Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

มูลนิธิเอไอพีพร้อมเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยความเร็ว

มูลนิธิเอไอพีพร้อมเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยความเร็ว

20 August 2017

1644

ยื่น ข้อร้องเรียนของประชาชนจากผลกระทบการขับรถเร็ว ผ่าน“โครงการฟ้องป้าเปีย” ต่อผู้ว่าฯกทม.- รองผบ.ชน. หลังเปิดรณรงค์ได้ 2 เดือน คนไทยแห่เสนอความเห็นทะลุล้าน  ขณะที่ความเห็นร่วมทุกฝ่าย  เคาะ “เขตบางซื่อ” เป็นพื้นที่นำร่องจำกัดความเร็ว ชงนครบาล ออกข้อบังคับ กำหนดความเร็วไม่เกิน 50 กม.ต่อชม.ในเขตชุมชนหนาแน่น พร้อมเตรียมประกาศใช้ภายในระยะเวลา 2 เดือน เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation)  และภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยความเร็ว นำเสนอผลการรณรงค์ โครงการ “ฟ้องป้าเปีย ช้าลงหน่อย ชีวิตปลอดภัย” (Slow Down to Save Lives) ต่อนายสุธน อาณากุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่งในฐานะผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พ.ต.อ. ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้กำกับการกองบัญชาการ 5 บก.จร.ในฐานะผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล  ภายหลังจากเปิดระดมความคิดเห็นของประชาชนผ่านสื่อออนไลน์  ด้วยการติดแฮชเทค “ #ฟ้องป้าเปีย” ในช่องทางของเฟสบุคส์ ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 รวมระยะเวลา 2 เดือน   น.ส.อรทัย จุลสุวรรณรักษ์ ผู้จัดการมูลนิธิเอไอพี กล่าวว่า หลังจากการรณรงค์ มีประชาชนให้การตอบรับจำนวนมาก โดยคลิปวีดีโอที่ผลิตเพื่อการรณรงค์มียอดเข้าดูกว่า 1 ล้านครั้ง นอกจากนี้ประชาชนยังเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น จากหลากหลายกลุ่มทั้งจากผู้ใช้รถ ใช้ถนน รวมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งชัดเจนว่าการขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นปัญหาของคนกรุงเทพฯ แม้ว่าจะคิดว่ากรุงเทพฯ รถติดไม่น่าจะที่เร่งความเร็วได้ แต่มีสถิติยืนยันว่า การใช้ความเร็วโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เช่น บริเวณตลาด หรือ โรงเรียน สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นกับประชาชนในบริเวณนั้น โดยมูลนิธิฯ ได้นำเสนอข้อมูลจากการรณรงค์ส่งต่อให้กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และ กองบังคับการตำรวจจราจร ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย เพื่อเลือกพื้นที่นำร่องลดความเร็วในเขตกรุงเทพฯ   “ทางมูลนิธิเอไอพีได้ลงสํารวจพื้นที่ร่วมกับมูลนิธิไทยโรดส์ในวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ใน 2 พื้นที่ คือ บริเวณหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ และ บริเวณหน้าตลาดมิ่งขวัญ บ้านนา เขตบางซื่อ ซึ่งจากการลงสํารวจ ได้ใช้คู่มือแนวทางการกําหนดความเร็วจํากัดในเขตเมืองและเทศบาลขององค์การอนามัยโลก ( WHO ) พบว่า ในเขตโรงเรียนโยธินบูรณะ จําเป็นต้องมีการจำกัดความเร็ว ด้วยการออกข้อบังคับจากทางตํารวจนครบาลสําหรับการกําหนดความเร็วในเขตพื้นที่โรงเรียนและชุมชนหนาแน่น  โดยทางมูลนิธิเอไอพี ร่วมกับมูลนิธิไทยโรดส์ จะเป็นผู้ออกแบบระยะการปักป้ายและการตีเส้นการจราจรที่สามารถลดหรือจํากัดความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เช่น ป้ายเตือนลดความเร็ว การตีเส้นบนพื้นผิวจราจร เพื่อที่ผู้ขับขี่รถจะได้ทราบว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ลดความเร็ว” ผู้จัดการมูลนิธิเอไอพี กล่าว   น.ส.อรทัย มั่นใจว่าในพื้นที่บางซื่อ จะประสบความสำเร็จในฐานะพื้นที่นำร่อง เพราะทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ประชาชน โรงเรียน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่มีความเห็นพ้องต้องกัน และให้ความร่วมมือที่ดี ดังนั้นผลของการควบคุมความเร็วน่าจะออกมาดี ซึ่งจะมีการอัพเดทผลของการกำจัดความเร็วในพื้นที่ดังกล่าวให้ประชาชนรับทราบต่อไป ขณะที่การจับกุมการใช้ความเร็วบนถนนที่ผ่านมา พบว่า เจ้าหน้าที่ยังขาดอุปกรณ์ในการตรวจจับ จึงขอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหางบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ให้สามารถยืมมาใช้เพื่อการ สุ่มตรวจจับได้ในแต่ละพื้นที่ด้วย  สำหรับโครงการฟ้องป้าเปีย นั้นยังคงจะต้องดำเนินการต่อไป โดยประชาชนทุกคนสามารถฟ้องป้าเปียได้ในทุกจุดทั่วประเทศ   สำหรับการร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชน ผ่าน https://www.facebook.com/fongpapia/,  https://twitter.com/fongpapia  และ https://www.instagram.com/fongpapia/  ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 นั้น มีผู้มีส่วนร่วมกับโครงการผ่านการติดแฮชแทค “#ฟ้องป้าเปีย” จำนวนกว่า 1 ล้านคน  โดยเป็นชาวกรุงเทพฯจำนวน 517,068 คน รองลงมาคือ จ.นครราชสีมา ตามด้วย จ.ชลบุรี และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา   อีกทั้งทางโครงการฟ้องป้าเปีย ยังได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนกรุงเทพมหานครในเขตพื้นที่ที่มีประชาชนร่วมใช้ถนนกับยานยนต์พบว่ากว่า ร้อยละ 77 มีการเสนอให้มีการจำกัดความเร็วในพื้นที่เขตชุมชนหนาแน่นของกรุงเทพมหานครในหลายพื้นที่อาทิ เขตพื้นที่บางซื่อ บางโพ สุทธิสาร ห้วยขวาง ดอนเมือง ดินแดง รามคำแหง ลาดพร้าว ด้านนายสุธน อาณากุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่งในฐานะผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วหนึ่งของโครงการนี้ โดยที่ผ่านมากรุงเทพมหานครก็ได้เล็งเห็นว่าปัญหาเรื่องการขับรถเร็วเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละปีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยหลังจากนี้กทม.จะลงสำรวจพื้นที่หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ เขตบางซื่อที่จะเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อจะเตรียมออกแบบป้ายเตือนและตีเส้นจราจรให้เหมาะสมกับความเร็วที่เราจะกำหนดใช้กันซึ่งคาดว่าไม่น่าเกิน 2 เดือนก็จะแล้วเสร็จและประกาศเป็นเขตควบคุมความเร็วได้อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ตนยังอยากฝากถึงประชาชนที่ขับขี่ด้วยว่าเมื่อท่านเห็นป้ายเตือนให้จำกัดความเร็วหรือขับขี่รถผ่านย่านชุมชนหนาแน่น อาทิวัดหรือโรงเรียนท่านควรจะลดความเร็วในการขับขี่ลงเพื่อทุกคนจะได้ใช้ทางที่ปลอดภัยร่วมกันได้ ขณะที่ พ.ต.อ. ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้กำกับการกองบัญชาการ 5 บก.จร.ในฐานะผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุุว่า หลังจากนี้ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะเร่งออกข้อกำหนดในการควบคุมความเร็วในพื้นที่นำร่องหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะเขตบางซื่อให้มีการปฏิบัติใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และหากพื้นที่นำร่องแห่งนี้ประสบความสำเร็จก็จะขยายไปยัพื้นที่อื่นในเขตกรุงเทพมหานครอีกด้วย อย่างไรก็ตามแม้ไม่มีข้อกฏหมายบังคับตนก็อยากให้ประชาชนทุกคนขับขี่ด้วยการเคารพกฏจราจรและมีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทางด้วย   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 086-335-1069

Recent posts