Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

สัมผัสชีวิตผู้ลี้ภัยผ่านนิทรรศการ “อดีต ปัจจุบัน อนาคต: ความหวังของผู้ลี้ภัย”

27 June 2018

1620

สัมผัสชีวิตผู้ลี้ภัยผ่านนิทรรศการ “อดีต ปัจจุบัน อนาคต: ความหวังของผู้ลี้ภัย”

แอมเนสตี้และเครือข่ายชวนมาสัมผัสชีวิตผู้ลี้ภัยผ่านนิทรรศการที่ “ความหลัง” ของผู้ลี้ภัย จะกลายเป็น “ความหวัง” ผ่านเวิร์กชอปทางศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ นิทรรศการจำลอง และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย โดยเปิดให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ของเราให้มากขึ้นกันได้ ในวันที่ 16 - 17 มิถุนายน 2561 เวลา 11.30 -21.00 น.  ณ สยามสแควร์วัน

                แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และอไซลัมแอสเซสประเทศไทย (Asylum Access Thailand) ร่วมกับโครงการพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามแสควร์วัน และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดนิทรรศการ “อดีต ปัจจุบัน อนาคต: ความหวังของผู้ลี้ภัย” (Past Present Future: Stories of Hope for Refugee) เพื่อสร้างความรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยเมืองในประเทศไทย

โดยเล่าเรื่องของพวกเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีอดีต มีความท้าทายในปัจจุบัน รวมถึงความหวังและความฝันสำหรับอนาคต และเน้นย้ำว่าผู้ลี้ภัยจะต้องได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนและมีหลักประกันในชีวิตเช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคน ในทุกปีจะมีการจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อเฉลิมฉลองให้กับพลังใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้ลี้ภัยในทุกประเทศทั่วโลก

                ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ผู้ลี้ภัยผ่านงานศิลปะ วัฒนธรรม และนิทรรศการ มีคนไทยจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และยังไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่างผู้ลี้ภัยและแรงงานข้ามชาติ งานในวันนี้จึงเป็นเสมือนตัวเชื่อมให้คนไทยในเมืองหลวงได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยได้มากขึ้น”

                แสงเดือน เออร์วิง ผู้อำนวยการอไซลัมแอสเซสประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า “หากเป็นไปได้ ไม่มีใครอยากเลือกเป็นผู้ลี้ภัย แต่เราสามารถช่วยได้ด้วยการรักษาสันติภาพของโลก และปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขา”

                นิทรรศการครั้งนี้ เล่าเรื่องตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยนิทรรศการในส่วนของอดีต ได้จัดแสดงภาพวาดผู้ลี้ภัยจากปลายปากกาของเด็กเพาะช่าง แสดงให้เห็นถึงชะตากรรมของผู้ลี้ภัยในอดีตและความรู้สึกของพวกเขาต่อเหตุการณ์ที่ประสบ เช่น เจมส์ เด็กหนุ่มชาวกัมพูชาวัย 23 ปี ที่ต้องลี้ภัยมาตั้งแต่เด็กพร้อมกับครอบครัวเพียงเพราะความคิดเห็นทางการเมืองของคุณพ่อ หรือกัลม่า ชาวโรฮิงญาที่ต้องหลบหนีจากการระเบิดไล่ที่ ต่อมาในส่วนของปัจจุบัน ได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศที่อยู่อาศัยของผู้ลี้ภัยในเมืองแบบ 360 องศา ผ่านเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) และมีการจัดแสดงของใช้จริงของผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ผู้ลี้ภัยเคยใช้ในประเทศของตัวเองก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งและทำให้ต้องลี้ภัย เช่น เครื่องแบบ เครื่องแต่งกาย หนังสือเรียน รองเท้า กระจก และเครื่องสำอางค์ และสำหรับนิทรรศการในส่วนอนาคต ได้บอกเล่าเรื่องราวความหวังและความฝันของผู้ลี้ภัยผ่านคลิปเสียง ว่าพวกเขามีความฝันอะไรบ้าง และมีความคาดหวังให้สังคมเปิดรับพวกเขาอย่างไร

                สำหรับกิจกรรมบนเวทีได้เปิดให้มีการสนทนาอย่างเป็นกันเอง ในหัวข้อ “อดีต ปัจจุบัน อนาคต: ความหวังของผู้ลี้ภัย” ร่วมคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราวโดย ศักดิ์ดา แก้วบัวดี นักแสดงภาพยนตร์อิสระและเพื่อนของผู้ลี้ภัย เอเอส ผู้ลี้ภัยชาวปากีสถาน นอกจากนั้นยังมีการแสดงดนตรีสดโดยนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการแสดงดนตรีจากวัฒนธรรมของผู้ลี้ภัย สลับกับกิจกรรมบนเวทีตลอดทั้งงาน

                ภายในงานยังเปิดให้ประชาชนที่เข้าร่วมได้เรียนรู้วัฒนธรรมของผู้ลี้ภัยและทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นในฐานะเพื่อนมนุษย์ ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอป ”เพ้นท์เฮนน่า” ที่ถูกนำไปใช้เป็นแฟชั่น และใช้ในพิธีแต่งงานของหลากหลายวัฒนธรรม โดยใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ก็จะมีลายเพ้นท์เป็นของตัวเอง และเวิร์กชอป “การเย็บปักผ้าสไตล์ชาวม้ง” ซึ่งเป็นทักษะที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ทักษะและแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับช่างฝีมือ นอกจากนั้นยังเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านอาหาร 5 สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น ซีเรีย ปากีสถาน ศรีลังกา เวียดนาม และโซมาเลีย

                แอมเนสตี้ ประเทศไทยเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้ร่วมกัน Take Action เชิงสัญลักษณ์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2561 นอกจากนั้นยังเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมงานส่งโปสการ์ดให้กำลังใจผู้ลี้ภัย และส่งข้อความถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องสิทธิที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำมั่นสัญญาในที่ประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัย ปี 2559 ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดทำระบบคัดกรองผู้ลี้ภัยให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของ การตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ให้สิทธิการศึกษา และฝึกอาชีพแก่คนในพื้นที่พักพิงฯ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานรณรงค์ของแอมเนสตี้ที่ต้องการสร้างหลักประกันว่า รัฐบาลได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาดังกล่าว

                นิทรรศการในครั้งนี้ จัดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 16-17 มิถุนายน 2561 เวลา 11.30- 21.00 น. ณ สยามสแควร์วัน ชั้นใต้ดิน เนื่องในโอกาสวันผู้ลี้ภัยโลก ซึ่งแอมเนสตี้ทำงานรณรงค์เรื่องผู้ลี้ภัยในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ให้กับคนทั่วไป และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อหาหนทางการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน

Recent posts