที่ทีมชนะ ทุกคนบอกว่า ผมเป็นคนเยอรมัน...แต่เมื่อวันใดที่ทีมพ่ายแพ้ ผมก็เป็นแค่คนตุรกีพลัดถิ่น....สำหรับพวกเขา” 

             ความเป็นจริงการเหยียดหยามทางเชื้อชาติของคนผิวขาวต่อผู้อพยพ ผู้ลี้ภัยที่มาจากเอเชีย ตะวันออก อัฟริกาหรือแม้กระทั่งยุโรปตะวันออกมีมาตลอดอย่างยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นความรุนแรงทางวัฒนธรรมและโครงสร้าง(โปรดดูhttps://prachatai.com/journal/2006/07/8908)

         หากย้อนดูประวัติคนเยอรมันที่มีทัศนะต่อคนตุรกีอพยพผ่านงานวิชาการจะไม่แปลกและเข้าใจทัศนะคนเยอรมันตอนนี้ เช่น เรื่องเล่าชาติพันธุ์และอาชญากรรมในพื้นที่ “บ้าน” ใน Happy Birthday, Tuerke: einkayankaya-roman Ethnic Narratives and Crime in “Home” Space in Happy Birthday, Tuerke: einkayankaya-romanเขียนโดย ชุติมา เกตุพงษ์ชัยจาก ภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ

(โปรดดูresearchconference.kps.ku.ac.th/article_9/pdf/o_human16.pdf)

 

                        อาจารย์ชุติมา เกตุพงษ์ชัยกล่าวว่า บทความวิจัยชิ้นนี้มุ่งศึกษาการวิพากษ์โต้กลับวาทกรรมชาติพันธุ์ของสังคมเยอรมันกระแสหลักที่ส่งผลต่อการนำเสนอภาพแทนชาวเติร์กพลัดถิ่นและชาวเยอรมันเชื้อสายเติร์กในงานเขียนเรื่อง Happy Birthday, Tuerke!: ein kayankaya-roman (1987) โดยอาศัยประเด็นเรื่องการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ “บ้าน” และการสืบสวนข้อเท็จจริงจากมุมมองของคนชายขอบอย่างตัวละครผู้พลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กเข้ามาประกอบการวิเคราะห์ตัวบทที่คัดสรร จากการศึกษาพบว่า มุมมองและการดำเนินเรื่องโดยตัวละครนักสืบเชื้อสายเติร์กช่วยเผยให้เห็นภาพสังคมเยอรมันตะวันตกช่วงก่อนการรวมชาติเยอรมนีในลักษณะของเครือข่ายสังคมที่มีความซับซ้อนและประกอบไปด้วยกลุ่มคนหลากชาติพันธุ์และมีหลายอัตลักษณ์แต่สัมพันธ์กันในทางใดทางหนึ่ง มากกว่าสังคมที่ประกอบไปด้วยกลุ่มคนสองขั้วต่าง อันได้แก่ ชาวเยอรมันและกลุ่มคนชายขอบอื่นๆ ตามทัศนคติของสังคมเยอรมันกระแสหลัก ตลอดจนสะท้อนให้เห็นการใช้ความรุนแรงระหว่างกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่เยอรมนีร่วมสมัย ซึ่งเป็นผลมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่นและวิกฤตอัตลักษณ์พลัดถิ่นของตัวละคร   การนำเสนอภาพแทนชาวเติร์กพลัดถิ่นและชาวเยอรมันเชื้อสายเติร์กตามทัศนคติของสังคมเยอรมันกระแสหลักมักให้ภาพคนพลัดถิ่นเหล่านี้ในเชิงแบบฉบับตายตัวว่า พวกเขาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ “ชาวตะวันออก” ที่มีวิถีชีวิตและค่านิยมที่แตกต่างจากชาวเยอรมัน โดยเฉพาะในเรื่องของการไร้ความสามารถด้านภาษา และการใช้ชีวิตครอบครัวตามระบบปิตาธิปไตยหรือระบบชายเป็นใหญ่ที่ทำให้ชาวเยอรมันรู้สึกวิตกกังวล ส่งผลให้ชายพลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กถูกเข้าใจว่ามีความป่าเถื่อนก้าวร้าว และมีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรงคล้ายกับผู้ร้ายหรือ อาชญากร ในขณะที่หญิงพลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กเองก็ถูกเข้าใจว่าได้รับการกดขี่และเป็นเสมือนเหยื่อของความรุนแรงเหล่านั้น อย่างไรก็ดี งานเขียนเรื่อง Happy Birthday, Tuerke!: ein kayankaya-roman (1987) ของนักเขียนชาวเยอรมันชื่อ ยาคอบ อาร์จูนี เลือกที่จะนำเสนอเรื่องภาพแทนด้านชาติพันธุ์และเรื่องความรุนแรงด้วยมุมมองที่แตกต่าง ผ่านตัวละครนักสืบเชื้อสายเติร์กชื่อนายเคมาล คายันคายา ที่ได้รับการจ้างให้สืบคดีฆาตกรรมแรงงานชาวเติร์กพลัดถิ่นคนหนึ่งในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เรื่องเล่าจากการรวบรวมข้อมูลที่น่าสงสัยและเหตุการณ์ที่คล้ายจะไม่เกี่ยวเนื่องกันระหว่างตัวละครชาวเยอรมันและตัวละครผู้พลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กเผยให้เห็นการโต้ตอบและการตั้งคำถามกับวาทกรรมภาพแทนผู้พลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กของสังคมเยอรมันกระแสหลักว่า แท้จริงแล้ว คนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นใดและมาจากชาติพันธุ์ไหน ก็สามารถใช้ความรุนแรงและเป็นผู้กระทำผิดได้ทั้งนั้น ตลอดจนทัศนคติของสังคมเยอรมันกระแสหลักต่างหากที่พยายามก่อ “อาชญากรรม” ที่ร้ายแรงกว่า นั่นคือการกดทับหรือการกำจัดผู้พลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กออกไปจากพื้นที่สังคมเยอรมันด้วยความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ แม้ว่าตัวละครผู้พลัดถิ่นเชื้อสายเติร์กทั้งชายและหญิงจะมีลักษณะที่ตรงข้ามกับภาพแทนเชิงชาติพันธุ์ข้างต้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเยอรมันร่วมสมัยไปแล้ว

      บทเรียนครั้งนี้สะท้อนสังคมเยอรมันลึกๆถึงแม้รัฐธรรมนูญเยอรมันจะรับรองความเท่าเทียมด้านสิทธิมนุษยชน แม้จะหลากหลายทางวัฒนธรรม  สีผิว เชื้อชาติ(โปรดดู http://www.goethe.de/lrn/prj/wnd/idl/grl/thindex.htm)

 
               หากรัฐบาลเยอรมัน ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นระบบเเละถอนรากถอน

การกดทับอย่างกรณีของOzil ดาราดังก็จะเกิดขึ้นอีกต่อคนชายขอบ และ พลัดถิ่นในเยอรมันหรือยุโรปแม้จะอยูศตวรรษที่21แล้วก็ตาม

              Ozil เป็นเพียงตัวละครหนึ่งของเหยื่อการกดขี่ทางเชื้อชาติในยุโรป ศตวรรษที่21เท่านั้น 

Recent posts