Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสร้างสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

ประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสร้างสังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

31 December 2016

1419

ประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศเดินหน้า น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผลักดันการขับเคลื่อนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติสู่สังคมสุขภาวะอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำต้องนำมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติไปขับเคลื่อนให้ปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ แสดงปาฐกถาพิเศษในวันสุดท้ายของการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๙ พ.ศ.๒๕๕๙ ในหัวข้อ ‘ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ธรรมนูญระบบสุขภาพ และสุขภาวะที่ยั่งยืน’ โดยกล่าวว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดและกรอบการทำงานที่ทันสมัย ซึ่งสอดคล้องกับสากลและแนวโน้มของโลกในปัจจุบัน คือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อีกด้วย “ผมขอกล่าวในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯทุกท่านมีความตั้งใจจริงและมีส่วนร่วมในการผลักดันธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๙ ขึ้น ผมเชื่อว่าทุกท่านในที่นี้ก็คงทราบและคงจะรู้สึกยินดีที่ธรรมนูญระบบสุขภาพฉบับปัจจุบันได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลผูกพันหน่วยงานต่างๆ อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ โดยธรรมนูญระบบสุขภาพถูกกำหนดให้เป็นกรอบทิศทางการดำเนินงานด้านระบบสุขภาพของประเทศในอีก ๕–๑๐ ปีข้างหน้านี้ และในฉบับที่ ๒ นี้ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้น้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน เพื่อเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานมุ่งสู่ระบบสุขภาพที่พึงประสงค์และสุขภาวะที่ยั่งยืนของบุคคลและสังคมไทยในอนาคต” พลเรือเอกณรงค์ กล่าวต่อไปว่า ในการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ได้รับทราบว่าที่ประชุมมีฉันทมติรับรอง ๔ มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ได้แก่ ๑.การจัดการและพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมืองเพื่อสุขภาวะ ๒.น้ำดื่มที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน ๓.การสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยด้วยการบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม และ ๔.สานพลังปราบยุงลายโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน พร้อมเน้นย้ำว่า ก้าวต่อไปที่ท้าทาย คือ การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั้ง ๔ มติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาทางสุขภาพ “การจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ๘ ครั้งที่ผ่านมา มีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติไปแล้ว ๖๙ มติ เมื่อรวมกับครั้งนี้เป็น ๗๓ มติ เรียกว่าอาจจะครอบคลุมเกือบทุกประเด็นของสุขภาพองค์รวม ทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม สิ่งสำคัญที่ผมพูดเสมอ คือ ต้องให้ความสำคัญกับการนำมติต่างๆ ไปขับเคลื่อน ผมทราบว่าในที่ประชุมครั้งนี้มีมติที่มีรูปธรรมความสำเร็จประกาศชื่นชมไปแล้ว ๑๖ มติ แต่ในบางมติผมก็ยังเห็นว่ายังเป็นไปได้น้อยหรือช้า อาจไปติดปัญหา อุปสรรคบางเรื่อง จึงอาจต้องนำมติเก่ามาทบทวนและดูว่าจะปรับปรุงให้เกิดการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมอย่างไรได้บ้าง สมัชชาสุขภาพแห่งชาติจึงเป็นกลไกสำคัญในฐานะส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนมติด้วย นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การผลักดันให้เกิดการนำแนวทางการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติไปปรับใช้กับการจัดสมัชชาสุขภาพในระดับพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่ต่างก็มีปัญหาเฉพาะของตน จึงอยากให้สมาชิกนำไปพิจารณา” นอกจากนี้ ในช่วงเช้าของวันได้มีการเสวนา ‘ประเทศไทยยุค ๔.๐ พัฒนาแบบไหนที่ยั่งยืน’ โดยวิทยากรได้แก่ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านอิสาน, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม และนายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีสาระ สำคัญโดยสรุปคือ การเชื่อมร้อยแนวทางการพัฒนาต่างๆ ตั้งแต่ภาพอนาคตของประเทศไทย ๔.๐ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ล้วนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นทิศทางในการก้าวไปข้างหน้าของประเทศไทย โดยมุ่งที่สุขภาวะที่ยั่งยืนอย่างเป็นองค์รวมเน้นคนเป็นศูนย์กลางและลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติต้องไม่ใช่เพียงยุทธศาสตร์ของรัฐบาล แต่ต้องมีกระบวนการจัดทำให้เป็นยุทธศาสตร์ของคนในชาติ ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนและความมั่นคงที่ไม่ใช่เพียงเรื่องของทหาร ตำรวจ แต่เป็นความมั่นคงในมิติใหม่ทั้งทางสิ่งแวดล้อม สังคม ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน น้ำ คุณภาพชีวิต สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าทุกคนในชาติสามารถเริ่มต้นการพัฒนาด้วยมือของเราเอง ไม่ต้องรอรัฐบาลหรือผู้ใดมาทำให้ เริ่มปลูกป่า พัฒนาเรื่องใกล้ตัวตั้งแต่วันนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาตินับเป็นกระบวนการประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่ทุกภาคส่วนสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญหนึ่งในการจัดกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างนโยบายสาธารณะและขับเคลื่อนประเทศร่วมกันต่อไป

Recent posts