Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

‘หุ้นอำพราง’ สัมปทานแร่โปแตชวานรนิวาส

‘หุ้นอำพราง’ สัมปทานแร่โปแตชวานรนิวาส

4 May 2017

1533

  ( ขอบคุณ ภาพจาก  : www.issaranews.org ) เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ 25 มีนาคม 2560 บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ ‘ไชน่าหมิงต๋า’  เจ้าของอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตชที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร จำนวน 12 แปลง แปลงละประมาณ 10,000 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 116,875 ไร่  มีอายุอาชญาบัตรพิเศษ 5 ปี  นับตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2558  มีวิธีการถือหุ้นที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีพฤติกรรมอำพรางหรือไม่  อย่างไร   ถึงแม้ในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามลิ้งก์นี้ http://datawarehouse.dbd.go.th/bdw/est/details2.html?jpNo=0105547017409&jpTypeCode=5ข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม 2560  จะระบุว่าไชน่าหมิงต๋ามีการลงทุนโดยสัญชาติไทยร้อยละ 51  คิดเป็นจำนวนเงินลงทุน 61,302,000 บาท  สัญชาติจีนร้อยละ 49  ที่มูลค่าการลงทุน 58,898,000 บาท  ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่พยายามควบคุมการลงทุนจากสัญชาติอื่นให้ต่ำกว่าการลงทุนจากสัญชาติไทยที่ส่วนใหญ่คงสัดส่วนไว้ที่ร้อยละ 49 ต่อ 51 ก็ตาม  แต่เมื่อตรวจสอบดูข้อมูลกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทตามเอกสารหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ออกให้ ณ วันที่ 19 มกราคม 2560  และผู้ถือหุ้นของบริษัทตามเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น  แบบ บอจ.5  ณ วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559  จะพบว่าบริษัทมีกรรมการบริษัททั้งสี่คนถือสัญชาติจีนทั้งหมด  โดยสองในสี่คนของกรรมการบริษัทเป็นผู้มีอำนาจลงนามและประทับตราสำคัญของบริษัท  และสามในสี่คนของกรรมการบริษัทมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในประเทศจีนทั้งหมด  ยกเว้นหนึ่งคนที่ไม่พบว่าเป็นผู้มีรายชื่อถือหุ้นของไชน่าหมิงต๋าจึงไม่มีข้อมูลในส่วนนี้  แต่คาดได้ว่าน่าจะมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในประเทศจีนเช่นเดียวกัน   ในเอกสารหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ออกให้ ณ วันที่ 19 มกราคม 2560 ระบุว่ากรรมการของบริษัทมี 4 คน  ตามรายชื่อดังต่อไปนี้  (1) นายเจียง ซู่เอี้ย  (2) นายหาน อวี้โจว  (3) นายเอี้ย เหวย  และ (4) นายถาน เติงหัว  โดยจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือ  นายเจียง ซู่เอี้ย  หรือนายถาน เติงหัว  คนใดคนหนึ่งเท่านั้น  ส่วนในเอกสารสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบ บอจ.5 ณ วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559เมื่อนำมาแจกแจงเป็นตารางได้ดังนี้   ตารางแจกแจงผู้ถือหุ้นสัญชาติจีนกับผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด  ณ วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559  
ลำดับที่ ผู้ถือหุ้นสัญชาติจีน ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย
ชื่อ  อาชีพ  ที่อยู่ จำนวนหุ้นที่ถือ ชื่อ  อาชีพ  ที่อยู่ จำนวนหุ้นที่ถือ
1 นายเจียง ซู่เอี้ย - ค้าขาย - 3 ถนนเหอผิง เขตตงเฉิง นครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 38,000 นางสาวจิรภา ฉัตรสุวรรณสิริ - ค้าขาย - 50/11 หมู่ 9  แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 85,500
2 นายหาน อวี้โจว - ค้าขาย - 1 ถนนลิ่วพู่หยวน เขตซีเฉิง นครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 96,425 นางสาวกมลพรรณ ประดิษฐ์ - ค้าขาย - 623 ถนนสวนสน ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง ประจวบคีรีขันธ์ 133,000
3 นายเอี้ย เหวย - ค้าขาย - 1071 ถนนชินหมิง เขตซีเฉิง นครปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 28,500 นางสุนันท์ ฮ้อแสงชัย - ค้าขาย - 1/9 หมู่ 3 ต.โพธิ์เหนือ อ.สามโคก ปทุมธานี 133,000
4 นายสื่อ หมินจื้อ - ค้าขาย - หมู่บ้านกานเจี้ยน ตำบลฝานชุน เมืองเหอจิน มณฑลซานซี สาธารณรัฐประชาชนจีน 153,615 นายสมชาย หวังวงค์ศิริ - ค้าขาย - 101/66 หมู่ 9 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 133,000
5 นายจี้ อวี้เทา - ค้าขาย - 398 หมู่บ้านเส้อตงหยา ตำบลอุนฉวน เมืองจี่โม่ มณฑลซานตุง สาธารณรัฐประชาชนจีน 148,960    
รวม 465,500 484,500
ร้อยละ 49 51
    ข้อมูลนี้บ่งบอกอะไร ?   บ่งบอกว่าไชน่าหมิงต๋าอาจมีการอำพรางผู้ถือหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  สาเหตุที่ต้องหลีกเลี่ยงความผิดตามกฎหมายดังกล่าวก็เพราะว่าไชน่าหมิงต๋าไม่ต้องการสูญเสียอำนาจการควบคุมและบริหารจัดการบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นฝ่ายไทย  เพราะการสูญเสียอำนาจควบคุมและบริหารจัดการบริษัทนำมาซึ่งไม่สามารถควบคุมการลงทุนและผลประโยชน์จากการลงทุนได้   พฤติกรรมการถือหุ้นเช่นนี้บ่งบอกได้ว่า  ไชน่าหมิงต๋าถือหุ้นทางตรงตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ร้อยละ 49  แต่อาจจะอำพรางโดยถือหุ้นทางอ้อมผ่านบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นส่วนของหุ้นอีกร้อยละ 51 ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นการถือหุ้นของบุคคลสัญชาติไทย  เหตุท่ี่ไชน่าหมิงต๋าหลีกเลี่ยงความผิดเช่นนี้ได้ก็เพราะกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไม่มีบทลงโทษชัดเจนว่าคนต่างด้าวที่ถือหุ้นทางอ้อมมีความผิดหรือไม่  รวมถึงไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในส่วนของร้อยละ 51 ว่าจำเป็นจะต้องมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ลงทุนหรือไม่ก็ได้  เพียงแค่กรอกรายละเอียดว่ามีอาชีพค้าขายก็สามารถทำหน้าที่นายหน้าถือหุ้นแทนได้  จึงเป็นไปได้ว่าไชน่าหมิงต๋าอาจจะอาศัยช่องทางนี้ในการอำพรางหุ้นของตน  เพื่อทำให้เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ว่าเป็นบริษัทสัญชาติไทย  ไม่ได้เป็นบริษัทสัญชาติต่างด้าว  เพราะหากเป็นบริษัทสัญชาติต่างด้าวจะทำให้การประกอบธุรกิจมีความยุ่งยาก  เนื่องจากต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายที่มีข้อห้ามไม่ให้ประกอบธุรกิจทีี่อยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  ทั้ง 3 บัญชี  ที่กระทบกระเทือนโดยตรงก็คือบัญชี 2 หมวด 3 ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งการสำรวจและทำเหมืองแร่โปแตชในเขตอำเภอวานรนิวาสที่ไชน่าหมิงต๋าได้รับอาชญาบัตรพิเศษจัดอยู่ในบัญชีนี้  ที่มีขั้นตอนหยุมหยิมและยุ่งยากตรงที่ห้ามมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลต่างด้าวทำ  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี  การอำพรางหุ้นจึงเป็นวิธีหลีกเลี่ยงกฎหมายที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ดูเหมือนว่าเป็นบริษัทสัญชาติไทย  มีสัดส่วนของจำนวนหุ้นทีี่บุคคลสัญชาติจีนถือน้อยกว่าบุคคลสัญชาติไทย  แต่ไปแสดงความเป็นเจ้าของกิจการตรงที่อำนาจในการบริหารบริษัทแทน  ตรงจุดนี้เองที่การให้ผู้มีสัญชาติไทยจัดตั้งบริษัทแต่ผู้มีสัญชาติจีนมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทนั่นก็เป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วเจ้าของบริษัทตัวจริงคือใคร  ด้วยวิธีการเช่นนี้จึงทำให้อำนาจการครอบงำกิจการเป็นของกรรมการและผู้ถือหุ้นสัญชาติจีนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศจีนทั้งหมด   ในเรื่องของภูมิลำเนาของกรรมการบริษัทและผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการแสดงความรับผิดชอบหรือเอาผิดเมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ ขึ้นมา  ในกรณีของไชน่าหมิงต๋าจะเห็นได้ว่าสวนทางกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรรมการบริษัทกับความรับผิดชอบทางแพ่งและอาญาหากเกิดเหตุต่าง ๆ ขึ้นก็จะเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่งที่จะดำเนินการฟ้องคดีกับกรรมการบริษัทและผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทที่มีสัญชาติและภูมิลำเนาอยู่ต่างแดน  ต่างกับความเป็น ‘บริษัทมหาชนจำกัด’ ที่มีบทบัญญัติอยู่ในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535  มาตรา 67  รวมถึงข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์และข้อบังคับหรือกฎบัตรของบริษัทมหาชนที่สอดรับกับบทบัญญัติในกฎหมายดังกล่าวระบุไว้ว่าคณะกรรมการบริษัทต้องประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่าก่ึงหน่ึงของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย  แต่ไชน่าหมิงต๋าเป็น ‘บริษัทจำกัด’ ที่ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดสร้างกติการองรับในส่วนนี้ไว้  จึงหลีกเลี่ยงข้อบังคับที่เกี่ยวกับความสำคัญของถิ่นที่อยู่หรือภูมิลำเนากับความรับผิดชอบของกรรมการบริษัทไปได้   พฤติกรรมอำพรางหุ้นเช่นนี้เป็นเรื่องที่สวนทางกับการประชาสัมพันธ์องค์กรของตนตลอดมาว่าโครงการเหมืองแร่โปแตชวานรนิวาสเกิดจากความร่วมมือระหว่างสองรัฐบาลไทย-จีน  ถ้าหากว่าโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสองรัฐบาลจริงนั่นแสดงว่ารัฐบาลไทยมีความบกพร่องต่อประชาชนของตนมากจนถึงกับปล่อยปละละเลยให้ไชน่าหมิงต๋าอำพรางหุ้นได้  ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของรัฐไทยบังคับให้ประชาชนต้องเสียสละหรือยอมสูญเสียผลประโยชน์ต่อการแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลของจีนเพื่อให้เอกชนของจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจแบบไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบ  ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนมากเกินสมควร  ล่าสุดไชน่าหมิงต๋ายังแสดงท่าทีแข็งกร้าวโดยจะรายงานปัญหาการขุดเจาะสำรวจแร่โปแตชในพื้นที่อำเภอวานรนิวาสที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่ผ่านมาได้ไปยังรัฐบาลจีนเพื่อให้มากดดันรัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาการเคลื่อนไหวคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ให้ได้  โดยอ้างว่าโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างสองรัฐบาล   สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนถึงความอ่อนแอของรัฐบาลไทยที่ไม่สามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินและผลประโยชน์ของประชาชนไทยได้  ถึงขั้นที่ยอมอ่อนข้อให้กับรัฐบาลจีนส่งบริษัทเอกชนมาทำอะไรก็ได้บนผืนแผ่นดินนี้  โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบ  ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยในการดำเนินธุรกิจใด ๆ ทั้งสิ้น   พฤติกรรมอำพรางหุ้นของกรรมการบริษัทนี้เข้าข่ายลักษณะ ‘คนต่างด้าว’ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  บทความชิ้นนี้พยายามไม่ติดกรอบความคิดของกฎหมายดังกล่าว  เนื่องจากนิยามความหมายของ ‘คนต่างด้าว’ ค่อนข้างคับแคบ  มีกรอบคิดแบบชาตินิยมมากเกินไป  ซึ่งเป็นกรอบคิดที่เป็นอุปสรรคปัญหาต่อสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายภาษาของชาติพันธุ์  เชื้อชาติและสัญชาติในเขตแดนประเทศตัวเองมากเกินไป  แต่จะพยายามอธิบายเฉพาะในประเด็นของการเกาะเกี่ยวกันระหว่่างการอำพรางหุ้นของไชน่าหมิงต๋ากับความรับผิดชอบ  ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาบ้านเมือง  และการแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลของจีนในบ้านเมืองเราเท่านั้น   ตัวอย่างที่ดีที่ควรนำมาศึกษาเปรียบเทียบนั่นก็คือการแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลของจีนในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่สามารถครอบงำรัฐบาลไทยจนต้องยอมออกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559[[1]] ที่เห็นชอบต่อ  (1) แผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015-2025  เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง  (2) การดำเนินงานเบื้องต้นโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (งานศึกษา  สำรวจ  ออกแบบ)  และ (3) กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานปฏิบัติและประสานงานหลักในการดำเนินการตามแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ค.ศ. 2015-2025  และการดำเนินงานเบื้องต้นโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง  ทั้งนี้ก็เพื่อปูทางระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงเพื่อการเดินเรือร่องน้ำลึกที่สามารถรองรับเรือขนาด 500 ตัน  จากปัจจุบันที่เรือในแม่น้ำโขงมีขนาดบรรทุก 60-150 ตัน  กรณีนี้จะเห็นความอ่อนแอของรัฐบาลไทยเมื่อต้องตอบสนองกับการแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลของจีนถึงแม้ว่าการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำโขงจะส่งผลกระทบต่อร่องน้ำลึกในอนาคตของการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนในแม่น้ำโขงระหว่างไทย-ลาว  วิถีชีวิต  วัฒนธรรมและความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพในแม่น้ำโขงก็ตาม  โครงการเหมืองแร่โปแตชวานรนิวาสก็จะมีลักษณะไม่แตกต่างกัน  เพียงแต่โครงการนี้ยังไม่ถูกกดดันอย่างเต็มที่จากรัฐบาลจีน  แต่ถ้าถูกกดดันอย่างเต็มที่จากรัฐบาลจีนเมื่อไหร่ก็เชื่อแน่ว่ารัฐบาลไทยคงจะตอบสนองการร้องขอของรัฐบาลจีนอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้   ทั้งหมดนี้ไม่ว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของเผด็จการทหาร คสช. จะแสดงท่าทีอ่อนแอต่อการแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลของจีน  อย่างไรก็ตาม  ปราการที่สำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบและความโปร่งใสของบริษัทและการมีส่วนร่วมของประชาชนเท่านั้นที่จะหยุดยั้งอำนาจอันฉ้อฉลต่อประชาชนของรัฐบาลไทยที่สยบยอมต่อการแผ่ขยายอำนาจและอิทธิพลของจีนลงได้                                                                   [[1]] มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559  เรื่อง  ขอความเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015-2025  และการดำเนินงานเบื้องต้นโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง

Recent posts