Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

“บุญ” มี แต่ “บุญ” ก็บัง: ก้าวที่หล่นหายของพี่ตูน บอดี้สแลม

“บุญ” มี แต่ “บุญ” ก็บัง: ก้าวที่หล่นหายของพี่ตูน บอดี้สแลม

24 November 2017

2938

“คนดีกับพลเมืองดี ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป”

-อริสโตเติล

 

 

หลังจากความสำเร็จในโครงการระดมทุน “ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน” เมื่อปี 2559 และในปีนี้จึงเกิดโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ที่พี่ตูน Bodyslam หรือ นายอาทิวราห์ คงมาลัย ออกมาวิ่งเพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลทั่วประเทศ 11 โครงการ จาก อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระยะทางรวม 2,191 กิโลเมตร กลายเป็นปรากฏการสังคมที่ถูกพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งกระแสตอบรับในด้านดีและกระแสชื่นชมอย่างหนาแน่น หลายเสียงออกมาให้การสนับสนุนการกระทำของพี่ตูนและยกย่องให้เป็นบุคคลตัวอย่างในด้าน “การทำความดี” และ “การมีจิตอาสา” ในขณะเดียวกันก็มีกระแสออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ออกมาแซะว่าการกระทำของพี่ตูนสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยชอบแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ตระหนักถึงสิทธิในการเรียกร้องความชอบธรรม ยังไม่รวมถึงบรรดาพลเมืองออนไลน์ที่เข้ามาร่วมแซะ ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้อีกมากมาย

จิตอาสา = การทำบุญ

กระแสเรื่อง “จิตอาสา” เหมือนจะเป็นกระแสหลักในการโปรโมทโครงการและสามารถดึงประชาชนให้มีส่วนร่วมกับโครงการนี้ได้เป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันเองนั้น “จิตอาสา” ก็กลายเป็น กระแสหลักของประชาชนเช่นกันในการทำความดีและถูกนำไปผูกโยงกับ “การทำบุญ” และ “ผลบุญ” ไว้อย่างกับเป็นเทปม้วนเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แปลกหู แปลกตา ดูจะเป็นเรื่องธรรมดา ตรรกะพื้นฐานในสังคมไทยด้วยซ้ำไป ด้วยพื้นฐานสังคมไทยมีหลักการและเหตุผลอิงกับศาสนาพุทธในหลายๆเรื่อง ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ได้ยินจนคุ้นหูตั้งแต่เริ่มเรียนวิชาสังคมศึกษาว่า ประชาชนไทยมีสิทธิเสรีภาพทางศาสนา ก็ตาม แต่คงปฏิเสธได้ยากจากตัวอย่างที่ทยอยออกมาอวดโฉมให้ประชาชนไทยชื่นชมอยู่ร่ำไป  อย่างการนำศาสนามาผูกกับข้อบังคับใช้ในกฎหมายห้ามซื้อขายเหล้าในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ? เป็นต้น

นักวิชาการหลายท่านเองก็ออกมาให้ความหมายเกี่ยวกับคำว่า “จิตอาสา” ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ ให้ความเห็นว่า “จิตอาสา คือจิตที่ต้องการให้ผู้อื่น ตั้งแต่การให้เงิน ให้ของ จนกระทั่งให้แรงงานแรงสมองหรือที่เรามักเรียกว่า อาสาสมัคร เพื่อช่วยให้ผู้อื่นหรือสังคมมีความสุขมากขึ้น การให้หรือเสียสละนี้สามารถทำไปได้จนถึงการเสียสละความเป็นตัวตนหรืออัตตาของเรา ลงไปเรื่อยๆ” จากความหมายที่ดร. มิชิตา ได้ให้ไว้ ผนวกกับ อุปนิสัยในการทำบุญของพุทธศาสนชนชาวไทยที่มักจะเป็นเรื่องของการบริจาคปัจจัยทั้งสิ่งของ และเงินตรา จึงไม่แปลกที่โครงการก้าวคนละก้าวฯ ของพี่ตูนจะกลายมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในสังคมไทยและ “จิตอาสา” ก็ถูกยกคุณค่าจากเหตุผลทางศาสนาอย่าง “ผลบุญ” มาเป็นคุณสมบัติสำคัญของการเป็นคนดี

แต่หากมองในอีกแง่ การที่ประชาชนออกมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหากันเอง นั่นก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาในการเข้าถึงสวัสดิการทางสังคมของประชาชนที่ไม่ทั่วถึงและไม่ถูกแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเสียที การทำหน้าที่ที่บกพร่องของหน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลที่ไม่สามารถบริหารจัดการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการและได้รับสิทธิทางสังคมที่ครบถ้วนเท่าเทียมกัน ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสวัสดิการและการได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ในขณะเดียวกันการช่วยเหลือในรูปแบบของจิตอาสาเพียงอย่างเดียวก็เหมือนเป็นดาบสองคมที่แม้จะสร้างให้เกิดความสุขทางจิตใจกับคนทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่ในแง่ของการแก้ไขปัญหา รูปแบบของกิจกรรมอาสาส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยเหลือในด้านของการบริจาควัถตุและเงินทองเสียส่วนใหญ่ซึ่งพอหมดไปปัญหาก็จะวนกลับมาเกิดอีกครั้ง เป็นการทำให้เกิดวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือ สังคม/พื้นที่/คน ในที่ๆหนึ่งมีปัญหาจากนั้นก็จะมีกลุ่มกิจกรรมหรือประชาชนบางกลุ่มเข้าไปช่วยเหลือวนไปเรื่อยๆ จากข้อจำกัดทางความสามารถและอำนาจในตัวบุคคล อาจรวมถึงการที่ประชาชนไม่มีความรู้ในเรื่องสิทธิที่ตนพึงได้รับอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “การช่วยเหลือ” ในปลายเหตุของปัญหา มากกว่า “การเรียกร้อง” หรือ มุ่งเน้นไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ในสิ่งที่ตนและคนอื่นๆพึงได้รับ

อ่านมาถึงตรงนี้ ขอออกตัวว่าผู้เขียนไม่ได้หมายความว่า “จิตอาสา” นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีหรือ การออกมาวิ่งของพี่ตูนเพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลนั้นเป็นเรื่องผิด ตรงกันข้ามกลับเห็นว่าการมี “จิตอาสา” ของประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่ดีหากแต่ไม่โดนอะไรมาบดบังเจตนาที่แท้จริงในการทำงานจิตอาสานั้นๆ อย่างกรณีพี่ตูน การที่พี่ตูนออกมาวิ่งเพื่อช่วยระดมทุนนั้นเจตนาที่หวังจะช่วยเหลือโรงพยาบาลและเพื่อนมนุษย์ที่ลำบากกว่าถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการมี “จิตอาสา” แต่นั่นไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่เห็นได้จากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ นอกเหนือจาก “จิตอาสา” นั่นคือการมี “ความเป็นพลเมือง”

ความเป็นพลเมืองคืออะไร?

“ความเป็นพลเมือง” คือ ความสัมพันธ์ของรัฐและประชาชนและประชาชนในแต่ละรัฐก็จะมีบทบาทที่แตกต่างกันออกไปตามเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายร่วมของรัฐ ในฐานะพลเมืองของสังคมประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คงปฏิเสธไม่ได้ว่า    “ประชาธิปไตย” จะสมบูรณ์ไม่ได้หากพลเมืองขาดความเป็นพลเมือง  Keith Faulks (2000) กล่าวไว้ว่า  “ความเป็นพลเมืองเป็นมากกว่าสิ่งอื่นใด สามารถทําให้เราได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน โดย ที่ประชาธิปไตยได้ส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการมีอิสระทางความคิด” หากแต่ความซ้ำซ้อนทางการปกครองอาจทำให้เราหลงลืมและไม่ทันได้ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ความเป็นพลเมืองมากนัก ด้วย “ความเป็นพลเมือง” เป็นส่วนสำคัญในการดำรงอยู่ของการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เชื่อในสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมของมนุษย์ ความเสรีในการแสดงความคิดเห็น ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็ดำรงอยู่ภายใต้ระบบที่สร้างความแตกต่างทางชนชั้นและสิทธิเสรีภาพอย่างชัดเจน อย่าง ระบบเครือญาติ ระบบอาวุโส และ ระบบกษัตริย์  นั่นทำให้   “ความเป็นพลเมือง” ของพลเมืองไทยและความเข้าใจใน “ความเป็นพลเมือง” ของคนไทยจึงออกมาในรูปแบบที่คลุมเครือและไม่ชัดเจน อย่างที่ปรากฎในปัจจุบัน

อาจจะยังมองภาพไม่ชัดว่า “จิตอาสา” กับ “ความเป็นพลเมือง” แตกต่างกันอย่างไร ลองมาดูที่กรณีของพี่ตูนที่ออกมาวิ่งเพื่อระดมทุนให้กับโรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ จำนวน 11 โรงพยาบาล จากการกระทำของพี่ตูนในครั้งนี้ ลองมาแตกเป็นข้อๆเพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ได้ดังนี้

  1. มองเห็นปัญหาของโรงพยาบาลต่างๆและต้องการช่วยเหลือด้วยการวิ่งระดมทุน (จิตอาสา)
  2. ศึกษาข้อมูลปัญหาของแต่ละโรงพยาบาลเพื่อสำรวจความขาดแคลนของโรงพยาบาลและลงไปสัมผัสกับปัญหาจริงๆ (ติดตามคุณภาพการให้บริการทางสังคมของภาครัฐ, มีความรับผิดชอบต่อสังคม = ความเป็นพลเมือง)
  3. จัดทำโครงการ”ก้าวคนละก้าวฯ” และ หาหน่วยงานสนับสนุนโครงการ (การรณรงค์และเคลื่อนไหวเพื่อสังคม, การตื่นตัวด้วยการใช้สื่อ=ความเป็นพลเมือง)

***ส่วนเรื่องเรียกร้องสิทธิจากรัฐบาลนั้น ด้วยข้อจำกัดของแต่ละรัฐที่แตกต่างกันความเป็นพลเมืองของแต่ละรัฐจึงมีขอบเขตที่ไม่เท่ากัน อย่างในประเทศไทยเป็นรัฐที่จำเป็นจะต้องสร้างความเข้าใจร่วมและการตระหนักร่วมของคนหมู่มากก่อนถึงปัญหาและแนวทางที่สามารถทำได้เสียก่อน ถึงจะเกิดการเรียกร้องอย่างมีประสิทธิภาพและมีน้ำหนักได้

 

ตาราง 1 สิทธิและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม โดย Marshall and Botamore(1992)

สิทธิพลเมือง ความรับผิดชอบในฐานพลเมืองที่ต้องพึงปฏิบัติ
สิทธิและเสรีภาพ

 

  • เสรีภาพในการเคลื่อนไหว
  • สิทธิของความเป็นส่วนตัว
  • เสรีภาพในการพูด คิด และการนับถือศาสนา
  • สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร
  • สิทธิในการรับการรักษาและการรักษาที่เท่าเทียม

สิทธิทางการเมือง

  • สิทธิในการเลือกผู้แทน
  • สิทธิในการแสดงจุดยืนทางการเมือง
  • สิทธิในการรวมตัวทางการเมือง

สิทธิทางสังคม

  • สิทธิทางการศึกษา
  • สิทธิในการได้รับความปลอดภัย
  • สิทธิในด้านสุขภาพอนามัย

สิทธิทางเศรษฐกิจ

  • สิทธิในการประกอบอาชีพ
  • สิทธิในการทำข้อตกลง(สัญญา)อย่างถูกต้องตมกฎหมาย
  • สิทธิในการรับสวัสดิการที่ได้จากระบบเศรษฐกิจขั้นต่ำ
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม
  • การรณรงค์เพื่อสังคม
  • การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของพลเมือง
  • การเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม
  • เรียกร้องความต้องการที่เป็นไปได้ต่อรัฐบาล
  • ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
  • การเรียกร้องความต้องการความยุติธรรม
  • การได้รับการศึกษา
  • การรู้กฎหมาย
  • การได้รับการศึกษาที่เกี่ยวกับการเมือง
  • ตื่นตัวในการใช้สื่อ
  • จ่ายภาษี
  • ติดตามการให้คุณภาพบริการทางสังคมของรัฐและการใช้จ่ายเงินสาธารณะ

 

การกระทำของพี่ตูนจึงไม่ใช่เพียงเป็นการแสดง “จิตอาสา” ของพี่ตูนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการตระหนักต่อ “ความเป็นพลเมือง” ของตนเองที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างปรากฏการณ์ การรณรงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักเห็นปัญหาในประเทศไทยที่มีและไม่ได้รับการแก้ไขจากทางภาครัฐ รวมถึงชื่อเสียงที่โด่งดังของพี่ตูนก็เป็นเชื้อเพลิงในการออกมารณรงค์ในครั้งนี้ให้ประชาชนตื่นตัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หากจะสรุปว่า โครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” นั้นประสบความสำเร็จในการปลุกระดมประชาชนให้สนใจตัวโครงการก็คงได้ เพียงแต่ทุกคนจะมองเห็นอะไรหรือเปล่า สักอย่างจากปรากฏการณ์ครั้งนี้ มองโดยปราศจากแว่นของ “ผลบุญ” และ “ความดี” ก้าวที่เกิดจากความเข้าใจไม่ใช่แค่ระยะทาง ก้าวไปสู่ความเป็นพลเมืองอย่างที่พี่ตูนเป็น

ลองเปิดใจให้กว้าง ให้น้ำหนักกับคุณค่าทางด้านเหตุผลมากกว่าคุณค่าทางด้านจิตใจ บางครั้งเราอาจจะพบว่า ตรรกะที่แบกเริ่มสั่นคลอน เมื่อถึงตอนนั้นลองดำดิ่งไปกับปัญหาของเธอ ให้เวลากับความเศร้าจนมันออกดอกผล ก่อนออกมา อย่าลืมเก็บเกี่ยวผลผลิตติดมือมาด้วยหล่ะ

 

…ในเมื่อเธอทำดีได้และสามารถทำให้มันดีได้มากกว่าเก่า ทำไมเธอไม่ทำ?

 

 

/ลักษณพร ประกอบดี

เอกสารอ้างอิง:

– จิตอาสาคืออะไร โดย: ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ [online],http://www.csrcom.com/articles/view/36 .

– รายงานการวิจัยเรื่อง “ความเป็นพลเมืองในประเทศไทย (Citizenship in Thailand),ดร.ถวิลวดี บุรีกุล รัชวดี แสงมหะหมัด.

Recent posts