Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เปิดสถิติของผู้ต้องขังและผู้คุมเรือนจำชั่วคราวสถานที่ซึ่งหมอหยองตายครบรอบหนึ่งปี

เปิดสถิติของผู้ต้องขังและผู้คุมเรือนจำชั่วคราวสถานที่ซึ่งหมอหยองตายครบรอบหนึ่งปี

17 November 2016

1802

• เรือนจำพลเรือนในพื้นที่ทหาร 11 ก.ย. 2558 พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 314/2558 เพื่อตั้งเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี(เรือนจำมทบ.11) ขึ้นภายในพื้นที่กองพันทหารราบ มณฑลทหาร บกที่ 11 ด้วยเหตุผลด้านการรักษาความปลอดภัย ความเหมาะสมในการคุมขัง การปฏิบัติต่อการคุมขังในคดีความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐและคดีเกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นผู้ต้องขังประเภทมีเหตุพิเศษซึ่งไม่ควรจะคุมขังรวมกับผู้ต้องขังอื่น โดยผู้ต้องขังชุดแรกที่ถูกควบคุมในเรือนจำแห่งนี้คือผู้ต้องหาในคดีระเบิดราชประสงค์ • คดีราชประสงค์พผู้ต้องขังร้องเรียนว่ามีการทรมาน ล่ามถูกดำเนินคดีข้อหามียาเสพติดในครอบครอง 14 ก.ย.58 นายอาเด็ม คาราดัก และนายไมไรลี ยูซูฟู นับเป็น “พลเรือน” ชุดแรกที่อยู่ในความควบคุมของ “เจ้า หน้าที่ทหาร” ภายใน “ค่ายทหาร” ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจใน การควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 เพียงเจ็ดวัน การตั้งเรือนจำดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนส่วนต่อขยาย ระยะเวลาในการควบคุมตัวบุคคลภายใต้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารได้นานมายิ่งขึ้นโดยอาศัยร่มใบของกระบวนการ ยุติธรรม ภายใต้การควบคุมตัวดังกล่าวทนายความได้มีปัญหาในการเข้าถึงตัวผู้ต้องหาในช่วงแรกเนื่องจากการเข้า เยี่ยมในเรือนจำดังกล่าวจะต้องเป็นทนายความที่ได้รับการแต่งทนายความแล้วเท่านั้น ในขณะที่การแต่งทนายความนั้น ทนายความจำเป็นต้องให้ลูกความลงชื่อในใบแต่งทนายความก่อนและเมื่อเข้าเยี่ยมลูกความทนายความก็ไม่สามารถ พบลูกความได้เป็นการส่วนตัว ต่อมา 16 ก.พ.59 ทนายความได้ให้สัมภาษณ์ในวันนัดพิจารณาคดีดังกล่าวว่านา ยอาเด็มถูกทรมานในระหว่างการสอบสวน ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลได้ปฏิเสธว่าไม่มีการทรมานเกิด ขึ้นระหว่างการสอบสวนคดีดังกล่าวและแจ้งต่อสื่อมวลชลว่าอาจมีการดำเนินคดีต่อทนายความซึ่งให้สัมภาษณ์ว่ามีการ ทรมาน นอกจากนี้ล่ามในคดีดังกล่าวยังถูกจับกุมในวั 1 มิ.ย. 59 ข้อหามียาเสพติดในครอบครองภายหลังจากการไปทำ หน้าที่ล่ามในศาลทหารของช่วงเช้าวันดังกล่าว ทำให้จนถึงปัจจุบันจำเลยถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำในค่ายทหารมา แล้วกว่า 14 เดือน แต่คดียังสืบพยานโจทก์ปากแรกไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากยังไม่สามารถหาล่ามได้ • ครบหนึ่งปีการตายของหมอหยองและพ.ต.ต.ปรากรมความยุติธรรมที่เงียบงัน วันที่ 23 ต.ค. 2558 พันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา ได้เสียชีวิตภายในเรือนจำโดยแถลงการณ์กรม ราชทัณฑ์ระบุเหตุจากการผูกคอตนเอง โดยสภาพห้องขังเป็นกำแพงปิดทึบทั้งสี่ด้านไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ หากไม่เปิดประตู พร้อมทั้งระบุว่าจะมีการส่งศพไปชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชและตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว ต่อมา 9 พ.ย. 58 แถลงการณ์กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาระบุว่านายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากติดเชื้อในกระแสโลหิต เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2558 ซึ่งทั้งสองกรณีเป็นการ ตายระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องมีการชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการตายตามมาตรา 1 5 0 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อย่างไรก็ตามศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลจากทางภาครัฐด้านเดียว บุคคลอื่นไม่สามารถเข้าร่วมตรวจสอบความโปร่งใสได้ และญาติของผู้ตามทั้งสอง รายไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย รวมถึงไม่มีพิธีศพตามศาสนาซึ่งผิดปกติวิสัยของสังคมเป็น อย่างมาก ทำให้จนถึงปัจจุบันซึ่งครบรอบการตายหนึ่งปีของบุคคลทั้งสองแล้วแต่สาเหตุการตายของบุคคลทั้งสองภาย ใต้ความควบคุมของเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นที่เคลือบแคลงของสังคม • ศาลปกครองรับฟ้องเพิกถอนเรือนจำหลังยื่นฟ้อง 11 เดือน : ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม 9 ธ.ค. 58 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ยื่นฟ้องรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่ง กระทรวงยุติธรรมที่ 314/2558 เรื่อง กำหนดอาณาเขตเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ซึ่งเป็นคำสั่งตั้งเรือนจำ ชั่วคราวขึ้นในพื้นที่ทหาร เนื่องจากเห็นว่าคำสั่งจัดตั้งเรือนจำนั้นมีเนื้อหาที่มีความหมายไม่แน่นอนที่บุคคลทั่วไปจะ เข้าใจอันขัดต่อพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง การจัดตั้งเรือนจำจากเหตุผลทางการเมืองเป็นคำสั่งที่ ออกโดยไม่สุจริต ขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ และรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมใช้ดุลพินิจไม่สอดคล้องกับ ความพอสมควรแก่เหตุ โดยหวังว่าศาลปกครองจะเข้ามามีส่วนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ในทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองเพิ่งมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 59 โดยขั้นตอนต่อไปศาลจะดำเนินการส่งคำฟ้องให้ผู้ถูก ฟ้องคดีทำคำให้การ กระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เพิ่งเริ่มต้นหลังการรับฟ้อง ศาลปกครองใช้ เวลา 11 เดือนในการมีคำสั่งรับฟ้องหลังจากยื่นคำฟ้องดังกล่าว นับเป็นความล่าช้าในการตรวจสอบการกระทำหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่รัฐอีกทางหนึ่ง • กว่าจะได้มา…สถิติของผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี 8 มี.ค. 59 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยื่นขอสถิติผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนน นครไชยศรีต่อเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ต้นสังกัดของเรือนจำชั่วคราวแต่ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ดังกล่าวต่อศูนย์ทนายความฯด้วยเหตุ “ข้อมูลดังกล่าวมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและเป็นข้อมูลข่าวสารส่วน บุคคลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ.2540” ศูนย์ทนายความจึงยื่นอุทธรณ์ถึงคณะกรรมการข้อมูล ข่าวสารของราชการว่าข้อมูลที่ขอให้มีการเปิดเผยนั้นเป็นเพียงสถิติเท่านั้น จึงไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล และเรือนจำ ชั่วคราว มทบ.11 ยังขาดความโปร่งใส การปฏิเสธให้ข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไปยิ่งทำให้สังคมเกิดความหวาดกลัว การ เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นการทำให้สามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้และประกันสวัสดิภาพของผู้ต้องขังว่าจะไม่ถูกคุมขัง เป็นการลับ การเปิดเผยข้อมูลย่อมเป็นประโยชน์ต่อสังคมและหน่วยงานรัฐมากกว่า ต่อมา 29 ก.ค. 59 คณะกรรมการ ข้อมูลข่าวสารของราชการจึงมีคำวินิจฉัยให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพเปิดเผยข้อมูลจำนวนผู้ต้องขัง ฐานความผิด และ จำนวนผู้คุมภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีต่อศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เรือนจำพิเศษกรุงเทพ จึงได้ส่งข้อมูลดังกล่าวต่อศูนย์ทนายความฯ • สถิติผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี หลังจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารมีคำวินิจฉัย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับข้อมูลจากเรือนจำ พิเศษกรุงเทพระบุว่าตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.58 – 8 มี.ค.59 เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีมี - จำนวนผู้ต้องขังและเคยถูกคุมขังทั้งหมด จำนวน 47 คน - จำนวนพลเรือนที่เป็นผู้ต้องขังหรือเคยถูกคุมขัง จำนวน 45 คน - จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ต้องขังหรือเคยถูกคุมขัง จำนวน 2 คน - จำนวนผู้คุมของเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี จำนวน 6 คน - จำนวนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้คุมพิเศษ จำนวน 80 คน โดยฐานความผิดของผู้ต้องขังที่เคยถูกคุมขังทั้งหมดได้แก่ - ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และใช้วัตถุ ระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น - พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ - ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ นำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ - ลักทรัพย์ - ปล้นทรัพย์ ผิดต่อหน้าที่ - ปล้นทรัพย์ พยายามฆ่า - ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปีน • ข้อสังเกตศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อสถิติผู้ต้องขังและผู้คุม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตต่อสถิติดังกล่าวดังต่อไปนี้ 1) สถิติดังกล่าวเป็นการควบคุมภายใน “เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี” ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลทหารบกที่ 11 เท่านั้น การคุมขังในเรือนจำดังกล่าวจึงต้องเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาแล้ว จำนวนดังกล่าวจึงไม่รวมกับ บุคคลซึ่งเคยถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 หรือคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/59 ซึ่งให้อำนาจ เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกินเจ็ดวัน 2) สถิติเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งถูกตั้งเป็นผู้คุมพิเศษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์พ.ศ.2479 ซึ่งสูงถึง 80 คน เทียบกับผู้คุมซึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพียง 6 คน แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่านอกจากพื้นที่เรือนจำจะตั้งอยู่ในค่ายทหารแล้ว เรือนจำดังกล่าวอยู่ภายในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร 3) จากการเก็บข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่ามีบุคคลถูกควบคุมตัวในเรือนจำแห่งนี้ใน 4 คดี คือ คดีระเบิดราชประสงค์ คดีมาตรา 112 กรณีหมอหยอง คดีเตรียมป่วนระเบิด bike for dad คดีปล้นปืนวังบูรพา รวมผู้ ต้องขัง 16 ราย แสดงว่ายังมีจำนวนผู้ต้องขังคดีความมั่งคงอีกหลายรายซึ่งถูกคุมขังโดยบุคคลทั่วไปไม่รับรู้ข้อมูล 4) บุคคลที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำแห่งนี้มีทั้งคดีที่ต้องขึ้นสู่การพิจารณาคดีในศาลทหารดังจะเห็นได้จากความผิดตาม มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับอาวุธ และความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศและคำสั่งคสช. และคดี ที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมเช่นคดีปล้นทรัพย์ คดีลักทรัพย์ คดียาเสพติดในกรณที่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับฐาน ความผิดที่ต้องขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลทหาร 5) จากฐานความผิดที่ใช้ในการควบคุมตัวบุคคลในเรือนจำแห่งนี้นั้นเป็นฐานความผิดซึ่งโดยปกติแล้วเรือนจำในสังกัด กรมราชทัณฑ์ก็สามารถควบคุมผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีต่างๆเหล่านั้นได้ และผู้ต้องขังในคดีความผิดดังกล่าวส่วน ใหญ่ก็ถูกควบคุมตัวในเรือนจำปกติ การพิจารณาว่าคดีใดเป็นความผิดต่อความมั่นคงจึงไม่ได้คำนึงจากฐานความ ผิดหรือพื้นที่กระทำความผิด แต่เป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่โดยแท้ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ใดมารองรับการใช้ ดุลพินิจดังกล่าว หนึ่งปีสองเดือนที่จัดตั้งเรือนจำดังกล่าวข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าผู้ต้องขัง 2 ใน 47 รายตายระหว่างการควบคุม ตัวของเจ้าหน้าที่โดยสาเหตุชวนสงสัย การเข้าถึงทนายความที่ยากลำบาก และผู้ต้องขังร้องเรียนว่ามีการทรมานเกิดขึ้น แม้ไม่มีเรือนจำดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารยังคงอำนาจควบคุมพลเรือนได้ถึงเจ็ดวัน เป็นคำถามต่อสังคมว่าเราจำเป็นต้อง จัดควบคุมพลเรือนในค่ายทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหาร 80 นาย ในนามของ”กระบวนการยุติธรรม”อยู่หรือไม่

Recent posts